ดีเจเพชรจ้า พร้อมทนายความเข้าร้องทุกข์ ตร.ไซเบอร์ เอาผิดกับบรรดาเพจปลอม โพสต์ข้อความในลักษณะอันเป็นเท็จ ทำให้ได้รับความเสียหาย โดยมีเนื้อหาโยงคดี Forex-3D อ้างจะเบี้ยวนัดให้การดีเอสไอในฐานะพยาน หรืออ้างเรื่องโอนเงินให้อภิรักษ์ 6 ล้าน ที่ไม่เป็นความจริง
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 ส.ค. 2566 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายวิเชียร กุศลมโนมัย หรือดีเจเพชรจ้า พร้อมด้วย น.ส.ญานิน ศิริปัญญา ทนายความ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. และพนักงานสอบสวน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับเพจ กองป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการพนันทางเทคโนโลยีหรือ กปปพ. หลังถูกเพจดังกล่าวโพสต์ข้อความในลักษณะอันเป็นเท็จ ทำให้ได้รับความเสียหาย
โดยทาง ดีเจเพชรจ้า กล่าวว่า สืบเนื่องจากเพจดังกล่าวได้มีการนำรูปภาพของตนและลูกไปโพสต์ข้อความในลักษณะให้ข่าวเท็จว่า ตนเตรียมที่จะหนีไปฮ่องกง โดยจะเบี้ยวนัดทางดีเอสไอ ซึ่งในส่วนนี้ไม่เป็นความจริง ซึ่งวันที่มีการโพสต์ตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และวันนี้ก็ได้ไปพบกับทางดีเอสไอจริง ไม่ได้หนีตามที่เพจดังกล่าวระบุ ซึ่งการที่เข้าไปพบดีเอสไอ ตนไปตามหมายเรียกพยานเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมีเจตนาที่จะหลบหนี อีกทั้งยังโพสต์ข้อความอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน อาทิ เขียนข้อความว่า ตนรับเงินจากนายอภิรักษ์จริง แต่เป็นเงินจ้างโปรโมตเพจพนันออนไลน์ ไม่เกี่ยวข้องกับ Forex-3D และเงินที่โอนไปให้อภิรักษ์ 6 ล้านกว่าบาท เป็นเพราะตนโอนเงินผิด แต่ได้รับเงินคืนแล้ว โดยนายอภิรักษ์เอาเงินสดมาคืนให้ ส่วนตนจำไม่ได้ว่าเก็บเงินสดไว้ที่ไหน จึงยังให้การอะไรที่ชัดเจนไม่ได้ หรือแม้กระทั่งข้อความที่บอกว่าตนขายรถโดยรับเฉพาะเงินสด เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด
...
"นอกจากนี้ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมถึงเพจดังกล่าวจึงนำตราครุฑมาใช้ และแอบอ้างเป็นหน่วยงานนำเสนอข้อมูลผิดๆ ให้คนอื่นเสียหายแบบมีอีกหลายโพสต์ที่ไม่เป็นความจริงเลย และทำให้หลายคนเสียหาย ซึ่งหากไปย้อนโพสต์ดูจะพบว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายวงการถูกเพจนี้นำข้อมูลไปโพสต์ในทิศทางไม่เป็นจริง ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร จึงรวมรวบพยานหลักฐานมาแจ้งความเอาผิดว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ในการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือไม่" ดีเจเพชรจ้า กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวว่า เบื้องต้นจะทำการรับเรื่องไว้ตรวจสอบเพจดังกล่าวว่าเป็นเพจปลอมหรือไม่ และให้ทางพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.