รวบ 4 แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชนวนเหตุสลด "ฆ่ายกครัว 3 ศพ" ที่สมุทรปราการ หลังตำรวจไทยประสานงาน ตร.กัมพูชาไล่ล่ากวาดล้างแก๊งคอลฯ ในกรุงปอยเปต นอกจากนี้ยังผลักดันคนไทยหลบหนีเข้าเมืองกลับประเทศอีก 1

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.ย. 66 พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เปิดเผยว่า เมื่อเย็นวานนี้ (18 ก.ย.) เวลา 17.00 น. ได้รับการประสานจาก เจ้าหน้าที่ ตม.ปอยเปต ประเทศกัมพูชาว่า ทางการกัมพูชาจะทำการผลักดันผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไทยจำนวน 4 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 3 คน ที่กัมพูชาทำการกวาดล้างจับกุมได้ในพื้นที่กรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตามความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ซึ่งมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ประสานความร่วมมือกับ ผบ.ตร.กัมพูชา เพื่อกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกรุงปอยเปต ซึ่งเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมฆ่ายกครัว 3 ศพ ที่ จ.สมุทรปราการ ที่บริเวณด่าน ตม.ปอยเปต กรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามด่าน ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นอกจากนี้ จะทำการผลักดันชายไทยเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองอีก 1 คนด้วย

ต่อมา นายจักรพงษ์ พันธุ์โชติ นายอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อม พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว พ.ต.ท.จิรพัฒน์ เขียวศิริ สว.ส.ทท.สระแก้ว (สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยวสระแก้ว), กองร้อยทหารพรานที่ 1302 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวแทนฝ่ายไทยเดินเท้าข้ามสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ไปรับตัวผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไทยทั้ง 4 คน และคนไทยหลบหนีเข้าเมืองอีก 1 คน จากเจ้าหน้าที่ ตม.ปอยเปต ที่บริเวณกลางสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ท่ามกลางบรรยากาศมิตรภาพที่ดีต่อกันของทั้ง 2 ฝ่าย จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้นำตัวผู้หลบหนีเข้ามืองส่งไปดำเนินคดี และนำผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้ง 4 คน มาทำการตรวจสอบและลงบันทึกประจำวัน ที่ ห้อง ศปก.ตม.จว.สระแก้ว ด่าน ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

...

โดยผู้ต้องหาทั้งหมดประกอบด้วย 1. นายสุพล วงเวียน อายุ 21 ปี ชาว จังหวัดฉะเชิงเทรา 2. น.ส.กรกนก สิงทิต อายุ 19 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว 3. น.ส.นิศารัตน์ สุขเกษม อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว และ 4. น.ส.กนกพร ไกรสุข อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว ซึ่งทั้ง 4 คน มีหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 6 ก.ย. 2566 กระทำความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งผลการจับกุมไปยังพนักงานอัยการสำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ดำเนินคดีตามหมายจับของศาลฯ ต่อไป