น้องสาวรับศพพี่สาวเมียนมา เหยื่อเหตุการณ์กราดยิงพารากอน สุดเศร้าได้แต่สะอื้นร้องไห้ ส่วนศพสาวชาวจีนญาติขอเลื่อนรับศพ เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว ขณะที่หนุ่มเพื่อนร่วมชาติชาวจีนนำช่อดอกไม้วางอาลัยและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2566 ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ถนนพระราม 1 แขวงและเขตปทุมวัน กทม. หลังเยาวชนอายุ 14 ปีก่อเหตุยิงคนเสียชีวิตภายในห้าง พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาใช้บริการกันตามปกติอย่างต่อเนื่อง ส่วนบริเวณทางเข้าออกห้าง จะมีการติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะ สแกนโลหะ แบบเดินผ่าน (walk through) และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ 1-2 คน ซึ่งเป็นมาตรการปกติ ไม่ได้มีการเพิ่มมาตรการจากเดิมแต่อย่างใด จากการสังเกตพบว่านักท่องเที่ยวน้อยกว่าปกติและมีบางร้านที่ยังคงปิดให้บริการโดยเฉพาะร้านค้าชั้นเอ็ม

นอกจากนี้บริเวณประตูทางเข้าห้างมี นายเอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี นักท่องเที่ยวชายชาวจีน นำช่อดอกลิลลี่สีขาวห่อด้วยกระดาษสีดำและผูกริบบิ้นสีขาว มาวางไว้ที่หน้าห้างสยามพารากอน เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับเพื่อนร่วมชาติที่เสียชีวิตพร้อมเปิดเผยว่า ตนเองเดินทางมาไทยเป็นครั้งที่ 4 แล้ว และส่วนตัวไม่รู้จักกับผู้เสียชีวิตเป็นการส่วนตัว แต่ขอเป็นตัวแทนเพื่อนร่วมสัญชาติ นำดอกไม้มาไว้เพื่อแสดงความอาลัย และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่ากลัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าเหตุการณ์นี้ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนหวั่นใจที่จะมาเที่ยว แต่หลังจากนี้หากมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น เชื่อว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาอีก

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ บรรยากาศทั่วไปได้มีสื่อมวลชนมาปักหลักรอพบญาติผู้เสียชีวิตของ นักท่องเที่ยวสาวชาวจีน อายุ 34 ปี และสาวชาวเมียนมา อายุ 30 ปี จากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการผ่าพิสูจน์คาดว่าจะเสร็จภายในช่วงบ่ายของวันนี้ โดยขั้นตอนในการรับศพหากเป็นบุคคลต่างชาติ ทางญาติจะต้องเดินทางไปที่สถานทูตของประเทศนั้นๆ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ก่อนที่จะให้ทางสถานทูตได้มีการมอบหมายให้กับญาติหรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้องมารับร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งทางสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจมีความพร้อม สามารถมอบร่างให้กับญาติได้ทันที เพื่อไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา 

...

รายงานข่าวแจ้งว่าครอบครัวของหญิงชาวจีนที่เสียชีวิตทางญาติได้โทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ อ้างว่ายังไม่พร้อมที่จะมาติดต่อรับศพเนื่องจากทำใจไม่ได้ และเสียใจอย่างมากที่มีการแชร์ภาพลูกฝาแฝดของหญิงชาวจีนตามหาแม่ ก่อนจะปรากฏเป็นข่าวว่าแม่ของเด็กฝาแฝดคู่นี้ คือหญิงชาวจีนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ และยิ่งทราบว่ามีผู้สื่อข่าวมารอทำข่าวจึงขอเลื่อนการเข้ารับศพเพราะต้องการความเป็นส่วนตัวอย่างมาก

นายสกลภัทร กิจดำรงรัชต์ พนักงานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่เกิดขึ้นกับผู้เสียชีวิตแล้วก็ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทางกระทรวงจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติในคดีอาชญากรรมร้ายแรง ส่วนของการเยียวยาของกระทรวงยุติธรรมจะแบ่งเป็น 2 กรณี กรณีแรกผู้เสียชีวิต เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญไม่ว่าจะคนไทยหรือต่างชาติ จ่ายรายละ 2 แสนบาท ส่วนผู้รับบาดเจ็บต้องให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนจึงจะดำเนินการได้ เนื่องจากการเยียวยาจะสามารถพิจารณาได้ต้องผ่านความเห็นจากคณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณาเป็นรายบุคคล แบ่งเป็นค่ารักษาพยาบาลได้ไม่เกิน 40,000 บาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ ไม่เกิน 20,000 บาท ค่าขาดประโยชน์รายได้ไม่เกิน 1 ปี ใน กทม. วันละ 353 บาท และค่าตอบแทนความเสียหายอื่นๆ ไม่เกิน 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับอนุกรรมการจะพิจารณา

ต่อมาเวลา 12.10 น. น้องสาวพร้อมญาติและเพื่อนร่วมงานจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมาพร้อมกับเอกสารจากสถานทูตเพื่อติดต่อขอรับศพ สาวชาวเมียนมา ไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดผาสุกมณีจักร ถ.ป๊อปปูล่า ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผลชันสูตรเบื้องต้นปอดและขั้วหัวใจฉีกขาดจากกระสุนปืนทำลาย โดยเพื่อนร่วมงานได้เผยสั้นๆ ว่า “ขอความเป็นส่วนตัว งดให้สัมภาษณ์” ทั้งนี้โลงศพสำหรับบรรจุ สาวชาวเมียนมา บริเวณฝาโลงศพได้มีการติดป้ายกระดาษเอสี่ ว่า หีบศพมอบโดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อุทิศให้กายสังขารเทวดาประจำตัวและเจ้ากรรมนายเวรทุกภพชาติ 4 ต.ค. 66 ทั้งนี้ใต้ฝาโลงมีการเขียนเลข 94 อีกด้วย ระหว่างการรับศพผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า จะดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างไรหรือไม่ ด้านน้องสาวได้แต่สะอื้นร้องไห้

ต่อมาเวลา 14.30 น. บริเวณชั้นจี แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต พร้อมคณะ ได้มาจัดตั้งบูธประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ที่ได้รับความรู้สึกที่เลวร้ายกับเหตุการณ์ทำให้ได้รับผลกระทบกระเทือนทางร่างกายหรือจิตใจ สามารถพบเจ้าหน้าที่และแพทย์เพื่อประเมินสุภาพจิตเบื้องต้น รวมถึงฝึกทำแบบทดสอบการประเมินด้วยตนเอง ความเครียด ซึม เศร้า วิตกกังวล อาการเหล่านี้มีวิธีการเบื้องต้นว่าควรดูแลตัวเองอย่างไร หรือต้องพบแพทย์เพื่อรักษาอาการได้อย่างทันท่วงที