จ.นครปฐม เชิญ "กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน" 903 คน อบรมบทบาทหน้าที่ ย้ำเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นผู้ช่วยนายอำเภอ ต้องทำสิ่งถูกต้องเหมาะสม เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน เร่งตรวจสอบเครือข่ายกำนันนก ดำเนินการกับ "กลุ่มผู้มีอิทธิพล-นักการเมืองท้องถิ่นที่มีปัญหา" ตามนโยบาย รมช.ชาดา 

วันที่ 19 ก.ย. 66 นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า วันนี้ทางจังหวัดนครปฐมได้เชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านและทุกตำบล รวม 903 คน ได้มาอบรมเรื่องบทบาทหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเป็นผู้ช่วยนายอำภอตามกฎหมาย มีหน้าที่ในการดูแล บรรเทาทุกข์บำรุงสุขให้พี่น้องประชาชนถึงหมู่บ้านทุกตำบล

ในส่วนเหตุที่เกิดขึ้นที่มีกำนันเป็นผู้ต้องหานั้น เราต้องมาทบทวนกำชับกันว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกฎหมาย ไม่ใช้อำนาจหน้าที่ไปทางไม่ชอบธรรม ที่จะก่อให้เกิดเหตุความเดือดร้อน หรือเอาเปรียบผู้อื่น โดยเรียกทุกคนมาฟังบรรยาย เพื่อให้ตระหนักถึงการทำหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรี เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ทำหน้าที่ มาร่วมกับหน่วยราชการทั้งหลาย จึงมีความสำคัญและมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ทำหน้าที่อย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน

สำหรับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ที่ผ่านมาเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โต และหากกระทำผิดจะมีการลงโทษไปตามความผิดที่กระทำ ส่วนเรื่องอาวุธปืน การอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนตามกฎหมาย ไม่ได้อนุญาตให้พกพาไปไหน โดยมีและใช้เก็บไว้ในเคหสถาน ผู้ที่จะพกพาได้คือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายหรือตำรวจ สำหรับบุคคลอื่นจังหวัดนครปฐม ไม่ออกใบอนุญาตให้ใครพกพาอยู่แล้ว

...

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทุกวันนี้ในจังหวัดนครปฐม ยังมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายของกำนันนกในลักษณะของการเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจอยู่หรือไม่ ผู้ว่าฯ เผยว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่ในโครงการที่หน่วยงานราชการ ได้มีบริษัท 2 บริษัทของกำนันนกเป็นคู่สัญญาเราให้หน่วยงานทั้งหมดรวบรวมมา และมีโครงการจำนวนมาก จะเร่งรัดให้ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว

ส่วนขณะนี้ที่มีประเด็นในเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐใช้สิทธิราชการซื้อปืน เพื่อให้กำนันนำไปให้ลูกน้องใช้ โดยทางจังหวัดจะดู หากเป็นปืนของหน่วยงานที่มีสวัสดิการเรื่องการจัดซื้ออาวุธปืน ผู้บังคับบัญชาต้องให้การรับรองมาในบื้องต้น จังหวัดได้กำชับทุกอำเภอแล้ว กรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐขออนุญาตซื้อปืนตามจริง จะออกเป็น ป.3 และนำปืนมาจดทะเบียน เปลี่ยนใบอนุญาตเป็น ป.4 ภายใน 6 เดือน ฉะนั้นใบ ป.3 ที่ได้รับอนุญาตไปเกิน 6 เดือน ก็จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานทราบ เรียกว่า ใบ ป.3 หมดอายุ ไม่สามารถไปดำเนินการต่อได้ หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบว่า อาวุธปืนที่มีการจำหน่ายออกไปแล้วผิดมือ มีมากน้อยแค่ไหน ตอนนี้กำลังตรวจสอบ

"ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะมีส่วนในการเอื้อประโยชน์ในการประมูลต่างๆ ของทางภาครัฐหรือไม่ โดยอำนาจหน้าที่โดยตรงไม่มี ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณ แต่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง มีรายได้ ถือเป็นอาชีพที่จะต้องทำความเข้าใจว่า เป็นอาชีพที่สุจริต ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ไปเพื่อเรียกร้องขอรับงาน โดยไม่ถูกต้อง หากพบว่าผิดก็ต้องดำเนินการลงโทษ"

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่อไปนี้จะมีการดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือนักการเมืองท้องถิ่นที่กำลังเป็นปัญหา ผวจ. เผยว่า จากฐานข้อมูลเดิมที่ฝ่ายความมั่นคงหลายหน่วยงานได้ร่วมกันรวบรวม จะใช้แนวนโยบายของรัฐมนตรี จะเอามาตรวจสอบทบทวนรายชื่อทั้งหมดอีกครั้ง ตามที่ รมช.ชาดา ได้มอบหมายไว้ อาจจะกำหนดดูว่าปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร   

ในส่วนของกระบวนการที่กำนันนกได้เข้าไปเป็น กต.ตร.นั้น ผ่านกระบวนการแต่งตั้ง เป็น กต.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ คือไม่ได้เป็นโดยตำแหน่ง แต่จะมีคณะกรรมการสรรหาในเบื้องต้นก่อนอยู่แล้ว ก่อนที่จะเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามแต่งตั้ง จะมีกรรมการเข้าไปพิจารณา แต่ไม่ได้เป็นเรื่องของความเกรงใจใดๆ 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า บริษัท 2 ป. คือ ป.พัฒนารุ่งโรจน์ และ ป.รวีกนก จะถูกขึ้นแบล็กลิสต์หรือไม่ ผู้ว่าราชการตอบว่า ทางหน่วยตรวจสอบอยู่ หากเข้าข่ายว่าเป็นการฮั้วประมูลหรือสมยอมราคากัน และมีผู้เกี่ยวข้อง เพราะมีกฎหมายลงโทษอยู่ แต่การขึ้นแบล็กลิสต์เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งมีคุณสมบัติอยู่แล้วว่า บริษัทแบบไหนที่ไม่สามารถมายื่นประมูลได้.