ตำรวจไซเบอร์ รวบสองมือขวาคนสำคัญ ส่งขายบัญชีม้าให้เอเย่นต์ชาวจีน คาดมีเหยื่อถูกหลอกเปิดบัญชีมากกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท 

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.2 บก.สอท.1 พ.ต.ท.ธรรมปกร กัณหญาวงษ์, พ.ต.ท.ลักษณ์ปกรณ์ ลูกรักษ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.1 พ.ต.ท.อคร กล่อมกูล สว.กก.2 บก.สอท.1

นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.918,919/2566 ลง  11 ก.ย. 2566 เข้าจับกุม นายสุริยา ภู่หลง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 374/310 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง และ น.ส.ปาริชาต หมู่หัวนา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ม.4 ต.ทุ่งขนาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี  ในฐานความผิด "ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น"

สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.1 สืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นมือขวาคนสำคัญของเอเย่นต์ชาวจีน ในการกว้านซื้อบัญชีม้าจำนวนมาก ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่เพื่อสืบสวนหาพยานหลักฐาน จนพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนมีการรับซื้อบัญชีม้าจำนวนมากจริง เพื่อส่งให้เอเย่นต์ชาวจีนที่ทำหน้าที่รวบรวมบัญชีม้าภายในประเทศไทย สำหรับใช้ในการกระทำความผิด  จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ โดยติดตามจับกุมตัวนายสุริยาและน.ส.ปาริชาต ได้ที่บริเวณริมถนนภายในซอยเขาตาโล 14 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 

...

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า หลังจากรวบรวมบัญชีม้าและข้อมูลของชาวบ้านที่รู้จัก จึงส่งต่อให้กับเอเย่นต์ชาวจีน โดยเอเย่นต์กลุ่มนี้ จะมีลักษณะการติดต่อโดยการใช้เบอร์โทรศัพท์ของผู้อื่นติดต่อมายังผู้ต้องหา และนัดหมายเวลาและสถานที่เพื่อขอข้อมูลบัญชีและเอกสารในการทำธุรกรรมในการเปิดบัญชีที่ผู้ต้องหาหามาได้ และหลังจากนั้นจะทำการตัดช่องทางการติดต่อดังกล่าวทันที และจะติดต่อกลับมาใหม่โดยเบอร์โทรศัพท์ของผู้อื่น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่คาดว่ามีผู้ถูกหลอกให้เปิดบัญชีในพื้นที่ จ.ชลบุรี มากกว่า 100 ราย พบมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท 

จึงควบคุมตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.1 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.