ลูกเลี้ยงฆ่าพ่อเลี้ยง ฉุนเมาโวยวาย มีปากเสียงท้าทายฮึ่มใส่กัน-ปะทะเดือด พ่อเลี้ยงพลาดท่าถูกมีดแทงหัว-เสียบท้องไส้ทะลักดับสยองคาบ้าน แม่เผยลูกชายไม่ชอบสามี มีปากเสียงกันบ่อย-ทะเลาะเกือบทุกวัน 

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 ก.ย. 66 ร.ต.อ.กฤตณัฐ รัตนกุสุมภ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี รับแจ้งเหตุคนถูกมีดแทงเสียชีวิต ภายในบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ม.7 ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูลราชบุรี

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในบ้าน พบศพ นายเอกรัตน์ งั้นเลี้ยง อายุ 38 ปี นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนพื้นใกล้หน้าต่าง สภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสามส่วนลายทหาร พบบริเวณศีรษะมีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีด 1 แห่ง และบริเวณหน้าท้องมีบาดแผลถูกแทงอีก 1 แห่ง ไส้ทะลัก ใกล้กันพบขวดเหล้าขาวขวดเล็ก 1 ขวด แต่ไม่พบอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายประสาร สุทธานนท์ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของผู้ตาย และเพิ่งกลับมาอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุได้เพียง 2 เดือน หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถ จยย. ยี่ห้อยามาฮ่า สีเทา ทะเบียนราชบุรี หลบหนีไป

จากการสอบถาม นางพูลสุข คลังอาวุธ อายุ 51 ปี ภรรยาผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังเก็บของและดูสุนัขอยู่ในห้องครัว ส่วนผู้ตายนั่งกินเหล้าอยู่ภายในห้อง เวลาเมาก็ชอบโวยวายเสียงดัง ส่วนลูกชายเพิ่งมาอาศัยอยู่ด้วยกันไม่นาน และมีปัญหากับผู้ตายเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเมาแล้วโวยวายเหมือนเช่นเคย คาดว่าลูกชายน่าจะรำคาญ จึงทำให้มีปากเสียงและท้าทายกัน เมื่อตนออกไปดูก็เห็นผู้ตายถือขวดเหล้าในมือจะตีหัวลูกชาย ขณะที่ลูกชายก็ถือมีดไว้ในมือเช่นกัน จากนั้นทั้งคู่ก็พุ่งเข้าหากัน สามีพลาดท่าถูกลูกชายแทงที่หัวและท้องจนล้มแน่นิ่งและเสียชีวิตดังกล่าว 

...

"ตนตกใจมาก พอตั้งสติได้จึงโทรบอกเจ้าของบ้านที่เธออยู่ ให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ หลังเกิดเหตุตนพยายามบอกกับลูกชายว่าอย่าหนี แต่ลูกชายบอกกับตนว่า ขอขับ จยย.ไปลาเพื่อนที่วัดแห่งหนึ่งก่อน แล้วจะกลับมามอบตัว ส่วนชนวนสาเหตุนั้น ตนอยู่กินกับผู้ตายมากว่า 10 ปี แต่ลูกชายไม่ชอบผู้ตาย และมักจะมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ทะเลาะกันเกือบทุกวัน จนวันนี้มีปากเสียงกันถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต" นางพูลสุข กล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญนางพูลสุข ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองราชบุรี พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.