"บิ๊กโจ๊ก" ประเดิมงานแรก หลังรับมอบ ผบ.ตร.ดูด้านความมั่นคง รุดทำเนียบฯ เจรจากล่อมม็อบพีมูฟ ย้ายกลับปักหลักหน้าหน้ายูเอ็น หวั่นผิด พ.ร.บ.ชุมนุม ขอให้สบายใจไม่มีสลายการชุมนุม
เมื่อเวลา 16.05 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2566 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมาที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล บริเวณถนนราชดำเนิน เพื่อเจรจากลุ่มผู้ชุมนุมขบวนประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ที่ปักหลักชุมนุมมา 2-3 วันแล้ว โดยกล่าวกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ตนได้รับผิดชอบงานใหม่ จึงได้รับมอบหมายให้มาดูแลงานด้านมวลชน เป็นงานดูแลพี่น้องประชาชน จากการที่ตนได้เข้าพบ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ แล้ว และพูดคุยกับนายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานพีมูฟแล้ว โดยหารือถึงข้อเรียกร้องทั้ง 9 ด้านของพี่น้อง ที่มีความเดือดร้อนหลายๆ ด้าน อย่างเช่นกรณีที่หลีเป๊ะ ตนก็ดูแลคดีอยู่ ซึ่งนายภูมิธรรมได้รับข้อเรียกร้องเหล่านั้นแล้วเพื่อที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 ต.ค. รวมถึงนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านั้นรับเรื่องไปดำเนินการ
...
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ดังนั้น ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ การที่ตนมาพบในครั้งนี้เพื่อมาเยี่ยมเยียนในฐานะคนใต้คนบ้านเดียวกัน เราก็ต้องดูแลกัน ตนต้องลงมาเองเพื่อให้พี่น้องมีความอุ่นใจ และตนยืนยันว่าจะให้ความปลอดภัย ให้ความมั่นใจว่าไม่มีการสลายการชุมนุมแน่ และขอให้พี่น้องทุกคนรอฟังผลจากที่ประชุม ครม.ว่าจะมีผลเป็นอย่างไร หลังจากที่ตนพูดคุยด้วยเสร็จแล้ว จะไปประชุมกันต่อกับนายจำนงค์
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลายคนอาจจะเคยพบพูดคุยกับตน เราช่วยเหลือกันมาโดยตลอด มีอะไรก็เอื้อเฟื้อกันทุกคนอยู่แล้ว ยืนยันว่าตนอยู่กับพวกท่านทุกคนอยู่แล้ว ขอให้รอหน่อย ถึงอย่างไรนายกฯ ไม่ทอดทิ้งพวกเราทุกคน ขอให้ทุกคนสบายใจ ไม่มีการสลายการชุมนุม ขอให้ทุกคนช่วยกันและรอฟังผลการประชุม ครม. เชื่อว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย
“ทุกคนผมขอหารือพวกเราทุกคนว่าจากเดิมที่ขอชุมนุมในพื้นที่หน้าอาคารยูเอ็น แต่เมื่อเลื่อนมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบฯ ตามกฎหมายจะผิดเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ดังนั้น จึงอยากให้ทุกคนเคลื่อนย้ายกลับไปที่หน้ายูเอ็น เพราะไม่อยากให้เมื่อทุกคนมาชุมนุมแล้วจะต้องมีคดีอะไรติดตัวไปทั้งสิ้น อยากให้มาแล้วได้ไปครบตามข้อเรียกร้อง ผมเป็นคนหนึ่งที่พวกท่านจะไว้วางใจได้ จากที่เราคุยกันมาในอดีต และเราต้องไม่ทำให้ผู้กำกับ สน. พื้นที่เขาต้องอึดอัด จึงต้องขอพี่น้องทุกคนว่า ขอให้เชื่อผม โดยเคลื่อนย้ายกลับไปชุมนุมที่หน้ายูเอ็น และยืนยันว่าภาครัฐกำลังหารือถึงข้อเรียกร้องทั้ง 9 ด้านกันอยู่
โดยรองนายกฯ ภูมิธรรม เตรียมนำเข้า ครม.แล้ว และเมื่อ ครม. ดำเนินการ พวกท่านก็ต้องติดตามผล ซึ่งผมกับนายจำนงค์ก็ได้คุยกันแล้ว แนวทางเชื่อว่าก็น่าจะตรงกับแนวทางของพี่น้องทุกคน ที่เราจะไม่ทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเงื่อนไข พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เรากลับไปจะต้องไม่มีคดี มีแต่ความสำเร็จ เราต้องช่วยกันแก้ไข ศึกสงครามจะต้องจบบนโต๊ะ จบด้วยการพูดคุย ดังนั้น ถ้าทุกคนมั่นใจผม ขอให้เชื่อผม เข้าใจดีว่าที่มายืนยันว่าจะไม่มีการใช้กำลังสลาย เพราะพวกท่านไม่ใช่ม็อบที่รุนแรง มาก็เพื่อปากท้อง เดือดร้อนจริงๆ รัฐบาล นายกฯ เข้าใจเรื่องทั้งหมด
ดังนั้น เราก็ต้องไม่สร้างเงื่อนไขในการทำผิดกฎหมาย เพื่อไม่ให้ศาลสั่ง เพราะถ้าพวกท่านฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ศาลจะสั่งทันที ตำรวจไม่มีหน้าที่สั่ง ดังนั้น ถ้าอะไรเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เราชุมนุมไม่ได้ เราก็ต้องถอยไปที่หน้ายูเอ็นและรอฟังที่ประชุม ครม. จะพิจารณาอย่างไร วันนี้ไม่มีอะไรที่ยาก ถ้ารัฐบาลจริงจัง และผมก็มาด้วยความจริงใจ เพราะถ้าไม่จริงใจคงมอบให้ผู้กำกับมาแล้ว ในเมื่อรอง ผบ.ตร. ลงมารับประกันด้วยตัวเอง มาการันตีให้เองก็ขอให้เชื่อผม มูฟกลับไปหน้ายูเอ็น” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้น ชาวบ้านได้ตะโกน กำลังใจพวกเราขอให้กำลังใจบิ๊กโจ๊กให้เป็นตำรวจน้ำดีต่อไป พร้อมปรบมือให้กำลังใจ จากนั้นก่อนเดินทางกลับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้พบปากพูดคุยกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับเปิดโอกาสให้ถ่ายรูปร่วมกัน