คดีหนุ่มใหญ่เครียดเรื่องหนี้สิน คลุ้มคลั่งฆ่าเมีย-ลูก รวม 3 ศพ แล้วเชือดคอตัวเองสาหัส ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังทำใจไม่ให้นอนน้ำตาไหล ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าโดยเจตนา ด้านพี่ชายผู้ก่อเหตุรับศพน้องสะใภ้และหลานไปบำเพ็ญกุศลที่กำแพงเพชร ยืนยันรับศพมาอย่างถูกต้อง และมีเงินค่าทำศพ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ทางโรงเรียนเปิดรับบริจาคช่วยเด็ก ได้มากว่า 2 ล้าน ล่าสุดญาติ 2 ฝ่ายตกลงร่วมจัดงานศพที่กำแพงเพชร  ส่วนรถฟอร์ดป้ายแดงที่พบไปหาครอบครัวก่อนวันเกิดเหตุ ไม่ใช่แก๊งเงินกู้ไปทวงหนี้ แต่เป็นรถหลานสาวแวะไปหาตามปกติ


จากเหตุการณ์ครอบครัวพ่อแม่และลูก รวม 4 ชีวิต ประสบปัญหาหนี้สินจากการไปค้ำประกันเงินกู้ แถมเคราะห์ซ้ำถูกแอปฯ เงินกู้หลอกโอนเงินสูญกว่า 1.7 ล้านบาท เป็นเหตุให้ผู้เป็นพ่อตัดสินใจฆ่าลูกและเมีย ก่อนจะปาดคอตนเองหวังจบปัญหา แต่สุดท้ายพ่อรอดชีวิต ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 

วันที่ 29 ส.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดถนนงาม หมู่ 1 ตำบลคลองขลุง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งครอบครัวของผู้เป็นพ่อได้รับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย มาบำเพ็ญกุศลในศาลาวัดดังกล่าว ญาติกำลังถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ และได้พูดคุยกับ นายพิเชษฐ์ ดอกไม้ พี่ชายของนายสาณิช ผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นยืนยันว่า ได้รับศพมาถูกต้องตามกฎหมาย และยืนยันว่าจะตั้งศพทั้ง 3 บำเพ็ญกุศลที่วัด จนถึงพิธีฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 2 กันยายน 66 หากญาติทางโน้น (พ่อฝ่ายหญิง) จะมารับศพไป ทางนี้ยืนยันว่าไม่ให้ศพไปอย่างแน่นอน แต่สามารถมาร่วมงานได้ ส่วนน้องชายตนซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงต้องรักษาตัวอยู่ เพราะบาดเจ็บสาหัส 

ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายพิเชษฐ์ ได้มีสายวิดีโอคอลจากนายสาณิช ผู้ก่อเหตุเข้ามาพูดคุย ซึ่งญาติได้สอบถามอาการบาดเจ็บ นายสาณิชทำได้เพียงพยักหน้าตอบโต้กันเท่านั้น ซึ่งนายพิเชษฐ์ยังทำใจไม่ได้ และน้ำตาไหลออกมา ทำให้พี่ชายต้องวางโทรศัพท์ลง ทั้งนี้ นายพิเชษฐ์ พี่ชายนายสาณิช ยังบอกอีกว่า เงิน 2 ล้านกว่าบาท ที่มีการเปิดรับบริจาคนั้น ตนไม่ทราบเรื่องการรับบริจาคอะไรด้วยเลย ในความตั้งใจจริงของตนที่ไปรับศพทั้ง 3 มา เพื่อที่จะมาบำเพ็ญกุศลตามศาสนาเพียงเท่านั้น ส่วนเงินในการทำศพ ยืนยันว่ามีกำลังพอที่จะดำเนินการ โดยไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเงินบริจาคแต่อย่างใด รวมทั้งการฌาปนกิจศพทั้ง 3 ในวันเสาร์ที่ 2 กันยายนนี้ พร้อมๆ กัน โดยตั้งกองฟอนภายในวัด เนื่องจากที่วัดมีเมรุเพียงแห่งเดียว

...

พร้อมกันนี้ นายพิเชษฐ์ได้นำหลักฐานที่ไปรับศพทั้ง 3 มาบำเพ็ญกุศลที่ จ.กำแพงเพชร ที่ตำรวจออกให้มายืนยัน โดยบอกว่าในเวลานั้น ตำรวจเห็นว่ามีเพียงตนคนเดียวที่สามารถติดต่อได้ ในส่วนของการที่ สพม.และทางโรงเรียนของเด็กทั้ง 2 จะนำเงินมามอบให้เพื่อจัดการงานศพ ยังไม่ได้รับการประสานเข้ามาว่าจะมาในวันใด ขอจัดการเรื่องงานศพให้แล้วเสร็จก่อน

ขณะเดียวกันที่ จ.สมุทรปราการ คืนที่ผ่านมา ได้มีญาติผู้เสียชีวิตเข้าแจ้งความ ทราบว่าเป็นพ่อเลี้ยงฝ่ายผู้หญิง อ้างว่า ญาติผู้ก่อเหตุไม่ทำตามข้อตกลง เรื่องสถานที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ส่วนคดี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตำรวจเร่งรวบรวมข้อมูล เพื่อติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะที่หน่วยราชการที่เข้าช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต ได้ปิดรับบริจาคแล้ว หลังมียอดเงินเข้าบัญชีสูง 2 ล้านบาท โดยทางโรงเรียนจะชี้แจงเรื่องเงินบริจาคต่อไป หลังเสร็จจากพิธีศพ

อย่างไรก็ตาม เรื่องเงินจะไม่ให้ญาติทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อตัดปัญหา อาจจะนำไปทำบุญกับโรงพยาบาล หรือสถานที่อื่นๆ ตามวัตถุประสงค์ที่สมควร โดยจะมีการแถลงจากทางโรงเรียนอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลคดีนี้ ได้เสนอว่าเงินจำนวนนี้สามารถนำไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ที่ครอบครัวนี้กู้ยืมมา

จากนั้นเวลา 10.00 น. นางนิภาลัย (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี พร้อมเพื่อนร่วมงานผู้ตาย 7 คน เดินทางเข้าแสดงความบริสุทธิ์กับทางเจ้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว ระบุว่า พวกตนเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานที่ให้ยืมเงินเท่านั้น ไม่ใช่กลุ่มเงินกู้นอกระบบ โดยนางนิภาลัยบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมา น.ส.วิภาพร (ผู้ตาย) ได้ส่งข้อความมาขอยืมเงินตนว่า ติดปัญหาเรื่องบ้าน ขอยืมเงินสามแสน แต่ตนให้ยืมไปแค่หนึ่งแสนบาท ส่วนคนอื่นก็คนละแสนสองแสน สูงสุดคือพี่ที่ทำงานอีกคนที่โดนยืมไปเก้าแสนบาท รวมทั้งหมดที่มาวันนี้ก็ประมาณ 1,39,0000 บาท ส่วนตัวตนไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้ ที่ให้ยืมเพราะรู้จักกันมานานเป็นสิบปี หลังจากที่ให้ยืมไปแล้ว ทางผู้ตาย ก็โทรมาพูดคุยเรื่องที่ถูกแอปฯ โกงไป ตนก็มีทวงถามไปว่า จะใช้เงินคืนตนยังไง ทางผู้ตายก็ร้องไห้ขอโทษตนว่าไม่รู้ทำไปได้อย่างไร   

ส่วนทางด้านคดี พ.ต.ท.รังสรรค์ คำสุข รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางแก้ว รักษาการ ผกก.บางแก้ว เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ออกหมายจับแล้ว 6 ราย เป็นบัญชีม้าแถวแรกที่ผู้ตายโอนไปให้แก๊งมิจฉาชีพ จำนวน 5 หมายในข้อหาฉ้อโกง และผู้ก่อเหตุอีก 1 หมาย ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนรายละเอียดอยู่ระหว่างการสอบพยานเพิ่มเติม ให้รอการแถลงอีกครั้ง

ล่าสุดที่จ.กำแพงเพชร หลังตกเป็นประเด็นร้อนว่ามีการแย่งชิงศพ 3 แม่ลูกโดยญาติที่จังหวัดกำแพงเพชร เป็นฝ่ายนำศพมาบำเพ็ญกุศลเองนั้น นายพิเชษฐ์ พี่ชายผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับทางญาติฝ่ายน้องสะใภ้แล้วเข้าใจกันมากขึ้น โดยอีกฝ่ายยินยอมให้บำเพ็ญกุศลศพที่กำแพงเพชรและจะเดินทางมาร่วมด้วย จึงขอยุติการให้ข้อมูลไว้ก่อนจนกว่าจะมีความคืบหน้า

ขณะที่ นางยุพ ดอกไม้ อายุ 48 ปีภรรยานายพิเชษฐ์ และลูกชาย ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงอีกประเด็นเกี่ยวกับที่มีผู้เข้าใจผิดคิดว่ามีเจ้าหนี้เงินกู้ขับรถยนต์ฟอร์ดป้ายแดงไปหาครอบครัวผู้ตายก่อนวันเกิดเหตุ จริงๆแล้วรถคันดังกล่าว เป็นของลูกสาวตนที่เป็นพยาบาล เป็นหลานสาวของผู้ก่อเหตุ ไม่ได้ขับไปทวงหนี้ แต่เป็นการไปมาหาสู่กันเท่านั้น ให้ไปย้อนกล้องวงจรปิดดูใหม่ก็ได้ เรื่องนี้สร้างความเข้าใจผิดกับสังคมและสร้างความเสียหายให้กับลูกสาวตนเป็นอย่างมาก ซึ่งลูกสาวไม่อยากพูดอะไรเกี่ยวกับประเด็นนี้