"บิ๊กโจ๊ก" เดือด สั่งสอบกราวรูด 21 ตำรวจ ไล่ตั้งแต่ผู้กำกับสืบนครปฐม ยัน จ่า หลังมีรายชื่อโผล่งานเลี้ยง "กำนันนก" ทำไมปล่อยตำรวจด้วยกันถูกยิงตาย คนร้ายเผ่นหนี อีกทั้งหลักฐานถูกทำลาย ถอดกล้อง-เช็ดคราบเลือด พร้อมตำหนิ ผกก.พื้นที่-ผู้การจังหวัด ไม่เข้มแข็ง

กรณีเหตุคนร้ายอุกอาจเหิมเกริม ยิงตำรวจทางหลวง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เสียชีวิต และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อคืนที่ผ่านมา ต่อมาศาลจังหวัดนครปฐม อนุมัติออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายธนัญชัย หมั่นมาก หรือ หน่อง อายุ 45 ปี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานทางคดี กำลังเดินทางไปพื้นที่ จ.นครปฐม เพื่อดูรายละเอียดสำนวนสอบสวน เป็นความสำคัญในเรื่องสำนวนสอบสวนเอาผู้ต้องหาทั้งหมด มาลงโทษ คดีนี้ผู้ต้องหารู้จักตำรวจ ข้าราชการในพื้นที่เยอะ จะต้องทำคดีด้วยความรอบคอบรัดกุม 

วันที่เกิดเหตุ มีรายชื่อตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ 21 คน ซึ่งจากการรับฟังรายงานจากกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งพบว่ามีการทำลายพยานหลักฐาน มีการเช็ดคราบเลือด มีการถอดกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ก็ต้องเดี๋ยวไปดูว่า ตำรวจ 21 คนที่อยู่ทำอะไรอยู่ ถึงปล่อยให้ตำรวจด้วยกันถูกยิงเสียชีวิต แล้วไม่พอ ยังปล่อยให้มีการทำลายพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ มีการถอดกล้อง เพราะฉะนั้นเหล่านี้เป็นประเด็น วันนี้ในเรื่องนี้ต้องทำเป็นตัวอย่าง

เหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นเหตุการณ์แบบนี้แล้วไม่จัดการที่เกิดเหตุ ไม่ติดตามจับกุมคนร้าย หรือปล่อยคนร้ายหนีรอดไป เดี๋ยวต้องไปดูว่าเข้าข่ายความผิดมาตรา 157 หรือไม่ ถ้าเข้าก็ต้องดำเนินคดี

...

ตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุกัน 21 คน ลำพังการถูกยิง อันนี้เป็นหน้าที่ของหมอ ช่วยได้ไม่ได้เป็นหน้าที่ของแพทย์ แต่การรักษาสถานที่เกิดเหตุ การจับกุมคนร้าย หรือการเก็บร่องรอยพยานหลักฐานต่างๆ และที่สำคัญในที่เกิดเหตุ มีผู้กำกับสืบสวนจังหวัดนครปฐมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานสืบสวนทั้งหมดของจังหวัดนครปฐม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การที่กำนันเข้ามอบตัวกับตำรวจ ไม่ใช่เงื่อนไขการขอประกันตัว ต้องว่าไปตามกระบวนการของกฎหมาย เรื่องนี้การรวบรวมพยานหลักฐานสำนวนคดีต้องรัดกุม ยิ่งเป็นคดีเกิดขึ้นในท้องถิ่น ต้องทำอย่างรัดกุม ที่เกิดเหตุมี ผกก. 3-4 ท่านอยู่ในพื้นที่ ทราบว่าเป็น ผกก.สน.ใน กทม. อยู่ที่เกิดเหตุ จะต้องสอบสวนว่าไปได้อย่างไร 

"ประเด็นสนใจ ทำไมตำรวจไม่จับคนร้าย ไม่สอบสวน ไม่จับ ไม่สืบสวน ไม่รักษาสถานที่เกิดเหตุ เข้าข่ายผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งการทำลายหลักฐานที่เกิดเหตุ ซึ่งมี ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม เป็นประเด็นสำคัญ ในการรักษาที่เกิดเหตุ ส่วนตำรวจ 21 คนอยู่ในที่เกิดเหตุไม่ทราบว่าไปเพราะอะไร แต่รู้ว่ามีการไปกินเลี้ยงกัน ต้องดูรายละเอียด เดี๋ยวก็รู้"

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเรื่องอื่นไหม ทำให้ตำรวจมารวมที่บ้านกำนัน นอกจากการแต่งตั้ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ไม่รู้รายละเอียด ที่ฟังมีเรื่องฝากย้ายตำรวจ ขอดูข้อมูลเป็นของจริงก่อน ขณะนี้ กำนัน ประสาน รอง ผบก.ภ.จว. นครปฐม เข้ามอบตัว หากไม่มาเป็นหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมาย 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะส่งสัญญาณมือปืนเข้ามอบตัวไหม รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ส่งสัญญาณ จะใช้การบังคับใช้กฎหมาย ตำรวจต้องยึดกฎหมาย ไม่ใช่ทำเกินกว่าเหตุ เพราะกฎหมายใหม่กำหนดไว้ หากคนร้ายมีอาวุธปืนยิงต่อสู้ ตำรวจทำได้ตามกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ทำได้ 

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คนก่อเหตุจะต้องถูกดำเนินคดี รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ศาลลงโทษให้ได้ วันนี้การที่คนเหล่านี้ฮึกเหิม ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ตนได้สั่งตำรวจพื้นที่ตรวจค้นบ้าน ค้นอาวุธปืน ต้องไม่ปล่อยให้คนร้ายมาก่อเหตุอุกอาจแบบนี้ ตำรวจพื้นที่ต้องทำหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง

“มันอยู่ที่ความเข้มแข็งของ ผกก.พื้นที่ ผู้การจังหวัด วันนี้ ผู้การจังหวัด ผกก.พื้นที่ คุณต้องมาพิจารณาตัวเองด้วย ว่าคุณปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง”

ผบก. และ ผกก. ไม่เข้มแข็ง คนร้ายผู้ก่อเหตุไม่เกรงกลัว มาก่อเหตุแบบนี้ตำรวจพื้นที่ต้องรับผิดชอบ จะเรียน ผบ.ตร. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถามว่าประชาชนจะรู้สึกอย่างไรกับตำรวจ ในเมื่อ ผกก.สส.ภ.จ.นครปฐม อยู่ในพื้นที่แล้วไม่ทำอะไร อาจจะมีมาตรการทางปกครอง ทางวินัย และยังไม่รู้จะเข้าอาญาหรือเปล่า

“ผมต้องเรียนว่า ที่ไหนก็ตาม ถ้าผกก.พื้นที่เข้มแข็ง ผู้การจังหวัดเข้มแข็ง เรื่องแบบนี้ไม่มีเกิด แต่ถ้าเมื่อไหร่ไม่เข้มแข็ง ก็จะเกิดเหตุแบบนี้ อันนี้ก็ต้องตำหนิ เพราะฉะนั้นการที่เขากล้ายิงตำรวจได้ ก็แสดงว่า ก็ไม่เกรงกลัวกันแล้ว และถามว่า อยู่ยังไง คนเหล่านี้ถึงไม่เกรงกลัวกฎหมาย แต่ถ้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อย่างเที่ยงธรรม คนเหล่านี้ไม่มีกล้าหรอก” รอง ผบ.ตร.กล่าว