ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ "ล่าลวงหลอก" ขุดรากถอนโคนขบวนการ Call Center ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ผู้ต้องหา 9 ราย แบ่งเป็นกลุ่มกดเงินและผู้รับจ้างเป็นบัญชีม้า พบกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม มากถึงวันละ 10 ล้าน ตั้งแต่ตั้งปลายปี 65 จนถึงปัจจุบัน มียอดเงินหมุนเวียน 200-300 ล้านบาท
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2566 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.นิคม ชัยเจริญ ผกก.3 บก.สอท.3 พ.ต.ท.ไพรวัลย์ อายุวงษ์ รอง ผกก.3 บก.สอท.3 ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ "ล่าลวงหลอก" ขุดรากถอนโคนขบวนการ Call Center ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย แบ่งเป็นกลุ่มกดเงิน ประกอบด้วย น.ส.พลอยมณี มโนเรือง อายุ 20 ปี, นายอาโล ยาแปกู่ อายุ 22 ปี, น.ส.ธิติกานต์ ยาแปกู่ อายุ 20 ปี, น.ส.อรดี คำปัน อายุ 19 ปี และกลุ่มผู้รับจ้างเป็นบัญชีม้า ประกอบด้วย น.ส.พิมานมาศ สุขขาว อายุ 20 ปี, นายพนมวัน โม้ลีย์ อายุ 19 ปี, นายวีรชัย แปะดำ อายุ 20 ปี, น.ส.ศิริพร ใจบุญมา อายุ 28 ปี และ นายธนพล แซ่เซิ้ง อายุ 38 ปี พร้อมยึดของกลาง เงินสด 1,058,620 บาท รถยนต์ จำนวน 2 คัน มูลค่า 3.2 ล้าน รถ จยย. 1 คัน คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง โทรศัพท์ 17 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม โดยสามารถอายัดเงินในบัญชีได้รวม 1,500,000 บาท และของกลางอื่นๆ อีกกว่า 130 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
...
พล.ต.ต.สถิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1-4 ส.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายชาว จ.ขอนแก่น ถูกขบวนการคอลเซ็นเตอร์ อ้างตัวเป็นพนักงานส่งพัสดุเอกชนเคอร์รี่ ระบุมีสิ่งของในพัสดุที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยพัสดุดังกล่าวถูกส่งจากต้นทางจังหวัดตาก และปลายทางจังหวัดอุบลราชธานี โดยปรากฏชื่อผู้เสียหายเป็นผู้ส่งพัสดุ จากนั้นคนร้ายจึงแจ้งให้ผู้เสียหายติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยให้วิดีโอคอลคุยกับปลายสาย ซึ่งอ้างตัวว่าเป็น ผกก.สภ.เมืองตาก หลอกสอบถามข้อมูลส่วนตัวและเงินในบัญชีของผู้เสียหาย รวมถึงพูดจาหว่านล้อมและข่มขู่ให้ผู้เสียหายตกใจกลัว และหลงเชื่อว่ามีการกระทำความผิดจริง โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อเป็นการตรวจสอบ รวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง เป็นจำนวนเงินกว่า 2,839,298.45 บาท
ภายหลังผู้เสียหายเชื่อว่าถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงิน จึงแจ้งความร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนแกะรอยเส้นทางการเงิน พบมีการกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่ของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายค้นและหมายจับผู้ทำหน้าที่กดเงินสด รวมถึงผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า จำนวนกว่า 15 ราย ก่อนทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ 9 ราย
พล.ต.ต.สถิตย์ กล่าวต่อว่า กลุ่มขบวนการนี้มีการแบ่งงานกันทำเป็นระบบ โดยมีกลุ่มควบคุมบัญชีและทำหน้าที่กดเงินสด และกลุ่มผู้รับจ้างเป็นบัญชีม้า โดยมี น.ส.พลอยมณี เป็นหัวหน้าขบวนการ ทำหน้าที่ในการคุมลูกน้องไปกดเงิน โดยยอดเงินที่ขบวนการนี้กดเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม มากถึงวันละ 10 ล้าน ซึ่งตั้งแต่ตั้งปลายปี 2565 จนถึงปัจจุบัน มียอดหมุนเวียน 200-300 ล้านบาท
ด้าน พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับพฤติกรรมของกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังใช้แผนประทุษกรรมในรูปแบบเดิมๆ มาโดยตลอด โดยอ้างว่ามีพัสดุตกค้าง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ยาเสพติด รวมถึงการอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ผู้เสียหายตกใจกลัว เพื่อให้โอนเงินหรือส่งบัญชีมาให้ตรวจสอบ จึงฝากประชาสัมพันธ์ในการอ้างเรื่องการให้ส่งเงินและบัญชีมาให้ตรวจสอบนั้น ไม่มีอย่างแน่นอน แต่หากว่าทางเจ้าหน้าที่พบว่ากระทำผิดจริง จะออกหมายเรียกให้มาพบเท่านั้น
...
เบื้องต้นนำของกลางดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ดำเนินคดีในความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน" โดยขั้นตอนจากนี้จะติดตามผู้เสียหาย พร้อมไล่ล่าติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการทั้งหมดและยึดทรัพย์ เพื่อส่งคืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหายต่อไป.