ชุดสืบสวนภาค 4 ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่าย “นุ-เปา กระนวน” เอเย่นต์ยานรกตัวแสบที่เคยยิงตำรวจบาดเจ็บแหกวงล้อมเผ่นหนีรอด 1 ถูกจับตาย 1 เช็กเส้นทางการเงินถูกส่งต่อให้เพื่อนร่วมขบวนการอีกคน เปิดบริษัทปล่อยเงินกู้บังหน้าแต่เบื้องหลังไว้ฟอกเงินจากการค้ายา ขอหมายศาลบุกจับพร้อมปูพรมลุยค้น 7 จุดใน 3 จังหวัด ยึดเงินสดและทรัพย์สิน 279 รายการ รวมมูลค่าร่วม 100 ล้านบาท อีกรายรวบคาจุดตรวจ หนุ่มรับจ้างขับรถขนยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ดจากบึงกาฬจะไปส่งสระบุรี ดันเจอด่านที่ขอนแก่นรีบจอดรถวิ่งเผ่นหนีแต่ไม่รอด สารภาพได้ค่าจ้าง 8 หมื่นบาท
ปฏิบัติการยึดทรัพย์ขบวนการยานรกรายใหญ่ภาคอีสานเปิดเผยที่ บช.ภ.4 จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 ก.ค. พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงผลยึดทรัพย์จากการฟอกเงินคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่อีสาน หลังเกิดเหตุการณ์นายสกล ภูโอบ หรือนุ กระนวน อายุ 39 ปี เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ ยิงตำรวจ สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น ได้รับบาดเจ็บขณะจะเข้าจับกุมในป่าสวนยาง เมื่อวันที่ 29 ส.ค.65 ก่อนเผ่นหนีไปได้ และเหตุการณ์นายอานนท์ อ่อนสาคร หรือเปา กระนวน อายุ 27 ปี เอเย่นต์ยานรกเครือข่ายเดียวกันที่เคยยิงตำรวจขณะเข้าตรวจค้นโรงแรมในเมืองขอนแก่น ฝ่าวงล้อมเผ่นหนีไปได้ แต่ภายหลังถูกตำรวจวิสามัญฯเมื่อ วันที่ 7 ธ.ค.65
พล.ต.ท.ยรรยงเผยว่า สำหรับนายนุเชื่อว่าหลบหนีไปกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนนายเปาถึงแม้จะถูกวิสามัญฯเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทั้งสองเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญของตำรวจภูธรภาค 4 ตำรวจยังต้องขยายผลอย่างต่อเนื่องถึงเครือข่ายและบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการค้ายาเสพติดพื้นที่ภาคอีสาน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งของนายเปาและนายนุ พบว่ามีการโอนเงินไปให้บุคคลเดียวกันจำนวนมาก จากการสืบสวนติดตามพฤติการณ์ของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายนี้คือนายอรรถพล หรือบอม ฉัตรตระการ อายุ 42 ปี ชาวกรุงเทพฯ มีภรรยาและอาศัยอยู่ จ.มุกดาหาร เปิดบริษัทปล่อยเงินกู้ชื่อบริษัทพารวยทั้งในพื้นที่มุกดาหาร สกลนคร และกรุงเทพฯ เป็นการเปิดบริษัทบังหน้าเพื่อฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด มีการครอบครองทรัพย์สินจำนวนมาก
...
ผบช.ภ.4 กล่าวต่อไปว่า ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานไปขออนุมัติศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับนายบอม เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ในข้อหาสมคบฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด ก่อนที่ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.4 จะติดตามจับกุมนายบอมได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 จ.มุกดาหาร และขอหมายศาลเข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ ในบ้านพักและบริษัทของนายบอมทั้งหมด 7 จุดใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.มุกดาหาร 2 จุด จ.สกลนคร 2 จุด และกรุงเทพฯ 3 จุด ยึดทรัพย์สิน 279 รายการ เงินสด 2,842,810 บาท ตู้เซฟ 3 ใบ โฉนดที่ดิน 15 ฉบับ รถยนต์ 6 คัน รถ จยย. 6 คัน ทองรูปพรรณ 41 รายการ ทองคำแท่ง 3 แท่ง สมุดบัญชีเงินฝาก 50 เล่ม กรมธรรม์ประกันชีวิต 6 กรมธรรม์ และทรัพย์สินอื่นๆ เช่น นาฬิกาหรู กระเป๋าแบรนด์เนม พระเครื่อง หลายรายการ รวมทั้งหมดมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท จากการตรวจสอบยังพบว่านายบอมถือครองที่ดินอีกหลายแปลง จะดำเนินการตรวจสอบและยึดทรัพย์เพิ่มเติมต่อไป
อีกราย พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 นายภิญโญ โฆสิต ผอ.ป.ป.ส.ภ.4 พร้อมชุดสืบสวน บก.สส.ภ.4 ร่วมแถลงผลจับกุมนายกิตติศักดิ์ มานัส อายุ 49 ปี ชาว จ.สระบุรี ขับรถฮอนด้าซีอาร์วี สีเทา ทะเบียน 2 กถ 9376 กรุงเทพมหานคร ขนยาบ้า 10 กระสอบรวม 4,072,000 เม็ดอัดแน่นมาเต็มรถ ถูกจับได้ที่จุดตรวจบนถนนมิตรภาพหน้า รพ.พล จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาจอดรถทิ้งพยายามวิ่งเผ่นหนีแต่ไม่รอด สอบสวนรับสารภาพว่า ไม่มีงานทำ ก่อนหน้านี้ไปกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งใน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี รู้จักกับชายอายุประมาณ 50 ปี เข้ามาพูดคุยด้วยและได้พบกันหลายครั้งจนไว้ใจกัน จากนั้นชายคนดังกล่าวชวนให้ทำงานขับรถรับจ้าง โดยขับรถขนสินค้าจาก อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ ไปส่งลูกค้าใน จ.สระบุรี ค่าจ้าง 80,000 บาท เพิ่งทำครั้งแรกก็ถูกจับกุม อ้างไม่รู้ว่าในกระสอบที่ขนมาเป็นยาบ้า นำตัวส่ง สภ.พล ดำเนินคดีพร้อมทั้งขยายผลไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป