"บิ๊กโจ๊ก" เสียใจการจากไปของ "ผกก.เบิ้ม" ไม่มีใครได้ประโยชน์ มีแต่เรื่องที่ทำให้รู้สึกเศร้าใจ ส่วนประเด็น "ผกก.สน.พญาไท" ขู่สื่อ ระวังปืนลั่นใส่ อาจเกิดจากความเครียด หากนักข่าวคนไหนติดใจ ให้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีมาที่ตนได้ พร้อมยืนยันไม่กดดันทำคดี "กำนันนก" เร่งขยายผลกิ่งก้านสาขา ตรวจสอบ มีธุรกิจผิดกฎหมาย มีการฮั้วประมูลหรือไม่ ขณะที่ ผบ.ตร.เผยกรณี "ซุ้มกำนันนก" ขู่บุกชิงตัวช่วยนาย เป็นเฟซบุ๊กอวตาร

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 กันยายน 2566 ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้า คดีสังหาร พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ที่ถูก "หน่อง ท่าผา" นายธนัญชัย หมั่นมาก ลูกน้องของ "กำนันนก" นายประวีณ จันทร์คล้าย ยิงเสียชีวิตในงานเลี้ยงที่บ้านของกำนันนกต่อหน้านายตำรวจที่มาร่วมงานเลี้ยงอีก 27 คน ทำให้มีการเรียกสอบนายตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมด จากกรณีดังกล่าว ทำให้ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. ในฐานะผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.ต.ศิวกร เกิดความเครียดยิงตัวเองเสียชีวิต ว่า หลังจากออกหมายจับตำรวจไป 6 นาย ได้มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับพลเรือนอีก 5 คน ในส่วนของลูกน้องกำนันนกที่เอา Server ไปทิ้งน้ำ เอาปืนไปซ่อน และร่วมกันทำลายพยานหลักฐานเก็บกวาดที่เกิดเหตุ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวานจนถึงขณะนี้ยังคงสอบพยานเพิ่มเติมอยู่ โดยในที่เกิดเหตุมีตำรวจอยู่ทั้งหมด 28 นาย มีพลเรือน 27 คน ในที่เกิดเหตุจบแล้วว่ามีคนแค่นี้ การสืบสวนมีความก้าวหน้าไปมาก การสอบสวนยังต้องรอผลการกู้ Server เพื่อจะพิจารณาว่าจะต้องดำเนินคดีกับใครบ้าง และในการออกหมายจับเพิ่มจะมีอีกแน่นอน ความคืบหน้าคงชัดเจนขึ้นในวันศุกร์ที่ 15 และวันเสาร์ที่ 16 ก.ย.นี้ ในส่วนของการขยายผล เร่งตรวจสอบเรื่องของการประมูลงานหรือการเว็บพนันต่างๆ ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ภายใน 2-3 จะทำงานอย่างรวดเร็ว 

...

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนของการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.วชิรา จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ขณะนี้ยังรอผลตรวจจากนิติเวช โรงพยาบาลภูมิพลฯ ว่า การเสียชีวิตเกิดจากการฆ่าตัวตายอย่างไร โดยผู้ให้คำตอบคือ นักนิติวิทยาศาสตร์ และแพทย์นิติเวช 

ส่วนประเด็น พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร ผกก.สน.พญาไท 1 ในตำรวจที่ร่วมงานเลี้ยงบ้านกำนันนก พูดข่มขู่สื่อมวลชน ประเด็นนี้อาจเกิดจากความเครียดของเขา หากนักข่าวติดใจขอให้ แจ้งความร้องทุกข์กับตนได้ 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การสอบสวนที่ผ่านมาหลายวัน ตำรวจทุกนายยังไม่ได้ให้การตามความเป็นจริง ตนเห็นว่า วันนี้ตำรวจต้องรักตำรวจ การที่ลูกน้องถูกยิงตาย แต่ผู้บังคับบัญชากลับไม่ให้การตามความจริง มิหนำซ้ำยังปกป้องช่วยเหลือคนร้ายอีกแบบนี้แย่เต็มที ตนดำเนินการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับคนร้ายที่ฆ่าตำรวจและคนที่ใช้ให้ยิงตำรวจ ตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุควรต้องมีจิตสำนึกและให้การที่เป็นประโยชน์โดยที่ไม่ต้องให้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนต้องทำงานเช่นนี้ แต่ไม่เป็นไรเพราะความจริงมีหนึ่งเดียว เดี๋ยวผลออกมาก็จะรู้ ส่วนใครจะเครียดหรือไม่เครียดเป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องลงไปดูแล โดยมีโรงพยาบาลตำรวจ มีนิติจิตเวชคอยดูแลอยู่แล้ว 

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า วันนี้ตำรวจตายไป 1 ยิงตัวตายไปอีก 1 ถามว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร เพราะมันเกิดจากตำรวจไปเป็นไม้ค้ำยันให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ นอกจากไม่ช่วยตำรวจ ยังพาคนร้ายหลบหนีแบบนี้ถือว่ารับไม่ได้ 

ผู้สื่อข่าว ถามถึงสัญญาณมือถือของ ผกก.เบิ้ม ที่ไปอยู่แถวบางนาได้อย่างไรว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ส่วนปลอกกระสุนอยู่ในตัว โรบอต ทำความสะอาดจะต้องทำการตรวจพิสูจน์รวมถึงการตั้งเวลาของตัว โรบอต กำลังตรวจสอบกับทางบริษัทเจ้าของ โรบอต ดังกล่าว ตรวจพิสูจน์ถึงร่องรอยการยิง ท่าทางการยิง วันนี้คงได้การรายงานจากทางนิติเวชทั้งหมด โดยส่วนตัวมองว่า ผกก.เบิ้ม อาจมีความเครียด เพราะจากการที่สอบปากคำของพนักงานสอบสวนเขามีอาการเครียด โดยชุดสืบสวนกำลังไล่ประเด็นข้อพิรุธสงสัยต่างๆทั้งหมด ว่ามือถือไปอยู่ที่บางนาได้อย่างไร  ส่วนการเสียชีวิตของ ผกก.เบิ้มไม่มีใครที่ได้ประโยชน์ มีแต่เรื่องที่ทำให้รู้สึกเศร้าใจ ผกก.เบิ้ม เป็นเพียงหนึ่งในพยานเท่านั้น ตนก็รู้สึกเสียใจ 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีความกดดันในการทำคดี มีแค่ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไป ตรงมา ชัดเจนและเด็ดขาด ในคดีนี้ต้องเดินหน้าไปจนสิ้นสุด มีการขยายผลไปถึงกิ่งก้านสาขาของกำนันนก ตรวจสอบว่า มีธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ มีการฮั้วประมูลหรือไม่  เสียภาษีอากรถูกต้องหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การเรื่องการฟอกเงินและยึดทรัพย์ ไม่ได้หยุดแค่เรื่องการยิง พ.ต.ต.ศิวกร เท่านั้น ตั้งแต่ตนทำคดียังไม่มีใครมาขอคดีตนสักคน เพราะตนทำแบบตรงไปตรงมา 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินทราบแล้วว่า มีการโอนเงินไปให้ใครบ้าง แต่เป็นรายละเอียดอยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ จากนี้ไปจะเดินหน้าทำคดีให้เสร็จสิ้นและขอยืนยันว่าผู้ต้องหาที่จับกุมได้คือ กำนันนกตัวจริง ไม่ใช่มีการสวมตัวตามที่ในสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กัน ตนเชื่อว่าประชาชนในพื้นที่เขารู้อยู่แล้วว่ากำนันนกทำอะไรอยู่ แต่ไม่มีใครอยากไปยุ่ง เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน บ้านเมืองมีขื่อมีแป ต้องทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย เมื่อวานได้โทรศัพท์กับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย วางเป้าหมายทำงานร่วมกับท่าน เพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพลต่อไป

...

วันเดียวกันที่ จ.เชียงราย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว หลังเดินทางมาเปิดโครงการร้านค้าสวัสดิการ "ร้านปันรักษ์" เชียงราย ณ บริเวณสี่แยกสถานีตำรวต ถ.สิงหไคล ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย โดยระบุว่า 

ในส่วนของคดีการเสียชีวิตของ พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือ สว.แบงค์ ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เป็นผู้ดำเนินการติดตาม ตอนนี้ก็เชื่อมั่นว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีทั้งตัวกำนันนกและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง โดยตอนนี้คดีหลักมีผู้เกี่ยวขัองอยู่ 2 คน คือกำนัน และหน่อง ส่วนผู้ช่วยเหลือตอนนี้มีข้อมูลอยู่ 6 คน ส่วนกล้องวงจรปิดที่เก็บกู้ได้ ตอนนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่

ในประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการข่มขู่นักข่าว ตนยังไม่ได้ตรวจสอบโดยละเอียด และจะกลับไปตรวจสอบหลังจากนี้ ส่วนโพสต์ในโซเชียลอ้าง ซุ้มกำนันนก ที่โพสต์ในทำนองข่มขู่ว่าจะ ชิงตัวกำนันนก นั้น จากการสอบสวนพบว่าเป็นอวตาร แต่หากตรวจพบในภายหลังว่าเป็นตัวจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" รอง ผบ.ตร. กล่าว