ไม่ใช่ 3 กลายเป็นรัก 4 เส้า สามีกับลูกสาวของคนเจ็บ โผล่ขอความเห็นใจจากสังคม อย่าเพิ่งลงโทษกล่าวหาว่าแม่เป็นเมียน้อย ยังไม่รู้ความจริงเป็นอย่างไร ส่วนสามีมือมีด ยันเลี้ยงดูได้ทั้งสองบ้าน จ่ายบ้านใหญ่วันละ 400 ส่วนบ้านเล็ก คบมา 5-6 เดือน ดูแลไปแล้วด้วยความเต็มใจกว่าแสนบาท เพราะหญิงคนเจ็บบอกโสดมา 2 ปี 

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว ระบุว่า แค้นผัวเปย์เมียน้อยจนหมดตัว ไม่มีแม้แต่เงินค่าขนมให้ลูกไปโรงเรียน เมียหลวงในฐานะบ้านใหญ่เลือดขึ้นหน้า ตามแทงเมียน้อยต่อหน้าผัว ลั่นยอมติดคุก แต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี ยืนรอมอบตัวกับตำรวจแต่โดยดี ขณะที่ฝ่ายชายยอมรับทำใจยากนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่มายัง สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พบกับ นายพงษ์ศิริ อายุ 47 ปี สามีของหญิงวัย 41 ปี ผู้บาดเจ็บ โดยมาพร้อมกับ น.ส. เอ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี บุตรสาวของผู้บาดเจ็บ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ภราดร เพ็งคต รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางบ่อ เพื่อให้ปากคำและขอรับสร้อยคอทองคำของคนเจ็บคืนจากนายไพรัตน์ สามีของหญิงวัย 47 (มือมีด) 

โดยนายพงษ์ศิริ สามีของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตนอยู่กินกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้บาดเจ็บ มาเป็นเวลากว่า 10 ปี แต่ไม่มีลูกด้วยกัน มีลูกติดจากภรรยา (ผู้บาดเจ็บ) ซึ่งตน รักและให้การเลี้ยงดูมาโดยตลอด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนทราบจากครูที่โรงเรียนของลูก ไลน์มาแจ้งว่าภรรยาถูกมีดแทง ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ อาการสาหัส แพทย์ทำการผ่าตัดและเย็บแผลแล้ว รอดูอาการอยู่ ตนเพิ่งรู้ว่าภรรยาได้คุยกับนายไพรัตน์ (สามีมือมีด) เมื่อประมาณหนึ่งถึงสองเดือนที่ผ่านมา แต่ยังไม่ชัดเจนเรื่องความสัมพันธ์ว่าจะลึกซึ้งเพียงใด

...

ส่วน น.ส.บี (นามสมมติ) บุตรสาวของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตนรู้ว่าแม่มีการพูดคุยทางสื่อโซเชียลมีเดียกับนายไพรัตน์ (สามีมือมีด) แต่เห็นว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ จึงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับนายไพรัตน์ (สามีมือมีด) ไม่รู้ว่าจะลึกซึ้งไปถึงขนาดไหน จึงอยากฝากผ่านสื่อฯ ขอให้เห็นใจครอบครัวของตนบ้าง ขณะนี้แม่ของตนได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นตาย 70/30 ขอให้สังคมเห็นใจกับครอบครัวของตนบ้าง และวันนี้ได้มาขอรับสร้อยคอทองคำของแม่คืน 

ด้านนายไพรัตน์ (สามีมือมีด) เปิดใจกับผู้สื่อข่าว กล่าวว่า ตนรู้จักกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้บาดเจ็บ ได้ประมาณห้าถึงหกเดือน โดยเหตุบังเอิญ ขณะที่ผู้บาดเจ็บเดินมาขอความช่วยเหลือ อ้างว่าถูกมิจฉาชีพหลอกเอาเงินไป 900 บาท ถูกเจ้าของร้านที่ทำงานให้หาเงินไปใช้คืน จึงเดินมาขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย ตนเห็นใจจึงเข้าไปพูดคุยและช่วยเหลือดังกล่าว หลังจากนั้นก็มีการแลกเบอร์โทรศัพท์และพูดคุยกันเรื่อยมา 

โดยผู้บาดเจ็บบอกกับตนว่าเป็นโสด เลิกรากับสามีมาได้ประมาณสองปี อยู่บ้านกับลูกวัยประมาณ 12 ขวบ ตนเห็นใจจึงเข้าไปดูแล ตลอดระยะเวลาที่คบกัน ภรรยาในฐานะบ้านใหญ่ (มือมีด) รู้มาโดยตลอด และมีการพูดคุยเจรจากัน ว่าตนสามารถเลี้ยงดูได้ทั้งสองบ้าน ปัจจุบันส่งเสียค่าเลี้ยงดูให้บ้านใหญ่ วันละ 400 บาท ส่วนของผู้บาดเจ็บ ได้มีการช่วยเหลือไปเป็นเงินประมาณกว่า 100,000 บาท เป็นค่ารักษาพยาบาล ยามเจ็บป่วยและช่วยค่าเทอม เนื่องจากผู้บาดเจ็บอ้างว่ายังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ปีสอง

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนคงจะต้องอยู่กับลูกชายเพียงสองคน ส่วนภรรยา บ้านใหญ่ (มือมีด) คงต้องให้ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วน น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้บาดเจ็บ ตนยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่คิดว่าทางครอบครัวและญาติของเขาคงจะให้เลิกคบกัน

นางแดง (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของมือมีด ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตา กล่าวว่า ตนทราบเรื่องจากการโทรศัพท์คุยกับมือมีด บอกว่าตอนนี้อยู่ที่ สภ.บางบ่อ ตนจึงรีบเข้ามาดู ตนพยายามปลอบใจมือมีด ว่ามีอะไรให้ปรึกษากัน อย่าอยู่คนเดียว แต่มือมีดบอกว่าที่ไม่ยอมเล่าเรื่องนี้ให้กับคนอื่นฟัง เพราะกลัวว่าสามีตัวเองจะอายคนอื่นเขา ถึงเก็บความช้ำใจไว้เพียงคนเดียว 

ตนเคยผ่านเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อน รู้สึกเห็นใจมือมีดเป็นอย่างมาก และได้พูดคุยกับสามีของมือมีดว่า ตอนนี้หลังทำงานเสร็จ ให้กลับบ้านไปดูแลลูกชาย และมือมีดได้เล่าความคับแค้นใจให้ฟังว่า ที่ผ่านมา (ผู้บาดเจ็บ) ขณะคบหาอยู่กับสามีของตน มักจะออกอุบายขอเงิน ทำให้สามีต้องเอารถไปจำนำ เอาทรัพย์สินบางอย่างไปขาย เพื่อเอาเงินไปให้ผู้หญิงที่บาดเจ็บ และเคยไปนั่งเฝ้าอยู่ที่วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อรอเก็บเงินจากสามี หลังจากไปส่งผู้โดยสารกลับมาที่วิน ทำให้ครอบครัวของตนแตกสลาย เงินเก็บที่มีก็ถูกสามีเอาไปปรนเปรอให้กับผู้หญิงคนนี้จนหมด สุดท้ายทนไม่ไหว จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว    

...

ด้านพนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อ เบื้องต้นแจ้งข้อหาพยายามฆ่าฯ พร้อมควบคุมตัว หญิงวัย 47 ปี (มือมีด) ไว้ที่ห้องควบคุม สภ.บางบ่อ เพื่อรอนำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันพรุ่งนี้ ส่วนจะประกันตัวได้หรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล.