"สมศักดิ์" เชิญ "ป.ป.ส.-ตำรวจ" ถกแนวทางปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับ สส.เพื่อไทย เตรียมเดินหน้านโยบายปราบยาเสพติด ภายใน 1 ปี เล็งสานต่อมาตรการยึดอายัดทรัพย์ หลังได้ผลเป็นรูปธรรม โชว์อายัดได้แล้วรวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 66 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานยุทธศาสตร์การเกษตร พรรคเพื่อไทย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และ พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 ได้พบปะกับ สส.พรรคเพื่อไทย ทั่วประเทศ กว่า 100 คน เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงแนวทางการปราบปรามยาเสพติด ภายใน 1 ปี ของพรรคเพื่อไทย

โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงนโยบายการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไป ภายใน 1 ปีนั้น วันนี้ ตนจึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด มาอธิบายถึงแนวทางการปราบปรามยาเสพติดที่ผ่านมา เพื่อ สส.พรรคเพื่อไทย จะได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็น ก่อนจะนำไปปรับเป็นนโยบายที่จะใช้ปราบปรามยาเสพติดภายใน 1 ปี

...

ขณะที่ สส.พรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ ได้สะท้อนว่า อยากให้พรรคเพื่อไทยมีมาตรการที่เด็ดขาดแบบในสมัยรัฐบาล อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่สามารถปราบปรามยาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงอยากให้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นตอ อย่างผู้มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่ด้วย ขณะเดียวกันก็เห็นด้วยที่จะเดินหน้ามาตรการยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด แต่อยากให้ทำควบคู่กับมาตรการปราบปรามด้วย

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การปราบปรามยาเสพติดในอดีต จะมี 5 มาตรการ คือ 1.ป้องกัน 2.ปราบปราม 3.บำบัดรักษา 4.บูรณาการงบประมาณ และ 5.ความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ในขณะตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แก้กฎหมายยาเสพติดใหม่ เพื่อเพิ่มมาตรการที่ 6.ยึดอายัดทรัพย์ของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด อย่างผลงานที่ผ่านมาเข้ายึดอายัดทรัพย์กลุ่มจีนสีเทา กว่า 8 พันล้านบาท รวมถึงไปขยายผลบัญชีม้าของ "บัวจันทร์ ขาวอินทร์" จนสามารถนำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์ได้จำนวนมาก ดังนั้น แนวทางการปราบปรามยาเสพติด ภายใน 1 ปี ของพรรคเพื่อไทย ตนมองว่าควรเดินหน้าการยึดอายัดทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรเงินของผู้ค้ายา เพื่อไม่ให้มีเงินไปหมุนเวียนกระทำผิดอีกต่อไป

ขณะที่ นายปิยะศิริ กล่าวว่า การยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ถือว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง แต่เราใช้มาตรการยึดทรัพย์ไปกดดันเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด อย่างปี 2562 ยึดอายัดทรัพย์ได้เพียง 956 ล้านบาท แต่หลังมีกฎหมายยาเสพติดใหม่ เพิ่มมาตรการยึดทรัพย์ ทำให้ปี 2564 ยึดอายัดได้ 7,346 ล้าน ปี 2565 ยึดอายัดได้ 11,003 ล้านบาท และปี 2566 ยึดอายัดได้มากกว่า 20,000 ล้านบาทแล้ว จะเห็นได้ว่าแนวทางการยึดอายัดทรัพย์ เห็นผลอย่างชัดเจน จึงควรส่งเสริมแนวทางนี้ในการปราบปรามยาเสพติดต่อไป

ส่วน พล.ต.ต.บรรพต กล่าวว่า แนวทางการปราบปรามยาเสพติดภายใน 1 ปี ของพรรคเพื่อไทยนั้น ตนเห็นว่ามีแนวทางเดียวกันกับ นายสมศักดิ์ ที่ได้ขับเคลื่อนไว้ขณะดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม คือ การเดินหน้ายึดอายัดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งในอดีตตำรวจไม่เคยนำเรื่องการยึดทรัพย์มาเป็นตัวชี้วัด แต่หลังมีกฎหมายใหม่ และได้รับแนวความคิดของสากล ที่มองว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ไม่กลัวการถูกจับยาเสพติด เพราะเตรียมการไว้รองรับแล้ว แต่เขาจะกลัวการถูกยึดทรัพย์ เพราะเงินจำเป็นที่จะต้องใช้ในการขับเคลื่อนขบวนการค้ายาเสพติด ดังนั้น การยึดทรัพย์จึงเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนต่อเนื่อง เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ค้ายาเสพติด กลัวเป็นอย่างมาก

พล.ต.ต.ธนรัชน์ กล่าวว่า ปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติด ได้หันมาใช้ระบบขนส่งเป็นจำนวนมากขึ้นแล้ว เพราะมีความสะดวกและมีหลากหลายวิธี แต่หลังมีกฎหมายยาเสพติดใหม่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุม พร้อมขยายผลไปสู่การยึดทรัพย์ได้เป็นจำนวนมาก โดยจะไม่ใช่ยึดทรัพย์ซึ่งหน้าเท่านั้น แต่จะคำนวณมูลค่าของยาเสพติด ที่ขนส่งในอดีตมาคำนวณยึดทรัพย์ย้อนหลังด้วย ทำให้มาตรการยึดทรัพย์น่ากลัวสำหรับผู้ค้ายาเสพติดเป็นอย่างมาก

...