ผบก.น.2 เผยฆาตรกรโหดก่อเหตุฆ่าอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก หนีออกนอกประเทศแล้ว พบโอนเงิน-กดเงินจากบัญชีผู้ตายหลายครั้ง ขณะที่ ผบ.ตร. ต่อศักดิ์ สั่งประสานตำรวจ "เมียนมา" ล่าตัวส่งกลับไทย
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2566 ที่ สน.สุทธิสาร พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 ประชุมชุดสืบสวนคดีฆ่าอดีตเอกอัครราชทูต กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ถูกแทงที่หน้าอกจำนวนสามแผล กลายเป็นศพถูกอำพรางอยู่ในห้องน้ำชั้น 2 ในบ้านพักในซอยวิภาวดี 20
ภายหลังการประชุมเกือบ 1 ชม. พล.ต.ต.อรรถพล เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนออกหมายจับผู้ต้องหาตั้งแต่เมื่อวานนี้ และจากการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหา พบว่าได้เดินทางไป จ.เชียงราย ในวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา และถึง จ.เชียงราย ในวันที่ 29 ก.ย. และเดินทางออกนอกประเทศผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในเวลา 07.12 น.
โดยไทม์ไลน์ของผู้ก่อเหตุ พบว่าเดินทางไปที่บ้านพักของผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา และพบว่าทั้ง 2 คน ออกจากบ้านช่วงเย็นวันเดียวกัน และกลับมาที่บ้านช่วงค่ำ แต่วันเกิดเหตุวันที่ 27 กันยายน ทั้ง 2 คนกลับมาที่บ้านประมาณ 21.00 น. เชื่อว่าอาจมีปากเสียงทะเลาะกัน หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้เดินออกจากบ้าน และไปขึ้นแท็กซี่หน้าหมู่บ้านในเวลาประมาณ 03.22 น. ของเช้ามืดวันที่ 28 ก.ย. และจากการตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้เสียชีวิต พบว่าผู้ก่อเหตุได้ใช้ Ipad ของผู้ตายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารบุคคลอื่น จำนวน 22,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าโอนเข้าบัญชีใคร และมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร และจากการเอามือถือไปสแกนกดเงินที่หน้าตู้เอทีเอ็มอีก 2 ครั้ง จำนวน 34,200 บาท
...
เบื้องต้น เชื่อว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงคนเดียว และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนความสัมพันธ์ของผู้ตายกับผู้ก่อเหตุจะเกี่ยวข้องกันอย่างไรอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่เพียงคนเดียว
ส่วนทรัพย์สินของผู้ตาย นอกเหนือจากโทรศัพท์มือถือและ Ipad เชื่อว่ายังมีทรัพย์สินอื่นๆ ของผู้ตายที่หายไปอีก แต่ขอตรวจสอบเพิ่มเติม เพราะที่บ้านมีร่องรอยการถูกรื้อค้น
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำว่าให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร่งด่วนเพราะผู้เสียชีวิตเป็นข้าราชการระดับสูง หลังจากนี้จะประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองออกหมายจับสากลและส่งไปประเทศต้นทางเพื่อประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดี
สำหรับไทม์ไลน์การขึ้นรถหลบหนีของผู้ก่อเหตุ แนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุไป จ.นนทบุรี และวนเวียนอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี เพื่อรอเวลาการกลับไปขึ้นรถ เนื่องจากรถรอบเช้าเสียจึงต้องขึ้นรถในรอบเย็น ระหว่างที่อยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนรถแท็กซี่หลายคัน ซึ่งในพื้นที่นี้มีการกดเงินจำนวน 30,000 บาท
โดยก่อนจะไปยัง บขส. ผู้ก่อเหตุเดินทางจาก จ.นนทบุรี ไปที่ห้างแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เพื่อกดเงินอีกครั้งจำนวน 4,200 บาท
จากนั้นขึ้นแท็กซี่คันสุดท้าย สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มฎ 8406 เพื่อไปขึ้นรถทัวร์ที่หมอชิต บริษัทบุษราคัมทัวร์ โดยซื้อตั๋วในเวลา 16.53 น. และรถออกในเวลา 17.25 น. ซึ่งรถที่เดินทางออกจาก บสข.ของบริษัทบุษราคัมทัวร์ ทะเบียน 14-8511 กทม. มีเลขข้างรถ 13-0511 กรุงเทพ-น่าน
ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. หลัง พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. นำชุดคลี่คลายคดี ฆ่าอดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เสียชีวิตในบ้านพัก สามารถแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้ายได้แล้ว โดยผู้ก่อเหตุคือ MR.SAI MYAT MOE อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา สันนิษฐานว่านัดพบกับผู้เสียชีวิตในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 27 ก.ย.66 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 28 ก.ย.66 ที่บ้านหลังเกิดเหตุ ในท้องที่ สน.สุทธิสาร
จากนั้นเมื่อก่อเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฆาตกรได้ออกจากบ้านพักผู้ตายเวลา 03.22 น. วันที่ 28 ก.ย. โดยนำบัตร ATM ไปตระเวนกดเงินในละแวกวิภาวดีรังสิต สุทธิสาร และใกล้เคียง กระทั่งเมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกันนั่งรถแท็กซี่ ยี่ห้อ Toyota รุ่น Altis สีเขียวเหลือง ทะเบียน มฎ 8406 กรุงเทพมหานคร ไปลงที่สถานีขนส่งหมอชิต ก่อนเข้าซื้อตั๋วรถทัวร์เดินทางไป จ.เชียงราย เมื่อเวลา 16.52 น. เข้าไปยืนรอที่ชานชาลาขึ้นรถมุ่งหน้าไปที่จังหวัดเชียงราย เมื่อเวลา 17.25 น.
โดยฆาตกรได้ขึ้นรถทัวร์ของบริษัทบุษราคัมทัวร์ สายกรุงเทพ-น่าน ทะเบียน 14-8511 กรุงเทพมหานคร ถึงสถานีขนส่งแม่สายวันที่ 29 ก.ย.66 เวลา 07.00 น. ก่อนจะนั่งรถมอเตอร์ไซค์คิว มุ่งหน้าไปที่ด่านสะพานข้ามพรมแดนแม่สาย แห่งที่ 1 และออกจากราชอาณาจักรไทยเข้าสู่ท่าขี้เหล็กเมื่อเวลา 07.12 น. ซึ่งหลังจากนี้ ทางผู้บังคับบัญชาจะประสานเจ้าหน้าที่ฝั่งเมียนมา ให้ช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.