รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ สั่งนายอำเภอห้วยเม็กเรียก "พยานและเจ้าหน้าที่" ไล่ตั้งแต่ "ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์" ยัน "ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2" เกี่ยวข้องการประมูลขายไม้พะยูงในราคาตํ่ากว่าท้องตลาด เข้าชี้แจงภายในสัปดาห์นี้ แฉพิรุธสร้างสถานการณ์ความเหมาะสมในการตัด ไปสร้างห้องน้ำอยู่ใต้ร่มไม้พะยูง ขณะที่ไม้ประเภทอื่น เช่น สะเดา ประดู่ ซึ่งมีความเสี่ยงจะล้มทับสิ่งปลูกสร้าง กลับไม่ตัด เพราะ "ไม่ใช่ไม้พะยูง"

จากกรณีมีการลักลอบตัดไม้พะยูงและไม้มีค่าทางเศรษฐกิจอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2566 พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ มอบหมายให้ พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เข้าควบคุมคดีโดยตั้งทีมเฉพาะกิจ ตำรวจภูรจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าติดตามกล้องวงจรปิดแกะรอยคนร้าย ถือเป็นเหตุที่อุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมายได้กำชับให้ ตำรวจทั้ง 23 สถานี ทั้งจังหวัด ประสานกับทางปกครองอำเภอ เพื่อร่วมตรวจเวรยาม ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการก่อเหตุในลักษณะนี้เริ่มมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไม้พะยูงเป็นไม้มงคลที่มีความต้องการของตลาดค้าไม้เป็นอย่างมาก อีกทั้งในภาคอีสานโดยเฉพาะที่จังหวดกาฬสินธุ์ ยังมีปริมาณไม้พะยูงอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นที่หมายปองของกลุ่มพ่อค้าไม้ ทั้งนี้ตำรวจจะทำหน้าที่ป้องกันและจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

...

นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพร้อมด้วย นายนิยม กิตติวงศ์ตระกูล ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ นายอดิสร คงสมกัน หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กส. 1 (ดงมูล) ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุตัดไม้พะยูงโรงเรียนขาย 2 แห่ง ที่โรงเรียนหนองโนวิทยา ต.หัวหิน และโรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก ซึ่งเป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กาฬสินธุ์ เขต 2 

จากการตรวจสอบทั้งเอกสาร และสอบปากคำผู้บริหารโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา และชาวบ้าน ในประเด็นในเรื่องก่อนและหลังการขออนุญาตตัดไม้ การเปรียบเทียบราคาจากการประเมินปริมาตรไม้ที่ขายไป โดยมีตอไม้พะยูง ภาพถ่ายก่อนตัด และใบเสร็จรับเงินขายไม้เป็นหลักฐาน

ในการตรวจสอบ พบหลักฐานยืนยันตัวบุคคล ในการเข้ามาเป็นผู้ประสานงานตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ โดยปรากฏตัวและมีภาพถ่ายประกอบ ทั้งในส่วนของการเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสถานศึกษา การเข้ามาตรวจวัดปริมาตรไม้พะยูง การประเมินราคาขาย การลงชื่อรับรองเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ระบุว่าเป็นคนของธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ชื่อ “สันติ” นอกจากนี้จากการตรวจสอบความเหมาะสมในการตัด ยังพบพิรุธ ไม้พะยูงทุกขั้นตอนก่อนถูกตัดขาย บางต้นเหมือนมีการสร้างสถานการณ์ โดยไปสร้างห้องน้ำอยู่ใต้ร่มไม้พะยูง ก่อนทำการตัดไม้พะยูง ขณะที่ไม้ประเภทอื่น เช่น สะเดา ประดู่ ซึ่งมีความเสี่ยงจะล้มทับสิ่งปลูกสร้างกลับไม่ตัด เพราะ “ไม่ใช่ไม้พะยูง” โดยเฉพาะในส่วนของราคาซื้อขายที่ต่ำและแตกต่างกันมาก กับราคากลางหรือราคาประเมินตามมาตรฐานป่าไม้ประมาณ “30-50 เท่าตัว” 

นายธวัชชัย รอดงามรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าการประมูลไม้พะยูงขาย ถือว่าผิดกฎหมายทุกขั้นตอน เป็นการปฏิบัติผิดข้อสั่งการของทางจังหวัดรวมถึงข้อสั่งการตามหนังสือของกรมธนารักษ์ เลขที่ กค 0305/ว20 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 จึงได้สั่งการให้ นายอำเภอห้วยเม็ก ทำการสอบสวนรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุตัวบุคคล ซึ่งพยานระบุว่าชื่อ “สันติ” เป็นเจ้าหน้าที่ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ รวมถึง นายไสว สะอาด ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ และ ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ให้มาอธิบายถึงเหตุผลในการประมูลไม้ขายทั้งหมด ภายในสัปดาห์นี้

ด้านนายอดิสร คงสมกัน หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับการประเมินราคาไม้ในโรงเรียนหนองโนวิทยาคม ที่มีการซื้อขาย 9 ต้น ราคา 104,000 บาท หากมีการซื้อขายกันในท้องถิ่นจะได้ราคาประมาณ 600,000 บาท ขณะที่ประเมินตามราคามาตรฐานกรมป่าไม้ 1,512,750 บาท ส่วนไม้พะยูงโรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ 3 ต้น ซึ่งมีขนาดลำต้นสูงใหญ่ จากหลักฐานซื้อขายเพียง 30,000 บาท แต่จากการประเมินวันนี้ หากซื้อขายกันในท้องถิ่นจะได้ราคาประมาณ 800,000 บาท หรือราคามาตรฐานกรมป่าไม้สูงถึง 2,232,000 บาททีเดียว จึงเห็นว่าราคาแตกต่างกันมาก

...

พฤติกรรมที่เกิดขึ้น จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์และกรมธนารักษ์ ที่มีเจตนารมณ์อนุรักษ์ทรัพยากรต้นไม้ในที่ราชพัสดุ ให้ความร่มรื่นและร่มเงาแก่ครู เด็กนักเรียน และป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อชดเชยผืนป่าธรรมชาติทั่วไปที่เสื่อมโทรม อย่างไรก็ตาม ทางด้านฝ่ายความมั่นคง ยังได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ผู้ที่มีใจรัก หวงแหน ไม้พะยูง ที่ร่วมกันปลูกมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่ ว่ายังมีเหตุลักลอบตัดและขายไม้พะยูงในโรงเรียนอีกหลายแห่ง ซึ่งจะได้มีการติดตามรายงานผลต่อไป อย่างไรก็ตาม จากคำสั่งการของนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และมอบหมายนายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามกรณีตัดไม้พะยูงในโรงเรียนอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้ครูน้อย ชาวบ้าน นักเรียน ดีใจ ว่าภาครัฐมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาและกำลังดำเนินการตรวจสอบภายใน เพื่อกระชากหน้ากากคนของรัฐ ที่ทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ ใช้ช่องว่างกฎหมายขายทรัพย์หลวงมาลงโทษต่อไป.