"บิ๊กโจ๊ก" เผย ยังไม่เห็นคำสั่งโยกย้ายเจ้าตัว ลั่น กำลังใจดี-ขอทำงานตามปกติ อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล เชื่อปมค้นบ้านเป็นเรื่องชกใต้เข็มขัด-ดิสเครดิต ซัดเป็นการเมืองภายในองค์กร   

เมื่อเวลา 14.09 น. วันที่ 25 ก.ย. 66 ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกระแสข่าวคำสั่งโยกย้ายว่า ยังไม่มี ตนยังไม่เห็นคำสั่ง โดยตนจะเดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประชุมตามปกติ ตอนนี้ยังคงมีกำลังใจดี และขอทำงานตามปกติทุกอย่าง คดีที่ค้างคาจะต้องสะสางทั้งหมดให้เสร็จ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ตนจะต้องรับผิดชอบให้เสร็จ ตราบใดที่ยังรับผิดชอบอยู่ ส่วนลูกน้องที่ถูกดำเนินคดี เขาต้องไปต่อสู้คดี แต่ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา เขาก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนได้บอกลูกน้องทุกคนที่ถูกออกหมายจับ หากรู้ตัวให้เข้ามอบตัวทันที ถ้าเขาไม่ให้ประกันในชั้นโรงพัก ก็ให้ไปประกันชั้นศาล ใช้สิทธิ์ตามปกติ ไม่มีการโทร.ไปสั่ง ผกก.โรงพักใดหรือท้องที่ใดเด็ดขาด ตนให้ลูกน้องทำตามกระบวนการตามปกติ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า มีผู้ที่ถูกออกหมายจับนับ 10 กว่าคน มีทั้งตำรวจ และพลเรือน แต่ตนไม่ทราบว่าฝ่ายพลเรือนเป็นใครบ้าง แต่หากตำรวจลูกน้องถูกออกหมายจับก็ขอให้เข้ามอบตัว และไปสู้กันในชั้นศาล หากศาลยังไม่ให้ประกันก็ให้อยู่ในเรือนจำไป ถ้าผิดก็ให้ดำเนินการไปตามผิด ตนไม่ไปกดดัน หรือโทร.สั่งใคร สามารถตรวจสอบได้ ไม่มีการใช้อำนาจของรอง ผบ.ตร.แต่อย่างใด

"เรื่องนี้เป็นการชกใต้เข็มขัด เป็นการดิสเครดิตตนอย่างเห็นได้ชัด มันมีคดีหลายคดีที่งวดแล้ว แต่ไม่อยากกล่าวถึงใคร ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ใครทำผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ใครละเมิดอำนาจศาลก็จะต้องดำเนินคดีไป ที่ผ่านมาตนทำคดีทุกคดีโปร่งใส ทำร่วมกับอัยการ ไม่ได้ทำเพียงลำพัง เฉพาะในส่วนของตำรวจตนจะไม่ลดบทบาท และทำงานไปตามจริง หากยังมีความรับผิดชอบในหน้าที่อยู่ จะทำงานตามปกติ ต้องอดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก และไม่มักมากในลาภผล" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว

...

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ตนเป็นเบอร์ 2 ไม่ได้คิดไปออฟไซด์ใครอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.ตำรวจยึดหลักอาวุโส ตนยังสนุกอยู่กับการทำงาน ที่ผ่านมาไม่เคยคุย หรือไปแข่งขันกับใคร เพราะยังเหลือเวลาอีกเยอะ ตื่นเช้ามาได้ทำงานก็พอใจแล้ว ส่วนใครจะเป็นได้เป็น ผบ.ตร. เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาของ ตร.ที่จะพิจารณา ตัวชี้วัดอยู่ที่ประชาชน ตนมีหน้าที่ทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เรื่องที่โดนตรวจสอบก็ต้องว่ากันไป แต่ถ้าเกิดใครทำโดยไม่ชอบก็จะต้องรับโทษในการกระทำความผิดนั้น ในส่วนของเว็บพนันออนไลน์ ตนมีแต่การปราบเว็บพนันอย่างเดียว เว็บพนันไม่มีใครรู้จักตน มีแต่คนเขากลัวตน ฝากถึงประชาชนว่าไม่ต้องเป็นห่วง จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด พร้อมรับการตรวจสอบเมื่อเขาอยากตรวจสอบก็ให้เขาตรวจสอบ เพราะเคยโดนมาเยอะแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาโดน ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่มีใบสั่ง ไม่ใช่เรื่องที่ปกติ เราก็ต้องรับการตรวจสอบ

"ส่วนข่าวลือที่ให้ตนไปนั่งเป็นเลขาธิการ ป.ป.ส.นั้น ตำแหน่งใดก็ได้ขึ้นอยู่กับหลักความสมัครใจของเจ้าตัว และต้องขึ้นอยู่กับหลักความเป็นธรรมด้วย ขอยกตัวอย่าง เช่น ตนดำเนินคดีกับตำรวจเยอะแยะไปหมด แต่ยังไม่มีใครถูกออกจากราชการ ถามว่าทำไมถึงยังไม่ออกจากราชการ เพราะอยู่ที่หลักบริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ก็ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์ ตนยังไม่มีข้อถูกกล่าวหาสักข้อ เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปชี้แจงข้อกล่าวหา แต่ที่ตั้งประเด็นการค้นบ้านตนมันเป็นความผิดปกติ เพราะมีการหลอกให้ศาลไม่รู้ว่าเป็นบ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มันเป็นการหมกเม็ดศาลแล้วมาค้นบ้านตน โดยอาศัยเพียงแค่บ้านเลขที่ ถามว่าตำรวจใครก็รู้ว่าเป็นบ้านของตน ต้องไปถามศาลว่าศาลรู้หรือไม่ว่าเป็นบ้านตน ศาลก็คงไม่ทราบเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีการตระเตรียมการมาแล้วว่าจะดิสเครดิตตนให้ได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องการเมืองภายในองค์กร ขอให้ทุกคนที่รับรู้ข่าวสารลองพิจารณาดูเอาเอง" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว.