พ่อขี้เหล้า เมาแอ๋เข้าบ้าน ฉุนลูกชายทำแมวหาย-ขู่ชักปืนยิง คว้าปืนแก๊ปลั่นไก 1 นัด กระสุนถูกลูกชายดับสลดหน้าบ้าน
เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (5 ก.ย.) ร.ต.อ.มนตรี พูลเขตกิจ พนักงานสอบสวน สภ.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต ที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวร รพ.หนองไผ่ อาสากู้ภัยฯ ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น บริเวณหน้าบ้านพบศพ นายเกษม อยู่ดี อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ นอนเสียชีวิตข้างรถ จยย.สีฟ้า ทะเบียนเพชรบูรณ์ สภาพศพมีแผลถูกยิงที่บริเวณด้านหลัง จำนวน 1 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายบุญสืบ อยู่ดี อายุ 70 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพ่อของผู้ตาย นั่งรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ และยอมรับว่า เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย ซึ่งเป็นลูกชายแท้ๆ จนเสียชีวิต
ด้าน นางโสภิณ อยู่ดี แม่ผู้ตาย เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นพ่อของผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 อยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุกันเพียง 2 คน ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นคนชอบดื่มสุรา พอเมาแล้วชอบขู่ทำร้ายคนในบ้าน ตนจึงอยู่ด้วยไม่ได้ ต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านของลูกสาว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 18.40 น. ผู้ตายกำลังจะจูงรถ จยย.ออกไปข้างนอก ผู้ก่อเหตุจึงเข้าไปห้าม เพราะเพิ่งดื่มเหล้าเมากลับมา จากนั้นจึงถามหาลูกแมวที่ผู้ตายเอาไปด้วย แต่ผู้ตายทำรถล้ม ลูกแมวจึงวิ่งหายไป จึงทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจ จึงทะเลาะกับผู้ตาย
"จากนั้นผู้ก่อเหตุจึงให้ผู้ตายเปิดเบาะรถ จยย.ออกเพื่อดูลูกแมว แต่ก็ไม่พบตัว จึงพูดขึ้นว่า "เดี๋ยวยิงมึงเลย" ผู้ตายจึงพูดตอบไปว่า "พ่อจะยิงก็ยิงเลย" จากนั้นผู้ก่อเหตุจึงไปคว้าปืนแก๊ปยาวมาเล็งใส่ผู้ตาย ตนเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งมาหลบที่บ้านลูกสาว และได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัด จึงหันกลับไปดูก็พบว่าลูกชายนอนแน่นิ่งไปแล้ว จึงรีบโทรแจ้งผู้ใหญ่บ้าน" นางโสภิณ กล่าว
...
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ก่อเหตุ และอาวุธปืนยาวไม่มีเลขทะเบียน และเลขประจำปืน จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนแก๊ปจำนวนหนึ่งที่ใช้ก่อเหตุ มาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.หนองไผ่ และแจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้าน หรือที่ชุมชน ตามคดีอาญาที่ 151/2566 เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่ อก.1/2566" เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.