ลูกสาววิน จยย.ที่บุกยิงยกครัวแม่ยาย และลูกติดเมียใหม่ ก่อนยิงตัวตายรวม 5 ศพ เข้าให้การยืนยัน "ชมพู่" ที่ถูกระบุเป็นเมียพ่อและเป็นต้นเหตุฆ่ายกครัว ความจริงหย่ากับพ่อแล้ว แต่ยังเทียวไปเทียวมา และหลังเกิดเหตุได้เข้าไปค้นหาบางอย่างในห้องพ่อ ล่าสุดยังไม่มาพบตำรวจ แต่มีคนเห็นไปดูใจลูกชายวัย 9 ขวบที่ถูกยิงก่อนเสียชีวิตที่ รพ.ภูมิพลฯ ส่วนอาวุธปืนทูตมรณะ พบเป็นปืนไทยประดิษฐ์ .38 แบบหักลำ ทำการยิงได้ครั้งละ 1 นัด
จากเหตุวิน จยย.รับจ้างสติแตก บุกยิงแม่ยาย พี่สาวแม่ยาย ลูกติดเมีย 2 คน และยิงตัวเองเป็นศพที่ 5 โดยทุกศพถูกจ่อยิงที่ศีรษะ สาเหตุมาจากมีปากเสียงกับภรรยา เรื่องไปก่อหนี้ ทั้งหนี้นอกระบบและหนี้แชร์จำนวนมาก มีเจ้าหนี้ข่มขู่ทวงเงินตลอด เหตุเกิดบริเวณแผงขายลอตเตอรี่ ตลาดนิกแน็ก หลักสี่ และคอนโดฯ ที่พัก ซอยแจ้งวัฒนะ 6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา
เช้าวันที่ 8 ส.ค. 2566 นางสาวรจนา แก้วโกมล ลูกสาว นายสมชาย แก้วโกมล มือปืนที่บุกยิง 4 ศพ และยิงตัวเองตายตามเป็น 5 ศพ เดินทางไปที่ สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมแม่ ให้การกับพนักงานสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ และลงบันทึกประจำวันระบุว่า นางสาววีระยา สินมา หรือชมพู่ อดีตภรรยานายสมชาย พ่อของตน หลังเกิดเหตุนางสาววีระยาได้เข้าไปที่ห้องพักอีกตึกหนึ่ง งัดกุญแจและเข้าไปเอาของบางอย่างในห้องของพ่อ ซึ่งตนไม่รู้ว่าคืออะไร
สำหรับนางสาววีระยาตั้งแต่คบหากับพ่อก็ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่พอเลิกกันได้จดทะเบียนหย่ากับพ่อและแบ่งทรัพย์สินกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้ว และพ่อเคยส่งรูปภาพใบหย่าไปให้ดู ส่วนห้องที่พ่อกับอดีตภรรยาอยู่กัน 2 คน นางสาววีระยา เคยอ้างว่าตัวเองเป็นคนซื้อ แต่จริงๆ แล้วพ่อของตนเป็นคนซื้อไว้ ซึ่งพ่อเคยโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่าทะเลาะกันบ่อย แต่พอหย่ากันไปแล้วอีกฝ่ายก็มาง้อขอคืนดีและกลับมาอยู่ด้วยกัน พอทะเลาะกันก็หนีไปอีก เป็นแบบนี้อยู่ 2-3 ครั้ง แต่ช่วงหลังพ่อไม่ค่อยระบายให้ฟัง มีโทรศัพท์หากันบ้างแต่ส่วนใหญ่จะคุยเรื่องหลานมากกว่า และตนไม่รู้ว่าพ่อจะก่อเหตุ เพราะพ่อไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ และไม่มีแนวโน้มว่าจะทำร้ายใคร ส่วนในวันพรุ่งนี้ 9 โมงเช้า ตนจะมาให้การเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง และจะนำร่างนายสมชาย ไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่ศูนย์ชุมชนในหมู่บ้าน
...
ขณะที่เมื่อช่วงเช้ากลุ่มเพื่อนและญาติของผู้ก่อเหตุได้เชิญพระจากวัดหลักสี่ มาเชิญดวงวิญญาณของผู้ก่อเหตุ ที่บริเวณศาลาพักหน้าอาคารคอนโดฯ โดยที่เกิดเหตุยังพบหมวกที่ผู้ก่อเหตุสวมเป็นครั้งสุดท้ายตกอยู่ โดยญาติและเพื่อนวินรถจักรยานยนต์ต่างก็มา พร้อมกล่าวว่าไม่คิดว่าผู้ก่อเหตุจะจบชีวิตตรงนี้ เพราะจุดที่ผู้ก่อเหตุยิงตัวเอง เป็นจุดที่ตั้งวินรถจักรยานยนต์ ยิ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับเพื่อนๆ วินเป็นอย่างมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพื่มเติมว่า เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 8 ส.ค. 2566 ที่ สน.ทุ่งสองห้อง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยกันทยอยลำเลียงศพผู้เสียชีวิต จำนวน 4 รายประกอบด้วย นายสมชาย แก้วโกมล อายุ 54 ปี หนุ่มวิน จยย.รับจ้าง ผู้ก่อเหตุ นางโสภา จันโสดา อายุ 56 ปี แม่ค้าลอตเตอรี่ซึ่งเป็นแม่ยาย น.ส.ทวี สินมา อายุ 60 ปี พี่สาวของนางโสภา และ ด.ช.ธนกฤต แก้วเกร็ด อายุ 7 ปี ออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อมาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือและรับใบส่งศพจากพนักงานสอบสวน ก่อนนำร่างทั้ง 4 รายไปผ่าชันสูตรที่นิติเวช รพ.ภูมิพลฯ รวมกับร่างของ ด.ช.กฤตภาส แก้วเกร็ด อายุ 9 ปี ซึ่งถูกยิงไล่เลี่ยกันได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตลงที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ภูมิพลฯ ไปก่อนหน้านี้ เบื้องต้นได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ว่า หลังเกิดเหตุ น.ส.วีระยา สินมา หรือ "ชมพู่" อายุ 39 ปี ภรรยาของ นายสมชาย ได้ไปปรากฏตัวที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ภูมิพลฯ เพื่อดูใจ ด.ช.กฤตภาส บุตรชายจนถึงวาระสุดท้าย แต่ยังไม่พร้อมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน
อย่างไรก็ตามเชื่อว่า น.ส.วีระยา น่าจะเดินทางมาที่โรงพักในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากต้องดำเนินการเรื่องเอกสารเกี่ยวกับการรับศพมารดา ป้า และลูกๆ ของตนเองไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ขณะที่ผลการตรวจสอบอาวุธที่ นายสมชาย ใช้เป็นสื่อมรณะ พบว่า เป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 หักลำ ทำการยิงได้ครั้งละ 1 นัด โดยกองพิสูจน์หลักฐานพบปลอกกระสุนปืนบางส่วนตกอยู่บนเตียงนอนในห้องพักใกล้จุดที่พบศพ ด.ช.ธนกฤต อีกด้วย.