เพจสายไหมต้องรอดนำสาววัย 18 เข้าแจ้งความ สน.บางเขน ให้ดำเนินคดี เสธ.ทหารยศพันเอกพิเศษ สังกัดหน่วยงานกองทัพไทย ฐานกระทำชำเรา พรากผู้เยาว์ หลอกให้หลงเชื่อ ยอมมีความสัมพันธ์ด้วยเกือบ 1 ปี ก่อนทอดทิ้งไม่รับผิดชอบ 

วันที่ 27 ส.ค. 66 เพจสายไหมต้องรอด ได้นำเยาวชนหญิง อายุ18 ปี เจ้าพบพนักงานวสอบสวน สภ.บางเขน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ในคดีความผิดทางเพศ ผู้เสียหาย เล่าว่า เธอเล่นแอปพลิเคชันหาคู่แล้วเจอกับผู้ก่อเหตุ (นายทหารยศพันเอกพิเศษ) เมื่อกลางเดือนตุลาคม ปี 2565 ซึ่งตอนนั้นเธอเองอายุ 17 ปี หลังจากที่มีการพูดคุยกันผ่านแอปฯ ก็ได้มีการนัดไปเจอที่บ้าน (ที่เกิดเหตุ) ย่านรามอินทรา หลังเธอเลิกเรียน ซึ่งตอนที่พูดคุยกัน ผู้ก่อเหตุบอกว่าเป็นชายวัยรุ่น แต่เมื่อไปถึงบ้าน กลับพบว่าชายที่เธอคุยนั้นเป็นชายสูงวัย ซึ่งเธอก็ตกใจ 

อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวพยายามหลอกล่อหว่านล้อมให้เธอเข้าไปพูดคุยภายในบ้าน จนเธอเข้าไป จากนั้น ชายคนนี้ได้บอกว่า ตอนนี้อยู่คนเดียว และไม่มีครอบครัว จากที่นั่งคุยกันแบบมีระยะห่างฝ่ายชายก็ได้ขยับเข้ามาใกล้แล้วใช้มือลวนลาม เธอพยายามขัดขืนต่อสู้ แต่สู้แรงไม่ไหว อีกทั้งขณะนั้นฝ่ายชายก็มีอาการมึนเมาด้วย และหลังเกิดเหตุเธอก็ไม่กล้าบอกใคร แม้กระทั่งทางครอบครัว 

หลังจากนั้นเธอพยายามตีตัวออกหาก ชายคนดังกล่าวก็พยายามตามง้อหลายครั้ง และมีความสัมพันธ์กันเกือบ 1 ปี ซึ่งตลอดเวลาที่ฝ่ายชายตามง้อ ได้บอกกับเธอว่าจะให้ความมั่นคงในชีวิต จะจริงจัง จดทะเบียนสมรส พาไปพบเพื่อน บอกจะซื้อคอนโดมิเนียมให้ และเมื่อวันเกิดครั้งล่าสุดของเธอที่เธออายุครบ 18 ปี ฝ่ายชายได้โพสต์รูปเธอลงโซเชียลก็ยิ่งทำให้เธอหลงเชื่อว่าฝ่ายชายนั้นจริงจังกับเธอ ทำให้เธอและฝ่ายชายนั้นมีความสัมพันธ์กันเรื่อยมาจนเกือบปี จนกระทั่งช่วงที่ผ่านมาฝ่ายชายได้ตีตัวออกหากและขอเลิกกัน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เธอไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงไปร้องยังเพจสายไหมต้องรอดให้ช่วยดำเนินคดี เพราะที่ผ่านมาเธอถูกหลอกให้เชื่อใจเพื่อแลกกับการยินยอมมีความสัมพันธ์ด้วย และพยายามติดต่อไปพูดคุยกับฝ่ายชาย แต่ฝ่ายชายก็หลบหน้าตลอด และบอกว่าเขาไม่ผิดอะไร เขามีทนายความ หากผู้เสียหายจะฟ้องร้องเอาผิด

...

นางสาวชลดา บุตรวิชา ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า แม้จะพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการทหาร แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เมื่อกระทำความผิดก็ต้องได้รับโทษ ซึ่งทางทีมงานจะช่วยเหลือผู้เสียหายตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้พาผู้เสียหายมาชี้บ้านที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยรามอินทรา ซ.5 แยก 3-10 เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด เพื่อถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนยนำผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย โดยผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับแม่บ้านทราบว่าบ้านหลังนี้พักอาศัยกัน 4 คน ประกอบด้วยนายกบ หลานชายและพ่อแม่ ในวันนี้นายกบได้ออกไปตีกอล์ฟตั้งแต่เช้า

ด้าน พ.ต.ท.คีตาภัช โชตินัส สว.(สอบสวน)สน.บางเขน เปิดเผยว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้พร้อมให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้มาแจ้งความร้องทุกข์ไปชี้บ้านที่เกิดเหตุ และส่งตัวไปตรวจร่างกาย รพ.ภูมิพล แล้วจะสอบปากคำพร้อมสหวิชาอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหา ต่อไป.