ผบก.น.2 ยืนยันกระดูกที่พบในจุดทิ้งศพ ซอยพหลโยธิน 56 แพทย์ระบุเป็นกระดูกคน แต่ต้องตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยัน DNA เทียบกับตัวผู้ต้องหาอีกครั้ง-ยุติการตรวจหาหลักฐาน และจะเริ่มค้นหาใหม่ในวันพรุ่งนี้

ความคืบหน้าคดีฆ่าฝังดินโบกปูนลูกสาววัย 2 ขวบ เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 20 กันยายน 2566 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.สพฐ. และ พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น. 2 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้มาตรวจสอบบริเวณจุดที่ น.ส.เจษฎา อ้างว่า นำศพลูก มาทิ้งไว้ที่บริเวณศาลพระภูมิ ริมถนนพหลโยธิน บริเวณซอยพหลโยธิน 56 

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างซอยพหลโยธิน 56 ราว 200 เมตร ข้างปั๊มน้ำมัน พบว่าศาลพระภูมิได้มีการย้ายตำแหน่งออกจากจุดเดิมไปประมาณ 50 เมตร โดยพื้นที่มีการนำเศษปูนเศษหินมาวางกระจายอยู่เต็มพื้นที่เป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เชือกกั้นบริเวณดังกล่าวไว้ เพื่อรอการตรวจสอบ

สำหรับจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจาก น.ส.เจษฎา ว่า ได้นำศพลูกชายที่เสียชีวิตมาทิ้งในปี 2559 จำนวน 1 คน และปี 2561 นำศพลูกชายมาทิ้งอีก 1 คน ต่อมาเมื่อปี 2563 จึงมีการก่อสร้างปั๊มน้ำมันขึ้นด้านข้าง และมีการปรับพื้นที่จากป่าหญ้าให้เตียนโล่ง และมีการขยับศาลพระภูมิออกไปจากจุดเดิม และด้วยเวลาที่ผ่านมานาน ทำให้สภาพที่จุดที่ทิ้งศพเด็กทั้งสองคนนั้นเปลี่ยนไปมาก เจ้าหน้าที่จึงวางแผนการเพื่อหาทางเก็บหลักฐานตรงจุดดังกล่าว ก่อนเข้าตรวจสอบสภาพจุดที่ทิ้งเพื่อหาหลักฐานทางคดี 

...

ภายหลังการตรวจจุดทิ้งศพนาน 50 นาที พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า จากข้อมูลว่ามีการทิ้งศพเด็กตั้งแต่ปี 2559 และ 2561 นำศพเด็กมาทิ้งไว้ จุดสังเกต คือ ศาลพระภูมิ โดยสภาพเมื่อก่อนเป็นป่ากก มีน้ำขัง เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อเจ้าของที่ดิน ทราบว่าหลังปั๊มน้ำมันมาก่อสร้างได้มีการถมดิน จึงให้ พฐ. ตรวจสอบก่อน ว่า มีเศษชิ้นส่วนของเด็กหรือไม่ โดยแผนต่อไปต้องใช้รถแบ็กโฮขนาดเล็กเข้ามาขุดเพื่อเปิดหน้าดิน ทำการค้นหาต่อไป เจ้าหน้าที่ต้องทำถึงที่สุดเพื่อหาหลักฐานทางคดีให้พบ พร้อมกันนี้ยังมีการประสานไปยัง รพ.ภูมิพล และนิติเวช รพ.ตำรวจ และ รพ.ทุกแห่ง ว่ามีศพเด็กจากรถขยะมาทิ้งหรือไม่ และขอประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนหากประชาชนที่พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับเด็กที่เสียชีวิตในช่วงปี 2559 และ 2561 ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบได้ทันที

ต่อมา เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 ก.ย. เจ้าหน้าที่ประสานนำรถแบ็กโฮเข้ามาขุดบริเวณจุดที่ น.ส.เจษฎา นำศพลูกมาทิ้ง โดยการขุดเปิดหน้าดิน แต่ปรากฏว่าไปขุดโดนท่อประปาแตกเสียหาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการทำงาน เพื่อควานหาร่างของเด็กที่ถูกทิ้งต่อไป

ต่อมา เวลา 19.00 น. วันที่ 20 ก.ย. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจพบถุงพลาสติกเปื้อนดิน ภายในถุงมีกระดูกยาว 13 ซม. 1 ชิ้น และขนาดประมาณ 6 ซม. 1 ชิ้น จึงบันทึกเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นกระดูกสัตว์หรือกระดูกคน หากเป็นกระดูกคนจะนำไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบกับตัวผู้ต้องหาต่อไป

ต่อมา เวลา 19.25 น. หลังพบกระดูก 2 ชิ้นดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ทำการประสานแพทย์โรงพยาบาลภูมิพล มาตรวจสอบ โดยแพทย์ทำการตรวจสอบในเบื้องต้นระบุว่า กระดูกชิ้นที่มีความยาว 13 เซนติเมตร เป็นกระดูกคน ส่วนท่อนแขนด้านบน อายุประมาณ 2 ปี

...

ล่าสุด เมื่อเวลา 19.40 น. วันที่ 20 ก.ย. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 เปิดเผยว่า การสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่านำศพลูกมาทิ้งบริเวณนี้ เมื่อประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และพนักงานสอบสวน สน.สายไหม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในช่วงเวลาเกิดเหตุ และสภาพปัจจุบันแตกต่างกัน เนื่องจากระยะเวลาผ่านมาหลายปี โดยเชื่อว่าบริเวณจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณตรงนี้ ในครั้งแรกให้ พฐ.ตรวจเก็บพยานหลักฐาน เมื่อเห็นว่าไม่พบ จึงใช้รถแบ็กโฮขนาดเล็กมาขุดเปิดหน้าดิน เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม 

จากการขุดพบกระดูกที่คิดว่าใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ จึงได้เชิญแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลภูมิพลฯ มาช่วยตรวจพิสูจน์ ในเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นกระดูกของมนุษย์ในช่วงอายุประมาณ 2 ปี แต่จะใช่หรือไม่ใช่ยังอยู่ในการสันนิษฐาน ในขั้นต่อไปจะให้พนักงานสอบสวนนำกระดูกส่งสถาบันนิติเวช เพื่อตรวจพิสูจน์ DNA เปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัยและผู้ต้องหาในคดีนี้ให้เกิดความชัดเจน ว่าเป็นกระดูกมนุษย์หรือไม่ และเชื่อมโยงกับตัวผู้ต้องหาหรือไม่ 

...

ผบก.น.2 กล่าวว่า ตอนนี้ยังต้องมีการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันความชัดเจนและถูกต้องอีกครั้ง ตอนนี้ต้องยุติการตรวจหาหลักฐาน และจะเริ่มค้นหาใหม่ในวันพรุ่งนี้ โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่มาร่วมกันตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่ม