สตม. โชว์ผลงาน ปิด 3 คดี จับแก๊ง Hell angles เยอรมัน หนีคดีบ้านเกิดซุกไทย ถูกจับส่งผู้ร้ายข้ามแดน ขณะที่ สืบ สตม.แกะรอยตามรวบแก๊งค้ายาเสพติดอินโดนีเซีย และปิดท้ายด้วยซิวแก๊งแก้วเขาดิน เครือข่ายค้ามนุษย์ชาวกัมพูชา
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 66 พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พรรณศักดิ์ วรวิบูลย์สวัสดิ์ รอง ผบก.สศป.ฯ ปฏิบัติราชการ บก.ตม.3, พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม., พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้
...
คดีแรกรวบเยอรมันแก๊ง Hell angles ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัวไปรับโทษตามคำพิพากษาในความผิดอาญาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญาสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยอัยการสูงสุดได้ยื่นคำร้องขอศาลอาญาออกหมายจับนายเด็น ต่อมา กก.2 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนติดตามพบเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่าคนอยู่ชั่วคราว (NON-90) และได้รับการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 12 ก.ค. 2567 จากการสืบสวนทราบว่า นายเด็นหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงราย ชุดจับกุมได้ติดตามเฝ้าดูจนพบ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอทำการตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับศาลอาญา จึงได้แสดงหมายจับและนำตัวส่งสำนักงานอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายเด็นเป็นสมาชิกแก๊งมอเตอร์ไซค์นอกกฎหมาย "Hells Angels" ในเมืองคีล สาธารณรัฐเยอรมนี ร่วมกับพวก 2 คน ลอบทำร้ายผู้เสียหายที่บริเวณสระว่ายน้ำสาธารณะในเมืองคีล โดยให้แฟนสาวของตนทำหน้าที่เป็นนกต่อ เพื่อให้ผู้เสียหายสนใจและเข้าไปที่สระว่ายน้ำ และฉวยโอกาสทำร้ายผู้เสียหายโดยยิงที่ต้นขาซ้าย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
คดีที่สอง บก.สส.สตม. รวบ 3 ผู้ต้องหา แก๊งยาเสพติดรายใหญ่ของอินโดนีเซีย หนีซุกไทย พร้อมได้เพิกถอนหนังสือเดินทางอินโดนีเซีย จำนวน 3 ราย คือ 1. นายสตีเว่น อายุ 28 ปี 2. นายวายู อายุ 30 ปี 3. นางพิสก้า อายุ 26 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับรัฐบาลอินโดนีเซียกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และพากันหลบหนีมาอยู่ในประเทศไทย ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวและการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.สตม. จึงได้อนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ ต่อมาชุดสืบสวนสืบทราบว่า นายวายูและนางพิสก้า หลบหนีมาอาศัยอยู่บริเวณคอนโดฯ พื้นที่บางกะปิ กทม. จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบ และนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการต่อไป ต่อมาขณะเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามบุคคลที่เหลือนั้น ได้รับแจ้งจาก ตม.จว.จันทบุรี ว่าได้มีบุคคลต่างด้าวชื่อ นายสตีเว่น สัญชาติ อินโดนีเซีย กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ จึงได้ร่วมกันนำตัว นายสตีเว่น ส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการต่อไป
คดีที่สาม สืบ ตม.3 จับกุม “แก้วเขาดิน” เครือข่ายขนคนรายใหญ่ พื้นที่สระแก้ว โดยตรวจสอบในสื่อสังคมออนไลน์พบว่า มีชาวกัมพูชา เรียกกันทั่วไปว่า นางแก้ว (นามสมมติ) ประกอบกิจการรถตู้ในพื้นที่ใกล้ด่านชายแดน อ.คลองหาด จว.สระแก้ว ใช้สื่อสังคมออนไลน์ประกาศเชิญชวนลูกค้าชาวกัมพูชาว่า สามารถพาคนกัมพูชาเดินทางเข้าออก-ออกประเทศไทยผ่านชายแดนกัมพูชาได้อย่างสะดวก และมีข้อมูลเชิงลึกว่า เครือข่ายของนางแก้วยังลักลอบขนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผ่านช่องทางที่ผิดกฎหมายด้วย จึงได้วางแผนจับกุมขณะลักลอบขนคนจำนวนมาก จากพื้นที่ ต.คลองหาด จว.สระแก้ว เข้ามาใน กทม. โดยในครั้งนี้คาดว่านางแก้วได้เดินทางมาด้วย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อเดินทางมาถึง ถนนหมายเลข 3259 บริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์ ป่าซับวัวแดง ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ พบรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน กทม. และรถยนต์ตู้ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ทะเบียน จ.ระยอง ขับอยู่บนถนน ลักษณะคล้ายกับรถยนต์ตู้ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ของนางแก้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ไล่ติดตามและเรียกให้หยุดรถ แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอตรวจสอบรถยนต์ตู้ทั้ง 2 คันดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบว่า คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 5 ราย เดินทางเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมายทั้งหมด
...
จากการสอบถามคนต่างด้าวทั้งหมดให้การว่า นางแก้วและนายชานนท์จะทำหน้าที่ติดต่อประสานงานพาคนต่างด้าวชาวกัมพูชาโดยสารรถยนต์ตู้เข้ามาในประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดน เพื่อมาทำงานในประเทศไทย โดยคนต่างด้าวจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับนางแก้วรายละ 3,500 บาท ในขบวนการนี้มี นายบำเหน็จ, นายมนตรี และนายประดิษฐ์ ทำหน้าที่ ขับรถรับ-ส่งคนต่างด้าวจากชายแดน จว.สระแก้วไปส่งที่ กทม. ซึ่งนายชานนท์จะแบ่งรายได้ให้กับผู้ทำหน้าที่ขับรถ รายละ 1,000 บาทต่อคน สำหรับคนต่างด้าวที่เอกสารไม่ถูกต้อง ซึ่งคนขับรถจะทราบดีว่าคนต่างด้าวชาวกัมพูชาที่โดยสารรถของตนจะไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา คนไทยทั้ง 4 รายและนางแก้วว่า ร่วมกันให้การช่วยเหลือซ่อนเร้น หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งบุคคลต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ส่วนคนกัมพูชา 9 รายแจ้งข้อกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย.