ตำรวจ สภ.นางรอง เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดล่าตัว มือสาดน้ำกรดใส่หน้าสาววัย 18 นักเรียนชั้น ม.6 ใบหน้าเสี่ยงเสียโฉม ภาพรวมถูกน้ำกรดมากกว่า 70% ปริมาณมากกว่า 3 ลิตร ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ผู้เป็นแม่ห่วงสภาพจิตใจลูกสาว ได้แต่ภาวนาขออย่าให้ถึงกับมองไม่เห็น ถามคนก่อเหตุ ทำไมถึงจิตใจโหดร้ายขนาดนี้

กรณีมีชายฉกรรจ์อายุประมาณ 40 ปี จำนวน 2 คน ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดอยู่หน้าร้านอาหารตามสั่ง และหนึ่งในนั้นถือถังน้ำใสน้ำกรดมาสาดใส่ น.ส.อั้ม อายุ 18 ปี ขณะนั่งอยู่ในร้านอาหารกับยายและน้าชาย ภายในร้าน 

ขณะที่ น้ำกรด ซึ่งคาดว่ามีมากกว่า 3 ลิตร ถูกเต็มใบหน้าและไหลอาบไปตามลำตัวของน้องอั้ม และกระเด็นใส่ นางตา บวรรัมย์ อายุ 63 ปี และนายวิวัฒน์ ชะเกตุรัมย์ อายุ 40 ปี ยายและน้าของน้องอั้ม ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่หนัก 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจยังไม่สามารถตามจับมือสาดน้ำกรดได้ อยู่ระหว่างการหาภาพวงจรปิดตามถนนสายต่างๆ มาเพิ่มเติม ส่วนสาเหตุก็ยังไม่แน่ชัด เบื้องต้นพุ่งประเด็นไปที่ น้องอั้มไปมีเรื่องกับแฟนใหม่ของอดีตแฟนหนุ่ม ถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดีกัน สุดท้ายหญิงคนใหม่ของอดีตแฟนแพ้คดี ยอมจ่ายค่าเสียหายให้

แต่ยังมีประเด็นอื่นอีกเพราะน้องอั้มนอกจากจะไปคบหากับแฟนใหม่อีกคนแล้ว ยังมีเพื่อนชายอีก 1 คน ตำรวจกำลังเร่งสืบหาข้อมูลในเชิงลึก ว่ามีใครเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องที่เกิดขึ้นอีก ซึ่งขณะนี้ตำรวจ สภ.นางรอง ได้ระดมกำลังออกไปหาข้อมูลในจุดต่างๆ แล้ว

นางสาวกัญธิมา วัฒนกุล อายุ 23 ปี เลขที่ 135 ถนนสัขกาจประชานุสรณ์ ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อนบ้าน เล่าว่าปกติน้องเป็นคนชอบแต่งตัวน่ารัก เคยมาปรึกษาเรื่องการเรียนต่อหลังจากจบ ม.6 แล้วจะเรียนในด้านไหนดี 

...

เหตุการณ์ในวันนั้น ตนเห็นกับตาสงสารน้องมาก โดยเฉพาะในช่วงที่กู้ภัยนำตัวน้องจะขึ้นรถไปหาหมอ ตาซ้ายน้องซึ่งตอนนั้นยังมองเห็นตัวเอง แล้วน้ำตาไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา อยากให้ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว 

สอบถามนายวิวัฒน์ ชะเกตุรัมย์ อายุ 40 ปี น้าน้องอั้ม เล่าว่า น้องอั้มมีพี่ชายอีก 1 คน อาศัยอยู่กับยาย เนื่องจากพ่อแม่น้องอั้มได้แยกทางกัน แล้วไปทำงานต่างจังหวัด ตอนนี้ทั้งพ่อและแม่น้องอั้ม ได้เดินทางมาถึงบุรีรัมย์แล้ว ไปเฝ้าอาการของน้องที่ โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์

ส่วนอาการของน้อง ตอนนี้ยังไม่รู้สึกตัว หมอยังไม่ผ่าตัด จะต้องรอดูอาการก่อน เท่าที่ทราบตาทั้งสองข้างของน้องมีปัญหา เนื่องจากโดนน้ำกรดสาดใส่อย่างจัง รวมถึงลำตัวน้ำกรดที่เอามาสาดใส่ น่าจะมากกว่า 3 ลิตร ทั้งใบหน้าและลำตัวถูกน้ำกรดเกือบทั้งร่าง

รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดน้องอั้ม พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด  เนื่องจากมีรอยไหม้จากน้ำกรดเกือบทั้งตัว โดยเฉพาะใบหน้าเสี่ยงเสียโฉม และดวงตาต้องรอแพทย์ทำการตรวจรักษาอีกครั้ง เพราะเสี่ยงที่จะมองไม่เห็น 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง ก็กำลังไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายขับหลบหนี เพื่อติดตามตัวมาสอบสวนหาสาเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นจากการสอบปากคำพยานแวดล้อม และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ก็สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากประเด็นหึงหวง เพราะเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทางครอบครัวน้องอั้ม เคยมีเรื่องแจ้งความดำเนินคดี ถึงขึ้นศาลกับ แฟนเก่า และผู้หญิงของแฟนเก่า ทั้งกรณีพรากผู้เยาว์ และทำลายทรัพย์สิน และแฟนใหม่ของน้องอั้ม ที่น้องเพิ่งจะบอกเลิกไปประมาณ 2 เดือน แต่ยังตามมาราวีไม่ยอมเลิกอีก ส่วนจะมีประเด็นอะไรอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ก็ต้องสอบปากคำจากตัวผู้บาดเจ็บอีกครั้ง แต่ตอนนี้น้องยังอาการสาหัสไม่สามารถให้ปากคำได้ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นก็จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน

ขณะที่นางชลียา กัลโยธิน ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งที่น้องอั้มเรียน พร้อมคณะครู ก็ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังครอบครัวของน้องที่ร้านค้าที่เกิดเหตุ และจะได้เดินทางไปเยี่ยมน้องที่ รพ.ด้วย

ขณะที่ น.ส.จิราพรรณ ชะเกตุรัมย์ อายุ 42 ปี แม่ของน้องอั้ม ได้กล่าวทั้งน้ำตา ภายหลังเดินทางมาเฝ้าลูกที่ รพ.บุรีรัมย์ว่า จากที่เห็นสภาพลูกสงสารลูกมากเพราะโดนน้ำกรดสาดใส่เกือบทั้งตัว ที่หนักสุดคือใบหน้า แต่ที่แม่กังวลและห่วงที่สุดคือดวงตาของลูกตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาขออย่าให้ถึงกับมองไม่เห็น และสภาพจิตใจของลูกสาว   

ก็อยากจะถามคนที่ก่อเหตุว่าทำไมถึงจิตใจโหดร้ายขนาดนี้ มีอะไรทำไมไม่พูดคุยกันดีๆ ส่วนสาเหตุแม่เองก็ยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร เพราะไม่ได้ยุ่งเรื่องส่วนตัวของลูกสาวทุกเรื่อง แต่เท่าที่เคยเกิดเรื่องกันก็จะมีปัญหาแจ้งความดำเนินจนถึงขึ้นศาลกับแฟนเก่าของลูก แต่ก็ผ่านไป 2 ปี และเคลียร์กันจบแล้ว    

และเท่าที่ทราบคือลูกเพิ่งจะบอกเลิกกับแฟนคนใหม่ที่คบหากันได้ประมาณ 2 เดือน แต่เขายังมาตามราวีไม่ยอมเลิก ก็ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้หรือไม่ เพราะยังไม่ได้พูดคุยกับน้อง แต่ก็อยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว