กาฬสินธุ์-พาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ เผยการซื้อขายไม้พะยูงในพื้นที่ ไม่มีกฎหมายรองรับ ชี้ไม่เคยอนุญาต หากอ้างได้รับอนุญาตซื้อขายไม้เชิงธุรกิจ เข้าข่ายลวงโลก ขณะที่พลเมืองดียังแจ้งเบาะแสตัดไม้พะยูงในโรงเรียนต่อเนื่อง แต่คดียังไม่คลี่คลาย หวั่นมวยล้ม
จากกรณีมีการลักลอบตัดไม้พะยูงและไม้มีค่าทางเศรษฐกิจอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566 นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการพิจารณา กฎ ระเบียบ ข้อปฏิบัติและข้อห้าม พบว่า การตัดไม้พะยูงเป็นการฝ่าฝืน ละเมิดคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด และกฎกระทรวงบางฉบับ ที่ว่าด้วยการตัดไม้หวงห้าม เช่น ไม้พะยูง และไม้เศรษฐกิจอื่นๆ จากการศึกษากฎหมายพาณิชย์ ที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าขายไม้ ยังพบว่าแม้แต่ในส่วนของ พาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ ยังไม่อนุญาตให้มีการซื้อขาย นำเข้า และส่งออกไม้แต่อย่างใด
ด้านนายวีระพงศ์ สืบค้า พาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับไม้พะยูง หรือไม้ทุกประเภทนั้น ที่ทราบจากข่าวสารว่ามีการซื้อขายกันโดยทั่วไป และในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ก็ตาม สำนักงานพาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ ไม่เคยอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายใด จดทะเบียนเป็นผู้ซื้อไม้ หรือผู้ขายไม้ เพราะการซื้อขายไม้พะยูง ซึ่งไม่มีกฎหมายเกี่ยวข้อง ส่วนที่พบเห็นมีการตั้งโรงงานแปรรูปไม้ หรือธุรกิจเกี่ยวกับไม้ เป็นในส่วนของกรมป่าไม้รับผิดชอบและควบคุม แต่เท่าที่ทราบ อาจจะมีบ้างในบางจังหวัดชายแดน แต่ต้องไปยื่นขออนุญาตที่กระทรวงพาณิชย์
...
อย่างไรก็ตาม อาจจะสรุปได้ว่า กรณีการซื้อขายไม้พะยูงในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ นั้น เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เพราะการที่บุคคลใครจะทำมาค้าจะขาย ประกอบธุรกิจ หาประโยชน์บนแผ่นดิน โดยเฉพาะในพื้นที่หลวง จะต้องจดทะเบียนกับส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรง เช่น กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบกับมีการเสียภาษีหรือค่าภาคหลวงตามระเบียบทางราชการ เชื่อว่าขบวนการทั้งหมด อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย หากมีการกล่าวอ้างว่าซื้อขายถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นการหลอกลวงสังคมทั้งหมด
ทั้งนี้ มีชาวบ้านอยากเรียกร้องไปถึงรัฐบาล ให้มีมาตรการขั้นเด็ดขาด เอาจริงเอาจังกับขบวนการค้าไม้ภายในประเทศและนายทุนข้ามชาติ ในการที่จะมีการซื้อขายจะต้องมีการจดทะเบียนกับพาณิชย์ มีการประสานงานของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ป่าไม้ ตำรวจ ท้องถิ่น พาณิชย์ รวมทั้งศุลกากร หรือตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อให้การปฏิบัติ เป็นแนวทางเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาเหมือนต่างฝ่ายต่างถือกฎหมายคนละฉบับ ปัญหาจึงเกิดขึ้นบ่อย สูญเสียทรัพยากรป่าไม้ไปเป็นจำนวนมาก แม้แต่กับเรื่องคดีไม้พะยูงหายและอนุญาตตัดไม้ในโรงเรียน ที่เกิดขึ้นใน จ.กาฬสินธุ์ และยังมีชาวบ้านแจ้งเบาะแสเข้ามาเรื่อยๆ คดียังไม่คลี่คลาย ไม่รู้จะเป็นมวยล้มหรือเปล่า สังคมกำลังจับตาการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.-ป.ป.ท.