"บิ๊กโอ๋ ผบช.ภ.7" เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตำรวจภาค 7 ให้เสร็จใน 5 วัน หลังโผล่ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์บ้าน "กำนันนก" ปล่อยมือยิงหลบหนี ไม่แจ้งเหตุทันที ตลอดจนเกิดการทำลายพยานหลักฐาน

ความคืบหน้าคดี นายหน่อง ลูกน้องกำนันนก คนดังรัวยิง “สารวัตรสิว หรือสารวัตรแบงค์” พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว อายุ 31 ปี สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. นายตำรวจหนุ่มตงฉินคางานเลี้ยงบ้านตัวเอง

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2566 พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 ลงนามในคำสั่งตำรวจภูธรภาค 7 ที่ 615/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ความว่า ด้วยปรากฏข่าวทางสื่อต่างๆ กรณีเมื่อคืนวันที่ 6 กันยายน 2566 เกิดเหตุ นายธนัญชัย หรือหน่อง หมั่นมาก ใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สารวัตรกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เสียชีวิต และพ.ต.ท.วศิน พันปี รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ภายในบ้านพักของ นายประวีณ หรือนก จันทร์คล้าย กำนันตำบลตาก้อง อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ที่มาร่วมงานจำนวนมาก

หลังก่อเหตุ นายธนัญชัยได้หลบหนีไป และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับ นายประวีณ และนายธนัญชัย เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาวันที่ 7 กันยายน 2566 นายประวีณ ได้เข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองนครปฐม และในวันที่ 8 กันยายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปติดตามจับกุมตัว นายธนัญชัย ซึ่งหลบหนีไปที่ จ.กาญจนบุรี และเกิดการยิงต่อสู้กันทำให้ นายธนัญชัยเสียชีวิต

จากเหตุการณ์ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อหน้าผู้ที่มาร่วมงานและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์จำนวนมาก ซึ่งมีเหตุสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์มิได้เข้าทำการระงับเหตุหรือไม่ เพราะเหตุใดจึงไม่จับกุมนายธนัญชัย ทำให้นายธนัญชัยหลบหนีไปได้ รวมทั้งไม่แจ้งเหตุที่เกิดขึ้นในทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ดำเนินการและไปรักษาที่เกิดเหตุ ตลอดจนพยานหลักฐานสำคัญเพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ จนทำให้มีการทำลายพยานหลักฐาน

...

โดยในเบื้องต้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวของนายธนัญชัยเป็นการกระทำที่อุกอาจ สะเทือนขวัญ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง เป็นที่สนใจของประชาชน และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์โดยทั่วไป ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 7 เป็นอย่างมาก

เพื่อให้ได้รายละเอียดข้อเท็จจริง และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเป็นการพิจารณาเบื้องต้นว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 รายใดไปร่วมงาน และอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ เหตุใดจึงไม่ทำการระงับเหตุ หรือจับกุมนายธนัญชัยตามอำนาจหน้าที่ และมีกรณีกระทำผิดวินัยหรือไม่ อย่างไร

อาศัยอำนาจตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้

1. พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย เป็นประธานกรรมการ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7

2. พ.ต.อ.ปรัชญา ทองน้ำวน เป็นกรรมการ รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 7

3. พ.ต.อ.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์ เป็นกรรมการ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7

4. พ.ต.อ.ธนวิทย์ กาญจนนฤนาท เป็นกรรมการ ผู้กำกับการ (กลุ่มงานตรวจสอบสำนวนคดี) กองบังคับการกฎหมายและคดีตำรวจภูธรภาค 7

5. พ.ต.อ.สมเกียรติ จาคีไพบูลย์ เป็นกรรมการ ผู้กำกับการ (กลุ่มงานตรวจสอบสำนวนคดี) กองบังคับการกฎหมายและคดีตำรวจภูธรภาค 7

6. พ.ต.อ.บุญพา ปาระแม เป็นกรรมการ ผู้กำกับการ (กลุ่มงานตรวจสอบสำนวนคดี) กองบังคับการกฎหมายและคดีตำรวจภูธรภาค 7

7. ร.ต.อ.หญิง สุทธิพร กล่อมบรรจง เป็นกรรมการ/เลขานุการ รองสารวัตร (กลุ่มงานตรวจสอบสำนวนคดี) กองบังคับการกฎหมายและคดีตำรวจภูธรภาค 7

8. ร.ต.อ.หญิง พรรณราย พยาบาล เป็นกรรมการ/ผู้ช่วยเลขานุการ รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการกฎหมายและคดีตำรวจภูธรภาค 7

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ประธานกรรมการรับทราบคำสั่ง โดยให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามวิธีการและขั้นตอนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้ หากพบว่าเป็นการกระทำความผิดอาญาหรือกระทำผิดวินัยให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สั่ง ณ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566