ครอบครัวผู้สูญเสียสมาชิกในครอบครัว เหตุโกดังเก็บพลุระเบิดที่ อ.สุไหงโกลก สุดเศร้าไม่คิดจะเกิดกับตัวเอง วอนผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบ เผยเคยพูดเตือนเจ้าของโกดังแล้วว่า อย่าเอาพลุมาเก็บในโกดัง อันตราย แต่ก็ไม่เชื่อ ในที่สุดก็เกิดเหตุร้ายเสียทั้งบ้านและคนที่รัก
จากกรณีเกิดเหตุระเบิดโกดังเก็บพลุดอกไม้ไฟและประทัด จนเกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่รุนแรงครั้งประวัติศาสตร์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ ม.1 ต.มูโนะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในรัศมี 1 กม. พังเสียหายยับเยินกว่า 200 หลัง หลายหลังไม่เหลือความเป็นบ้านให้เห็น ประชาชนที่ได้รับผลกระทบหลายชีวิตไร้ที่พักอาศัย แรงระเบิดยังคร่าชีวิตประชาชนไป 12 ศพ เจ็บ 121 ราย โดยเฉพาะครอบครัวของ นายอักมัล ดอเลาะ ที่ต้องสูญเสียภรรยา ลูกชาย อายุ 4 ปี และลูกสาว วัย 8 เดือน รวมไปถึงพ่อตาและน้องเขย รวม 5 ชีวิต ซึ่งหลังเกิดเหตุได้พักอาศัยอยู่บ้านญาติ เนื่องจากบ้านเกิดเหตุนั้น ถูกแรงระเบิดจนไม่เหลือซาก ข้าวของต่างๆ ถูกแรงระเบิดและเผาไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่าน
...
นายอักมัล ดอเลาะ เล่าทั้งน้ำตาว่า ก่อนที่ตนจะทราบข่าวนั้น ตนได้พานักเรียนไปแข่งฟุตบอลที่ จ.นราธิวาส กระทั่งมีรอง ผอ.โรงเรียนโทรมาบอกว่ามีไฟไหม้โกดังพลุดอกไม้ไฟ ตนเอะใจทันทีว่าน่าจะเป็นโกดังใกล้บ้านแน่นอน ตนก็ขออธิษฐานว่าขอให้เกิดไฟไหม้อย่างเดียว ขออย่าให้เหมือนที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อทราบข่าวตนก็รีบเดินทางกลับบ้านทันที ปรากฏว่าเมื่อถึงบ้านก็เห็นพี่เขยนำศพลูกสาวออกมาในสภาพถูกไฟไหม้ ตนพยายามจะเข้าไปที่บ้าน แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไว้เพราะอันตราย ในบ้านเสียชีวิตทั้งหมด 5 ศพ มีพ่อตา น้องเขย ภรรยา ลูกชายและลูกสาว ทุกคนถูกไฟไหม้
"ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับครอบครัวว่า วันนี้ตนสัญญากับภรรยาและลูกว่าจะพาไปดูการแข่งขันฟุตบอล และจะพาไปเที่ยวทะเล ตนคิดถึงภรรยาและลูกมากๆ ตอนนี้ก็เหลือแม่ยายและน้องเขย หลังจากนี้ยังก็ไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตยังไงต่อไป เพราะมันหมดทุกอย่างจริงๆ หมดทั้งบ้านและหมดทั้งคน มันไม่เหลืออะไรแล้ว ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเจ้าของโกดังมาคุยมาเคลียร์ด้วย เพราะไม่ใช่บ้านตนหลังเดียว มีอีกหลายหลังของชาวบ้านด้วยที่เกิดความเสียชีวิต เพราะความประมาทของเจ้าของ ตอนนี้บ้านตนเองไม่เหลือ เหลือเพียงพื้นบ้านอย่างเดียว" ญาติผู้เสียชีวิต กล่าว
น.ส.โรฮายู เจ๊ะอาแซ น้องสะใภ้ของ นายเด่น ดาโอะ หนึ่งในผู้เสียชีวิต 5 ศพ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนอยากให้หน่วยงาน หรือผู้รับผิดชอบเร่งมาดูแล เพราะไม่ใช่เฉพาะครอบครัวตน ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ครอบครัวตนก็สูญเสียทั้งหมด 5 ศพ ตนเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับทั้ง 5 ศพ ทุกคนถูกไฟไหม้หมดเลย มันรู้สึกหดหู่ โดยเฉพาะหลานตัวเล็กไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้ ถ้าเจ้าของมีความรับผิดชอบก็ไม่ควรมาตั้งในเขตชุมชน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแล และไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุแบบนี้ ตนก็ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมาเกิดกับครอบครัวตนเองแบบนี้ ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันก็ได้นัดกันจะไปเที่ยว และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น ที่ผ่านมา น้ำท่วมหนักยังดูแลกันได้ แต่ไฟไหม้ครั้งนี้ไม่เหลืออะไรเลย ก็ขอให้ทุกคนหลับให้สบาย
...
นายยศดนัย บูละ ลูกชายของ นายเด่น ดาโอะ หนึ่งในผู้เสียชีวิต 5 ศพ กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนทำงานอยู่ใกล้ๆ บ้าน และได้ยินเสียงระเบิดจึงรีบวิ่งมาดู ตอนนั้นพบไฟไหม้บ้านเป็นจำนวนมาก และเห็นบ้านพ่อของตนไฟไหม้อย่างหนัก ตัวเองก็คิดว่าทั้งครอบครัวของพ่อน่าจะเสียชีวิตทั้งหมด ตนพยายามจะเข้าไปช่วย แต่ก็เข้าไปไม่ได้ จึงรีบไปช่วยเหลือยายที่บ้านอีกหลัง เพราะถูกกำแพงบ้านทับอยู่ จากนั้นตนจึงวิ่งมาที่บ้านพ่ออีกครั้ง รอจนไฟสงบลง จนได้เห็นครอบครัวของพ่อเสียชีวิตทั้งหมด ไฟไหม้ดำเป็นต่อตะโก กระเด็นไปติดกำแพงฝาบ้านที่ยังพอเหลืออยู่ และที่พื้นพบร่างหลานสาวตัวเอง ร่างไปติดกำแพงบ้าน เห็นแล้วหดหู่ใจ ตนกับพ่อเคยบอกกับเจ้าของโกดังแล้วว่าอย่าเอาพลุดอกไม้ไฟมาไว้ที่โกดัง แต่ก็ไม่ฟัง.