จับได้แล้ว 2 คนร้ายโหด ไม่พูดพร่ำทำเพลง บุกร้านของฝากเมืองนครปฐม คว้าสปาร์ตากระหน่ำฟัน 2 พ่อลูก ชิงทองหนัก 16 บาท ชุดสืบสวนตามลากคอได้ที่โคราช อ้างตกงาน เดือดร้อนเรื่องเงินอย่างหนัก หาเงินเที่ยวร้านคาราโอเกะ หวิดโดนรุมประชาทัณฑ์
เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 28 กันยายน 2566 ที่ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน รอง ผบช.ภ.7 รักษาการแทน ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม 2 คนร้าย ก่อเหตุใช้อาวุธมีดฟันชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 6 บาท และสร้อยข้อมือ 10 บาท เจ้าทรัพย์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตำรวจ ออกล่าตัวจนจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้ง 2 คน คือ นายธนกร ธนวรกฤตโสภณ อายุ 37 ปี มีอาชีพรับจ้างขับรถขนส่งสินค้า อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 8 ต.หนองกุงธนสาร อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.495/2566 ลงวันที่ 21 กันยายน 2566
และนายวิทยา วงศ์กัณหา อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 3 หมู่ 11 ต.หนองแวงนางเบ้า อ.พล จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐมที่ 499/2566 ลงวันที่ 24 กันยายน 2566 ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาทั้งสองคนขับรถกระบะหลบหนีไป โดยตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส พร้อมด้วยของกลางกระเป๋าสะพายหลังสีน้ำเงิน 1 ใบ อาวุธมีดปลายแหลม 3 ด้าม รถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีฟ้า ติดแผ่นป้ายทะเบียน ยค 8953 นครราชสีมา สร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น ข้อสร้อยทอง ที่ชิงทรัพย์ไปเหลือ 2 ข้อ พระท้าวเวสสุวรรณ 1 องค์ ทองที่เลี่ยมหายไป สร้อยคอเลสเงินพร้อมพระ 1 องค์ เงินสด 5,740 บาท รถจักรยานยนต์คาวาซากิ รุ่น Z300 สีดำแดงไม่สวมแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน
...
ทางด้าน พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน รอง ผบช.ภ.7 รรท. ผบก. ภ.จว.นครปฐม ได้เปิดเผยถึงพฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2566 เวลา 12.30 น. ขณะที่นายเอนก มากรักษา อายุ 66 ปี เจ้าของร้านเอนกของฝาก ตั้งอยู่เลขที่ 17/18 หมู่ 2 ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม พร้อมด้วยนางสาวธัญญาธร มากรักษา อายุ 43 ปี ลูกสาวเจ้าของร้าน กำลังขายของอยู่ภายในร้าน ขณะนั้นมีคนร้าย 2 คนขับรถยนต์กระบะ โตโยต้า สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดที่หน้าร้าน โดยนายธนกร ผู้ต้องหา ถืออาวุธมีดสปาร์ตา ยาว 50 ซม. เดินปรี่เข้ามาในร้าน ส่วนนายวิทยา ผู้ต้องหาอีกราย เดินคุมเชิงอยู่ที่หน้าร้าน เป็นจังหวะที่นางสาวธัญญาธร บุตรสาวยืนขายของอยู่หน้าร้าน ส่วนนายเอนก ผู้เป็นพ่อนั่งเก้าอี้อยู่ที่โต๊ะบัญชีกลางร้าน
นายธนกร คนร้ายไม่รอช้า เดินปรี่ถือมีดเข้าขู่นางสาวธัญญาธร พร้อมใช้มีดฟันเข้าทันทีที่ใบหูด้านซ้าย จนหูเกือบขาด นายเอนกเห็น จึงมาช่วยลูกสาว จนมีการต่อสู้กัน คนร้ายจึงใช้มีดฟันนายเอนกซ้ำเข้าหลายครั้ง ประมาณ 5-6 ครั้ง ตามร่างกายและศีรษะอย่างแรงจนกระโหลกร้าว เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ทำให้สร้อยข้อมือหนัก 10 บาท หลุดออกจากข้อมือ และสร้อยคอหนัก 6 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองที่สวมอยู่ในคอ เมื่อล้มลงคนร้ายเห็นจึงเก็บสร้อยข้อมือ และกระชากสร้อยออกจากคอติดมือไปด้วย ก่อนจะวิ่งไปที่รถขับหลบหนีมุ่งหน้าไปเส้นทาง ศาลายา-นนทบุรี รวมทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปมี สร้อยคอทองคำหนัก 6 บาท ราคา 180,000 บาท พระเครื่องหลวงพ่อวัดไร่ขิงเลี่ยมทอง 1 องค์ ราคา 10,000 บาท พระเครื่องเหรียญท้าวเวสสุวรรณวัดจุฬามณี 1 องค์ ราคา 10,000 บาท สร้อยข้อมือหนัก 10 บาท 1 เส้นราคา 300,000 บาท รวมมูลค่า 500,000 แสนบาท
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ไล่กล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนี จนทราบว่า หลบหนีไปกบดานที่โคราช จึงให้ตำรวจชุดสืบสวนไปซุ่มสังเกตการณ์ จนพบนายวิทยา วงศ์กัณหา หนึ่งในผู้ต้องหา ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ คาวาซากิ สีดำแดง ใหม่เอี่ยมไม่สวมทะเบียน จึงได้จับกุมตัว พร้อมของกลาง สอบสวนและรับสารภาพว่าเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุอยู่ที่ไหน
จากนั้นเวลา 20.40 น. วันเดียวกัน ตร.ชุดสืบสวนได้ไปจับกุมนายธนกร ธนวรกฤตโสภณ ได้ที่หน้าวัดโคกขาม ต.โบสถ์ อ.โบสถ์ จ.นครราชสีมา จึงนำตัวพร้อมของกลางบางส่วนกลับมาดำเนินคดีที่ สภ.โพธิ์แก้ว ท้องที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวน ทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากตกงาน ไม่มีเงิน เดือดร้อนเรื่องการเงินอย่างหนัก และไม่ได้มาดูลาดเลามาก่อน แต่ขับรถผ่านสังเกตเห็นจึงได้ก่อเหตุทันที และยังรับสารภาพอีกว่า ทองที่ชิงไปนั้น บางส่วนนำไปแบ่งขายกันหลายที่ ที่ร้านทองในพื้นที่สระบุรี และจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อได้เงินมา จึงนำเงินไปซื้อรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ สีแดงดำไม่สวมแผ่นป้ายทะเบียน เพื่อการเดินทางที่สะดวก และชวนกันไปเที่ยวร้านคาราโอเกะ ส่วนระหว่างทางก็ได้นำเงินใช้จ่ายอย่างสบาย จนเหลือทรัพย์สินจำนวนดังกล่าว เหลือเพียงที่ยึดมาเท่านั้น
...
ทั้งนี้ พร้อมกับได้ทำการขอขมากับนายเอนก มากรักษา อายุ 66 ปี เจ้าของร้าน ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านที่รอดูการทำแผน เกือบจะมีเหตุวุ่นวาย ชาวบ้านปรี่จะเข้ารุมกระทืบทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวขึ้นรถได้ทัน โดยไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น.