ตำรวจตรวจที่พัก 2 แห่ง ที่ เอ็ม ส่องศักดิ์ พ่อโหด พักอยู่กับเมีย 2 คน ที่แรกเป็นอพาร์ตเมนต์ในพหลโยธิน 50 ที่อ้างว่าลูกชาย 3 คน เสียชีวิตที่นี่ ส่วนอีกแห่งเป็นแมนชั่นที่คาดเป็นจุดเริ่มต้นอำพรางศพลูกสาว 2 ขวบ ก่อนนำไปฝังที่กำแพงเพชร พบผัวเมียค่อนข้างเก็บตัว ไม่สุงสิงกับคน เมียมีท่าทางหวาดกลัว จะซื้อไข่สักฟองยังต้องถามผัว
เวลา 09.00 น. วันที่ 21 ก.ย. 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองกับการสืบสวนนครบาล 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน กองพิสูจหลักฐาน ลงพื้นที่เก็บข้อมูลอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ซอยพหลโยธิน 50 แยก 11 ที่นายส่องศักดิ์ หรือเอ็ม ส่งแสง ผู้ต้องหาฆ่าลูกตัวเองนำศพไปฝังอำพรางโบกปูนทับ เคยพักอยู่กับน.ส.เจษฎา (ภรรยา) และเป็นจุดที่นายเอ็ม ระบุว่า ลูกชาย 3 คน เสียชีวิตเมื่อ ปี 2556 ปี 2559 ปี 2561 ตามลำดับ
จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ระบุว่า ครอบครัวนี้ย้ายเข้ามาพักอยู่ตั้งแต่ก่อนช่วงวิกฤติโควิด-19 ประมาณปี 2560-2561 ที่ผ่านมาเห็นทั้งคู่เดินไปเดินมา และทักทายกันตามปกติ แต่จะไม่เห็นก็ต่อเมื่อทั้งคู่เดินทางไปต่างจังหวัดเป็นเวลาหลายๆ วัน ซึ่งตัวนายส่องศักดิ์ ก็พูดจาทักทายดี ไม่มีอาการฉุนเฉียว หรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้เห็น รวมถึงที่ผ่านมาไม่เคยเห็นเด็ก 4-5 คนมาก่อน แต่เห็นเพียงเด็กผู้หญิงเท่านั้น ที่มักจะมาเดินอยู่กับแม่เป็นประจำ แต่จะเดินฝั่งตรงข้ามเสมอ ที่ผ่านมาไม่เคยพูดคุยกับแม่เด็กเป็นการส่วนตัว เพราะเจ้าตัวไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่มีเพียงแค่ครั้งเดียวที่ แม่ของเด็กเคยเดินมาขอให้แฟนตนไปรับนายส่องศักดิ์ ที่ห้างสรรพสินค้ากลับมาส่งยังที่พัก
นอกจากนี้ยังเคยเห็นว่าที่แขนของเด็กหญิง มีผ้าพันแผลพันรอบ เมื่อสอบถามพ่อของเด็กก็ได้คำตอบว่า ลูกสาวต้มมาม่า และถูกน้ำร้อนลวกแขนจนบาดเจ็บ แต่รอยแผลอื่นตนไม่เคยเห็น เพราะตัวเด็กหญิงก็จะแต่งตัวมิดชิด ใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกายตลอดเวลา
...
ครั้งหนึ่งเด็กหญิง เคยเข้ามาขออาหาร เมื่อตนจะพาไปหาอาหาร เด็กก็บอกว่าอยากกินมาม่า ตนจึงพาไปซื้ออาหารและนม ให้รับประทาน แต่ทางพ่อกับแม่ของเด็กไม่รู้ และเมื่อนายส่องศักดิ์รู้เรื่อง ก็บอกกับตนว่าจะจ่ายเงินให้ แต่ตนปฏิเสธเพราะถือว่าซื้ออาหารให้หลานกิน ส่วนตัวไม่ทราบว่าทั้งสองคนย้ายออกไปเมื่อใด เนื่องจากช่วงที่ทั้งคู่ย้ายออกไปเป็นช่วงที่เกิดโควิด-19 จึงทำให้ไม่ค่อยมีใครสนใจ
"เมื่อทราบข่าวก็รู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะแต่ก่อนก็จะมีการพูดคุยบ้างกับตัวนายส่องศักดิ์ จึงไม่คิดว่าจะมีพฤติกรรมเช่นนี้ ส่วนตัวภรรยานายส่องศักดิ์ เห็นว่าเป็นคนเงียบ ไม่สุงสิงกับใคร และมักจะหลบตาผู้คนเสมอ"
ส่วนที่แมนชั่น ซอยพหลโยธิน 65 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ที่พักของน.ส.สุนัน อายุ 40 ปี ภรรยาอีกคนของนายส่องศักดิ์ ผู้ต้องหา ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพลูกโบกปูนฝังพื้นห้องครัว ทราบจากนางดา อายุ 65 ปี แม่บ้านแมนชั่น ว่า ตนแทบจะไม่เคยเห็นหน้าของนายส่องศักดิ์ ผู้ต้องหา แต่ทราบว่ามาอาศัยอยู่ที่แมนชั่นแห่งนี้ ราว 3 เดือน และเห็นมีผู้หญิงผมยาวเดินไปมาพักอยู่ในห้อง เพราะว่าพักอยู่ชั้นเดียวกับตน และเคยพูดคุยกับนายส่องศักดิ์ ตอนผู้จัดการตึก ฝากไปบอกกับนายส่องศักดิ์ว่า "เรื่องเงินค่าห้องให้โอนเงินจ่ายเอา ไม่ต้องเอามาจ่ายที่ออฟฟิศ" แต่นายส่องศักดิ์ ทำท่าทีไม่พอใจพร้อมบอกกับตนว่า "ไม่โอนๆ" ส่วนพฤติกรรมของเขา จะไม่เคยสุงสิงกับใคร มักเก็บตัวอยู่ในห้อง ซึ่งเมื่อเห็นข่าวก็รู้สึกตกใจและไม่น่าเชื่อว่าลงมือฆ่าลูกได้ ซึ่งตอนที่นายส่องศักดิ์พักอยู่ที่นี่ ตนไม่เคยเจอลูกนายส่องศักดิ์เลย ก่อนที่จะย้ายออกไปได้ประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา
ขณะที่ผู้จัดการดูแลตึก เผยว่าผัวเมียคู่นี้เพิ่งเข้ามาเช่าอยู่ระหว่างเดือน เม.ย. ถึง ก.ค.ที่ผ่านมา แค่ 2 คน ไม่มีลูกและไม่เคยเห็นลูก ลักษณะเหมือนหนีหนี้ รีบเข้ามาติดต่อขอเช่า และตอนแรกจะไม่เปิดให้เช่า เพราะไม่มีที่จอดรถ แต่ทั้งคู่ก็ดึงดันจะพักให้ได้ ขอไปจอดรถที่อื่นก็ได้ โดยช่วงแรกทั้งคู่ขับรถฮอนด้าแจ๊ซ สีเทาตามที่ปรากฏในข่าวเข้ามา ก่อนช่วงหนึ่งเห็นขี่จักรยานยนต์สีขาวแดง แต่ผ่านไป 2-3 วันก็หายไป ไม่ได้นำมาขับขี่อีก และตอนย้ายออก ทั้งคู่ก็ยังเร่งรีบ น.ส.สุนัน อ้างว่าได้งานที่ จ.กำแพงเพชร ต้องรีบกลับ ไม่แจ้งล่วงหน้า ก่อนทำความสะอาดห้องจนเนี้ยบ โดยทั้งคู่ได้ขนถุงดำเป็นเสื้อผ้าผู้ใหญ่เก่าๆ กับเศษกล่องกระดาษ ขนของออกมาช่วงกลางวัน
"น.ส.สุนัน มักแต่งตัวแบบปิดหน้าปิดตาขึ้นตึก จนต้องบอกให้เปิดหน้า ส่วนนายส่องศักดิ์ ดูปกติดี แต่ภรรยาจะดูหวาดระแวงตลอดเวลา ตื่นตระหนก ซื้อไข่ใบเดียวก็ต้องคอยถามสามี จากการสอบถาม น.ส.สุนัน อ้างว่าทำงานดูแลคนป่วย ส่วนนายส่องศักดิ์ อ้างทำงานรับเหมาก่อสร้าง"