"สารวัตรทหารอากาศ" สกัดจับคนร้ายลักลอบตัดสายเคเบิล บริเวณสวนสุขภาพกองทัพอากาศ ท่าดินแดง เขตสายไหม สารภาพทำมาแล้ว 3 ครั้ง เสพยาบ้าก่อนก่อเหตุ
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 1 กันยายน 2566 พลอากาศตรี ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า วันนี้ (1 กันยายน 2566) เวลาประมาณ 09.45 น. เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารอากาศตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีเหลืองทอง ทะเบียน 5กฟ 1089 กรุงเทพมหานคร พร้อมกลุ่มผู้ต้องหา 3 คน ทราบชื่อต่อมา นายโสภณวิชญ์ ทับทิมทอง อายุ 32 ปี นายสราวุธ วงศาโรจน์ อายุ 31 ปี และนายพรเทพ ศรีสมัย อายุ 32 ปี กำลังโจรกรรมสายเคเบิลบริเวณก่อนถึงทางเข้าหอประชุมกองทัพอากาศ ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม
กลุ่มผู้ต้องหาขับรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุหลบหนีเข้าไปในพื้นที่บ้านพักอาศัยของข้าราชการทหารอากาศ ท่าดินแดง ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. และขับรถฝ่าจุดสกัดบริเวณป้อมรักษาการณ์ เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารอากาศจึงปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย ทำให้สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้บริเวณใกล้สวนสุขภาพกองทัพอากาศ ใกล้แยก คปอ. ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน แขตสายไหม กทม. จากการตรวจสอบเบื้องต้น ภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบสายเคเบิลที่โจรกรรมมา สิ่งเทียมอาวุธปืน 2 กระบอก มีดปลายแหลม 4 เล่ม และยาบ้า 1 เม็ดครึ่ง ก่อนนำผู้ต้องหาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
...
การจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารอากาศได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎการใช้กำลัง จากเบาไปหาหนักเพื่อระงับเหตุดังกล่าวโดยด่วน ทำให้ไม่เกิดความสูญเสียและไม่ส่งผลกระทบกับข้าราชการทหารอากาศและพี่น้องประชาชนในพื้นที่บริเวณข้างเคียงที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวน นายพรเทพ คนขับรถรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนเป็นช่างเดินไฟฟ้าทั่วไป ก่อนถูกจับออกจากบ้านพักย่านธัญญะคลอง7 มาตั้งแต่เช้ามืด โดยชวนเพื่อนมาด้วย 2 คน และตระเวนหาสายเคเบิล หรือสายไฟที่ถูกตัดวางไว้ หรือห้อยลงมาพอที่จะตัดได้ จนมาเจอสายเคเบิลถูกตัดวางไว้ใกล้แยก คปอ. ยกขึ้นรถ และวนขับตระเวนหาสายไฟเพิ่ม จนมาเจอทหารเรียกตรวจ จึงขับรถหนีออกไป แต่ด้วยความไม่เคยชินทางย้อนกลับเข้ามาเพื่อจะไปออกทางเดิมที่เข้ามาก่อนมาถูกจับ
ที่ผ่านมายอมรับว่าก่อเหตุแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกจำไม่ได้ว่าเอามาจากไหน ครั้งที่สองไม่ได้อะไรไป เพราะถูกไฟดูดก่อน วันนี้ว่าจะขับรถตระเวนหาสายไฟเพิ่ม แต่มาถูกจับเสียก่อน ยอมรับว่าก่อนออกมาก่อเหตุเสพยาบ้ามาด้วย ส่วนรถที่ใช้ก่อเหตุพี่สาวให้เอามาซ่อม แต่ตนเอามาก่อเหตุ และทุกครั้งที่ได้สายไฟมาจะเอามาเผาเพื่อเอาเฉพาะทองแดงไปขายตามร้านรับซื้อ กิโลกรัมละ 230 บาท ได้ครั้งละประมาณ 1-2 พันบาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้ง 3 คน ส่งตรวจหาสารเสพติดในร่างกายที่ รพ.ธัญญารักษ์ พร้อมแจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง เสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป