กาฬสินธุ์-รองผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ จี้ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ชี้แจงภาพถ่ายบุคคลหน้าคล้ายเจ้าหน้าที่ธนารักษ์กาฬสินธุ์พานายทุนค้าไม้พะยูงเดินสายใช้สว่านเจาะแก่นไม้พะยูงตามโรงเรียน เล็งเชือดวินัย 157 ขณะที่ชาวบ้านเริ่มไม่สบายใจ คดีอืด วอน "นายกฯ เศรษฐา" ตรวจสอบปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (4 ก.ย. 66) ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน จ.กาฬสินธุ์ นายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานฝึกอบรมชุดปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง จ.กาฬสินธุ์ หรือ ชรบ. มีกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อส.ทั้ง 18 อำเภอ เข้ารับฟังการอบรม ภายหลังพิธีเปิด นายธวัชชัย รองงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้ให้แนวทางการทำงานที่นอกเหนือจากการร่วมกันป้องกันยาเสพติด แต่ให้ร่วมกันป้องกันหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะปัญหาการตัดไม้พะยูงในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของนายทุนค้าไม้ และรวมไปถึงการช่วยกันสอดส่องดูแลต้นไม้หวงห้ามโดยเฉพาะไม้พะยูงที่หลงเหลืออยู่ตามวัด สถานที่ราชการ โดยเฉพาะโรงเรียนที่ปรากฏเป็นข่าวฉาวหลายพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์
จากนั้น นายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้เดินทางไปดูไม้ของกลางที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เป็นไม้พะยูงของกลางจำนวน 27 ท่อน ของโรงเรียนบ้านคำเชียงวัน ต.โนนแหลมทอง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งถูกลักลอบตัด นำมาเก็บไว้เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2566 และมีการประกาศขายด้วยวิธีการประมูลในวันที่ 8 กันยายนนี้ ปรากฏว่าของกลางยังอยู่ครบ
นายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจติดตามปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง กล่าวว่า หลังจากที่มีข่าวการเปิดโปงพฤติกรรมการตัดไม้หวงห้าม โดยเฉพาะไม้พะยูงตามโรงเรียน ในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 เป็นปัญหาข้ออ้างกล่าวถึงระเบียบพัสดุของธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ว่าสามารถกระทำได้ตามระเบียบพัสดุของกรมธนารักษ์จริงหรือไม่ และตกเป็นข่าวฉาวมานานเกือบ 1 เดือนนั้น
ขณะนี้ปรากฏว่ามีชาวบ้านในพื้นที่โรงเรียนที่ถูกตัดไม้พะยูงไปแล้ว ได้ส่งเอกสารหลักฐานผ่านมายัง กอ.รมน.จ.กาฬสินธุ์ รวมถึงชุดเฉพาะกิจ เบื้องต้นที่เป็นข่าว เกิดขึ้น 3 แห่งประกอบด้วย โรงเรียนคำไฮวิทยา อ.หนองกุงศรี ไม้พะยูงถูกตัดไปจำนวน 22 ต้น 2 ตอ และโรงเรียนหนองโนวิทยาคม อ.ห้วยเม็ก ไม้พะยูงถูกตัดไปจำนวน 9 ต้น รวมถึง โรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก ไม้พะยูงถูกตัดไป 3 ต้น ทั้ง 3 แห่งนี้ถูกตัดไม้พะยูงไปทั้งหมดแล้ว เรื่องนี้ ป.ป.ท.ขอนแก่น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับระเบียบพัสดุ รวมถึงข้อห้ามตามกฎหมายในด้านต่างๆ รวมไปถึงความจำเป็นเหตุผลในการตัดไม้ จำนวนเงินที่ไม่คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายต่อความเสียหายของไม้พะยูง
นายธวัชชัย กล่าวว่า เบื้องต้นถือว่าการประมูลไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ส่อผิดระเบียบ ผิดกฎหมาย คู่สัญญาระหว่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กาฬสินธุ์ เขต 2 และ ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และคำสั่งเลขที่ กค 0305/ว 20 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เรื่องการตัดไม้ในที่ราชพัสดุ อีกทั้งมีข้อมูลการประกอบธุรกิจการค้าไม้จาก พาณิยช์จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ยืนยันว่ากรณีการตัดไม้หรือประกอบธุรกิจการทำไม้ โดยเฉพาะไม้หวงห้ามนั้นไม่มีจริง เพราะหากเกิดการซื้อขาย จะต้องมีผู้ประกอบการที่ชัดแจ้ง มีการแจ้งจดขึ้นทะเบียนผู้เสียภาษีกับทางพาณิชย์จังหวัด และต้องได้รับการอนุญาตให้ค้าไม้หวงห้ามด้วย หากมีการกล่าวอ้างว่าเป็นการค้าขายไม้หรือประมูลไม้ถูกต้องถือเป็นการลวงโลก เพราะแม้แต่จะใช้ระเบียบพัสดุก็จะต้องเสียภาษีเข้าหลวง
ดังนั้นกรณีนี้ไม่เป็นความจริงยิ่งเป็นการทำไม้พะยูง (ไม้หวงห้าม) เพื่อการค้าเพื่อการส่งออกในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังไม่มีการอนุญาต และขณะนี้ได้ทำหนังสือเชิญให้ทางพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ได้เข้ามาร่วมตรวจสอบปัญหานี้ด้วยแล้ว
“ส่วนกรณีสื่อนำเสนอข่าวภาพหลักฐาน เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 จากกล้องวงจรปิดของโรงเรียนโคกกลางเหนือ อ.ห้วยเม็ก สามารถบันทึกภาพกลุ่มชายฉกรรจ์ 7 คนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ นำสว่านมาเจาะต้นไม้พะยูงภายในโรงเรียนจำนวน 9 ต้น และมีการพูดคุยกับครูว่าจะมีการประมูลไม้พะยูงขายนั้น ได้วิทยุสั่งการไปยัง นายอำเภอห้วยเม็กให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำบันทึกเป็นรายงานว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดนั้นคือใคร เป็นเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ในพื้นที่จริงหรือไม่ หากจริงจะต้องมีการชี้ตัว หากใช่ก็ต้องดำเนินการทางวินัย ม.157 ซึ่งจะต้องสอบถามว่า ธนารักษ์มีหน้าที่อะไรในการตระเวนใช้สว่างเจาะไม้พะยูง ทั้งนี้เพื่อความชัดเจนข้อมูลจะให้ทางอำเภอประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม ซึ่งหากไม่ใช้เจ้าหน้าที่ธนารักษ์กาฬสินธุ์ ก็คงเป็นกลุ่มนายทุนจีนค้าไม้ที่เหิมเกริมแฝงตัวเป็นเจ้าหน้าที่อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายเข้ามากระทำการเช่นนี้ จึงถือเป็นภัยคุกคามที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันแก้ไข” รอง ผวจ.กล่าวฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าการดำเนินการสอบสวนจาก ป.ป.ช. และ ป.ป.ท.จ.ขอนแก่น แต่มีความเคลื่อนไหวของหลายภาคส่วนที่ให้ข้อมูลแนวทางเพื่อทราบข้อเท็จจริงจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กาฬสินธุ์ เขต 2 และธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ซึ่งมีความสัมพันธ์ต่อกัน อีกทั้งสองหน่วยงานนี้ก็ยังไม่ให้ข้อมูลแต่อย่างได้ แต่ได้อ้างว่ารายงานเรื่องทั้งหมดส่งไปให้ส่วนกลาง ให้ไปติดตามเอาเองกับอธิบดีกรมธนารักษ์ รวมถึงเลขาฯ สพฐ.
รายงานแจ้งว่ามีความเคลื่อนไหวบนเว็บไซต์ของสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ครั้งแรกตั้งแต่มีปัญหาตรวจสอบการตัดไม้พะยูงโรงเรียนเพื่อการประมูล เป็นการออกประกาศยกเลิกประมูลไม้พะยูง ที่ทำเอาวงการค้าไม้ฮือฮาอีกครั้งหนึ่ง โดยประกาศระบุว่า สำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ยกเลิกประกาศขายทอดตลาดต้นไม้ในที่ราชพัสดุ (ต้นพะยูง) จำนวน 27 ท่อน ของโรงเรียนบ้านคำเชียงวัน ต.โนนแหลมทอง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยวิธีประมูลด้วยวาจา เนื่องจากคณะกรรมการประเมินราคาต้นไม้ ขอทบทวนราคากลางมูลค่าไม้ขั้นต่ำใหม่
ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ จึงขอยกเลิกประกาศดังกล่าว ปรากฏเป็นไทม์ไลน์ประกาศดังกล่าว
เบื้องต้นพบว่าไม้พะยูงจำนวน 27 ท่อน ได้จากการตรวจยึดที่โรงเรียนบ้านคำเชียงวัน หลังถูกคนร้ายลักลอบตัด และนำมาเก็บรักษาไว้ที่ด้านหลังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ออกประกาศขายทอดตลาดทางเว็บไซต์เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 66 กำหนดเปิดให้มีการประมูลไม้พะยูงจำนวน 27 ท่อน ปริมาตร 2.52 ลูกบาศก์เมตร ราคาเริ่มต้น 40,000 บาท ในวันที่ 8 ก.ย. 66 ที่ห้องประชุมสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์
ต่อมาประกาศบัญชีไม้พะยูงที่จะขายทอดตลาดจำนวนดังกล่าวถูกลบออกจากเว็บไซต์ ล่าสุดมีการยกเลิกประกาศ 22 ส.ค. 66 และประกาศยกเลิกทางเว็บไซต์ของสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ วันที่ 1 ก.ย. 66 จึงทำเอาบุคคลในวงการค้าขายไม้พะยูง พ่อค้าตัวแทนนายทุนจีนซึ่งคาดว่ามีหลายคนที่เตรียมเนื้อเตรียมตัวไปจะประมูล รู้สึกผิดหวังไปตามๆ กันเพราะไม้พะยูงมีราคาถูก
ด้านชาวบ้านในพื้นที่ อ.ห้วยเม็ก อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ที่ส่งข้อมูลหลักฐานมาทาง กอ.รมน.จ.กาฬสินธุ์ เริ่มไม่สบายใจในการทำงานเนื่องจากมองว่าล่าช้า เพราะกรณีนี้นานเกือบ 1 เดือน ซึ่งพบว่ามีเพียงตำรวจส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีกับ 8 ข้าราชการที่พัวพันกับของกลางที่หายที่หน้าเสาธงสำนักงานเทศบาลตำบลอิตื้อ อ.ยางตลาด แต่ในส่วนของการตัดไม้พะยูงตามโรงเรียน กลับไม่สามารถดำเนินการทราบข้อเท็จจริงอย่างใดได้เลย แม้ทางจังหวัดกาฬสินธุ์ได้พยายามที่จะติดตามปัญหานี้เพื่อความกระจ่างของสังคม จึงขอให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ได้เข้ามาตรวจสอบปัญหานี้อย่างเร่งด่วนด้วย
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ 7 คนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ 1 ในนั้นหน้าคล้ายกับเจ้าหน้าที่ธนารักษ์กาฬสินธุ์ ซึ่งพานายทุนค้าไม้พะยูงเดินสายใช้สว่านเจาะแก่นไม้พะยูงตามโรงเรียน.


