“เพจสายไหมต้องรอด” พาผู้เสียหายเป็นข้าราชการสาววัย 37 ปี ร้องขอความช่วยเหลือ “บิ๊กโจ๊ก” ถูกจิ้งจอกสังคมที่รู้จักกันในแอปพลิเคชันหาคู่อ้างตัวเป็นนักเทรดหุ้นเข้ามาลวงรัก พูดคุยจะปิดหนี้สหกรณ์ 8 แสนบาทให้แต่ต้องทำตามที่บอก จากนั้นออกอุบายให้กู้เงินแบงก์ออกรถป้ายแดง 2 คันก่อนเอาไปจำนำ ส่งผลให้เหยื่อสาวเป็นหนี้สินเกือบ 5 ล้านบาท ในเวลาแค่ 3 เดือน ไม่มีเงินแม้แต่ค่ารถไปทำงาน หนักข้อเข้าถึงขั้นถูกทำร้ายร่างกาย ซ้ำยังถูกขู่จะเอาคลิปลับไปเผยแพร่ เจ้าตัวหมดหนทางไปเลยเข้ามาร้องเรียนเพจดังให้ช่วยเหลือ

แอปพลิเคชันหาคู่ทำข้าราชการสาวเสียท่าโจรลวงรักจนสิ้นเนื้อประดาตัวครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 ก.ค.ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นำผู้เสียหายเป็นข้าราชการหญิงสังกัดหน่วยงานยุติธรรมหน่วยงานหนึ่งเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. หลังถูกมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นนักเทรดหุ้นตีสนิทผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ ลวงให้กู้เงินธนาคารออกรถป้ายแดงแล้วนำไปจำนำจนเดือดร้อนเป็นหนี้สินเกือบ 5 ล้านบาท พอเรียกร้องขอเงินคืนกลับถูกทำร้ายร่างกายข่มขู่จะเอาคลิปภาพไปเผยแพร่ในที่ทำงาน ด้วยความกลัวไม่ปลอดภัยเข้ามาร้องเรียนเพจสายไหม ต้องรอด

น.ส.เอ (นามสมมติ) ข้าราชการสาววัย 37 ปี เผยว่ารู้จักชายไทยคนนี้อายุ 41 ปี ผ่านแอปพลิเคชันหาคู่เมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ตอนแรกรู้จักฝ่ายชายมีความน่าเชื่อถือพูดจาดีบอกว่าจบปริญญาตรี 2 ใบ มีเงินฝากอยู่ต่างประเทศ เชี่ยวชาญด้านการเล่นหุ้น forex ขณะที่ตนมีหนี้สินสหกรณ์อยู่ 800,000 บาท ฝ่ายชายบอกว่าขอให้ทำตามที่บอกแล้วจะช่วยปลดหนี้ให้ ก่อนที่จะออกอุบายให้ไปซื้อรถมินิคูเปอร์ และรถโตโยต้า คัมรี่ พาไปซื้อทอง ซื้อโทรศัพท์มือถือ

...

น.ส.เอกล่าวว่า หลังจากนั้นฝ่ายชายให้ทำอะไรต้องทำตามหมดเพราะยังเชื่อว่าจะปลดหนี้ให้สุดท้ายไม่มีปัญญาที่จะจ่ายค่างวดรถ 2 คันจำนวน 3 ล้านบาทได้ ตอนนี้เลยเถิดถึงขั้นเอารถไปจำนำเต็นท์รถและไม่ทราบว่ารถไปอยู่ไหน เมื่อทวงเงินหรือทวงถามเรื่องบิลค้างชำระทำไมไม่จ่าย ฝ่ายชายจะตอบกลับให้ไปแก้ปัญหาเอง ทำให้รู้สึกว่าพลาดที่ไปซื้อรถตามที่เขาบอกตั้งแต่แรก สุดท้ายต้องเป็นหนี้เกือบ 5 ล้าน บัญชีต่างๆไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากติดสินเชื่อ เงินติดตัวไม่มี ต้องขอให้พี่ช่วยให้ค่ารถไปทำงานซ้ำยังติดหนี้เพื่อนอีก ตอนนี้กลัวจะล้มละลาย แต่การล้มละลายยังไม่เท่ากับทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทำให้แม่เดือดร้อน แม้กระทั่งเงินของน้อง 500 บาทเขาก็เอา ที่ร้ายที่สุดพอมีปัญหาเริ่มสงสัย เริ่มซักถามจะถูกตวาด ซึ่งตนมีโรคประจำตัวเป็นไบโพลาร์รักษาอาการมา 7 ปี หากถูกตะคอกข่มขู่จะมีอาการหวาดกลัวตัวสั่น หนักขึ้นมีปากเสียงทะเลาะกัน สุดท้ายถูกทำร้ายร่างกายถูกตบกกหู

ข้าราชการสาวที่ตกนรกทั้งเป็นเพราะแอปพลิเคชัน หาคู่เผยอีกว่า ขณะนี้กังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะทั้งโทรศัพท์มือถือ อีเมล ชายคนนี้เข้าถึงได้หมดข่มขู่ว่าจะทำร้ายแม่และน้อง อ้างว่ามีอิทธิพลใน 9 จังหวัดภาคใต้ มีอิทธิพลในเขตลาดพร้าว รวมทั้งข่มขู่จะเอาคลิปลับไปเผยแพร่เลยต้องมาขอพึ่งเพจสายไหมต้องรอดว่าจะทำอย่างไรได้บ้างอย่างน้อยไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก เพราะทราบว่ามีผู้หญิงที่ภาคใต้เป็นครูถูกกระทำในลักษณะเดียวกันให้ไปซื้อบ้านและสุดท้ายภาระก็เป็นของฝ่ายหญิง

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่า เดี๋ยวนี้วิธีของมิจฉาชีพจะใช้ชื่อเหยื่อในการซื้อรถแล้วเอารถไปจำนำ อย่างกรณีล่าสุดนี้ใช้เวลาเพียง 3 เดือน ทำผู้เสียหายหมดเงินไปเกือบ 5 ล้านบาท เริ่มจากอ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องหุ้น forex ใช้วิธีการกู้ยืมเงินกับธนาคารอ้างว่าจะหาทางปิดหนี้ 800,000 บาทให้ สุดท้ายแค่ 3 เดือนทำให้ผู้หญิงตกเป็นหนี้สินถึง 5 ล้านบาท การเป็นข้าราชการหากเป็นหนี้สถาบันการเงินจะเป็นบุคคลล้มละลาย สุดท้ายต้องออกจากราชการ ฝ่ายชายพาไปกู้อ้างว่าเป็นการสร้างเครดิต แต่สุดท้ายเงินที่กู้มาฝ่ายหญิงไม่ได้ใช้ ถือเป็นบุคคลอันตรายถ่ายภาพไว้แบล็กเมล์เป็นสูตรสำเร็จของมิจฉาชีพ

ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องนี้คนร้ายหลอกให้รักหลอกให้หลงแล้วไปกู้เงินจนเป็นหนี้ประมาณ 5 ล้านบาท จากนี้จะตรวจสอบรายละเอียดพฤติกรรมว่าทำอย่างไร เป็นขบวนการหรือไม่ จะเร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ขอฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ปัจจุบันมีรูปแบบการหลอกลวงทางไซเบอร์เป็นจำนวนมาก ก่อนจะโอนเงินให้ใครหรือทำธุรกรรมทางการเงิน ควรตรวจสอบให้ดี มิเช่นนั้นอาจตกเป็นเหยื่อ