"ปทุมธานี" นักศึกษา ม.ดัง เปิดฉากซัดกันชุลมุนกลางดึก บริเวณปากทางเข้าโรงแรมดัง ย่านคลองหลวง สลด ถูกมีดแทงดับ 1 บาดเจ็บ 2 ล่าสุด ตร.ชุดสืบ สภ.คลองหลวง ตามจับกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แล้วทันควัน สอบสวนพบเคยเป็นอริกันมาก่อน-อ้างป้องกันตัว

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ที่ นายพงษ์พัน ณ บำรุง อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ถูกแทงเสียชีวิต บริเวณปากทางเข้าโรงแรมรอแยลอินน์ ม.5 ถ.พหลโยธินขาออก ม.5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นอกจากนี้ยังมีเพื่อนได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ทราบชื่อคือ นายกษิดิศ ต่างจิตต์ อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดพังงา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส และ นายธาม จรูญรัตน์ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวะฯ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา   

ความคืบหน้าล่าสุด วันเดียวกัน เมื่อเวลา 05.30 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง สว.สส.สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง ได้ตามจับกุม นายคณิตกรณ์ จันทร์วงค์ อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี (คนแทง) พร้อม นายอนุสรณ์ บุญแก้ว อายุ 21 ปี ชาวจังหวดสุราษฎร์ธานี และ นายอภิสิทธิ์ ปลักปลา อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่หอพักใกล้เคียงสายใต้ จากนั้นจึงพาตัวทั้ง 3 คน มาสอบสวนต่อที่ สภ.คลองหลวง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนัดเพื่อนกว่า 10 คน มาเที่ยวสังสรรค์ที่ร้านเหล้า พอร้านปิดก็เดินออกมาด้วยกัน 3 คน เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พัก ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ แยกย้ายกันไปก่อน จังหวะนั้นกลุ่มผู้ตายขับ จยย.มา 2 คัน จอดปิดหน้าปิดท้ายกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นอริเคยมีเรื่องกันมาก่อน จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากชกต่อยกันชุลมุน โดย นายคณิตกรณ์ จันทร์วงค์ (คนแทง) ได้ถูกกลุ่มคู่อริทั้งต่อยและล็อกคอเอาไว้ ก่อนจะล้มลงและถูกกระทืบซ้ำ จังหวะนั้นเห็นมีดตกอยู่บนพื้นพอดี ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของใครจึงหยิบขึ้นมาป้องกันตัว จ้วงแทงอีกฝ่ายไปมั่วๆ จากนั้นกลุ่มคู่อริจึงค่อยๆ ถอยห่างออกไป กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงพากันขึ้นแท็กซี่กลับมาที่หอพัก ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาจับกุมตัวดังกล่าว

...

เบื้องต้นหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป