หนุ่มขายเสื้อวินเทจหึงเมียคนที่ 3 หวั่นจะไปคบกับชายใหม่ เกิดทะเลาะรุนแรง ชักปืนยิง กระสุนทะลุหน้าผากฝังในสมองสาหัส ก่อนรีบอุ้มนำส่งโรงพยาบาล

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ก.ค. 66 ร.ต.อ.ชัยยุทธ อินเสน รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งมีคนถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ร้านขายเสื้อผ้ามือสองร้านโกดังวินเทจสาขา 2 ตั้งอยู่เลขที่ 20/6 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก.เมืองนครปฐม และชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ประสานกองพิสูจน์หลักฐาน 7 เข้าตรวจสอบยังบ้านที่เกิดเหตุดังกล่าว

ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นอาคารตึกแถว 3 ชั้นครึ่ง ภายในร้านมีเสื้อผ้ามือสองแขวนสำหรับขายสินค้าเต็มร้านค้าเต็มพื้นที่ โดยที่บริเวณด้านหน้าห้องพบรอยเลือด ทราบว่าผู้บาดเจ็บคือนางสาวอารยา อ่วมสาสตร์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219/2 ถนนราชวิถี ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ตรวจสอบพบว่าถูกอาวุธปืนขนาด .38 ยิงเข้าที่บริเวณหน้าผาก กระสุนฝังใน 1 นัด นอกจากนี้บริเวณที่เกิดเหตุยังพบรอยเลือด และปลอกกระสุนขนาด .38 จำนวน 1 ปลอกตกอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายชนม์กวี ดีจรรย์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/127 หมู่ 5 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. เป็นเจ้าของร้านและเป็นสามีของ น.ส.อารยา ผู้บาดเจ็บ โดยช่วยกันอุ้ม น.ส.อารยา ไปส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม

...

จากการสอบถามเพื่อนข้างบ้าน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุไม่มีใครได้ยินเสียงอาวุธปืนดังออกมา แต่ขณะนั้นมีลูกค้าที่มาซื้อของในร้านเห็นเดินเข้าออก และนายชนม์กวี ดีจรรย์ อายุ 38 ปี ได้ร้องเรียกให้ช่วยกันอุ้ม น.ส.อารยา ไปส่งโรงพยาบาล ช่วงแวบแรกที่เห็นนั้นคล้ายกับไม่มีสติแล้ว เพราะตอนแรกเห็นว่ามีรอยเลือดติดอยู่ที่แขนด้วย และเข้าใจว่ามีเส้นมาม่าติดอยู่ที่ศีรษะแต่คิดว่าคงไม่ใช่อาจจะเป็นสมองเสียมากกว่า เท่าที่เห็นพบว่าร่างกายอ่อนแรงมากแล้ว และมาทราบภายหลังว่าถูกอาวุธปืนยิง โดยปกติก็ไม่ค่อยเห็นว่าทะเลาะกัน แล้วก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เปิดเผยว่า สำหรับครอบครัวผู้ก่อเหตุนั้น มีภรรยา 3 คน คนแรกมีบุตรด้วยกัน 1 คน ภรรยาคนที่ 2 ก็ช่วยขายของอยู่ภายในร้าน และภรรยาคนที่ 3 คือ น.ส.อารยา โดย น.ส.อารยา นั้นจะไปๆมาๆ ไม่ค่อยอยู่ที่บ้าน แต่ทั้ง 3 คนสามารถตกลงกันได้ด้วยดีจึงคบหากันได้ ก่อนเกิดเหตุทราบว่า น.ส.อารยานั้น ได้มีปากเสียงกันกับนายชนม์กวี มีอาการหึงหวงน.ส.อารยา เนื่องจากระแคะระคายว่า น.ส.อารยา ติดต่อพูดคุย และมีคนมาติดพัน กำลังจะคบหากับคนใหม่ จึงทำให้เกิดเหตุทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนเกิดการยิงขึ้น

แต่ทั้งนี้ต้องดูการสอบปากคำอีกครั้ง ว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นเป็นการตั้งใจยิง หรืออาวุธปืนลั่น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แพทย์จากโรงพยาบาลนครปฐมได้ทำการ TC สแกนที่บริเวณศีรษะของ น.ส.อารยา พบว่ามีหัวกระสุนฝังในกะโหลกด้านหลัง ขณะนี้อยู่ในอาการสาหัส อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหานายชนม์กวี พยายามฆ่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพ ปรากฏเป็นภาพขณะที่นายชนม์กวี หลังก่อเหตุยิงแล้วได้ช่วยกันอุ้ม น.ส.อารยา ออกมาเพื่อไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งภายในภาพนั้นปรากฏเห็นภรรยาคนที่ 2 ของนายชนม์กวีอยู่ในบ้านด้วย ได้ยินแต่เสียงร้องเรียกว่าพี่ช่วยผมด้วย และอยู่ในอาการตกใจ