กัน จอมพลัง พาทนายขึ้นโรงพักบ้านโป่ง ถามความคืบหน้าคดีลูกทรพีร่วมกับสะใภ้จับแม่มัดมือเท้า ก่อนใช้สากตีหัว แล้วชิงทรัพย์ ล่าสุดตำรวจควบคุมตัวทั้งคู่เอาไว้แล้ว

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2566 ที่ สภ.บ้านโป่ง “กัน จอมพลัง” พร้อมด้วย ทนายโรส และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ราชบุรี เข้าพบ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ วงค์เกตุใจ ผกก.สภ.บ้านโป่ง สอบถามถึงความคืบหน้าคดี นายวรายุทธ คำใส หรือปอนด์ อายุ 28 ปี ลูกทรพี และ น.ส.ละอองดาว จันทร์ยิด หรือดาว อายุ 28 ปี ลูกสะใภ้ ร่วมกันก่อเหตุใช้สากกะเบือทุบหัวชิงทรัพย์ นางมณีรัตน์ คำใส อายุ 57 ปี แม่แท้ๆ ภายในบ้านเลขที่ 29/10 หมู่ 17 ต.ปากแรต อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า นายธวัชชัย คำใส ลูกชายคนโต แจ้งเรื่องร้องเรียนมาที่ตนว่า แม่ถูกลูกชายคนกลางร่วมกับเมีย ปลอมเป็นโจรจับมัดมือมัดเท้าด้วยสายโทรศัพท์ แล้วเอาผ้าปิดตา ลงมือชิงเงิน จำนวน 3,000 บาท พร้อมทองรูปพรรณเป็นสร้อยคอและแหวน น้ำหนักรวม 3 สลึง มูลค่าประมาณ 21,000 บาท จากนั้นใช้สากกะเบือไม้ฟาดเข้าไปที่ศีรษะหวังให้สลบ แต่แม่ไม่สลบก่อนฟาดซ้ำอีกหลายครั้ง นอกจากนั้นลูกสะใภ้ยังจะใช้อาวุธมีดแทงซ้ำ แต่แม่ร้องขอชีวิต จนทั้ง 2 คนหลบหนีไป ทิ้งแม่ไว้ไม่เหลียวแล หลังเกิดเหตุแม่พยายามกระเสือกกระสน เปิดประตูออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน กระทั่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านโป่ง หลังฟื้นขึ้นมาก็เห็นหน้าลูกชายคนที่ก่อเหตุนั่งจ้องอยู่ข้างเตียง โดยหลังก่อเหตุลูกชายยังตีหน้าซื่อถามแม่ว่าใครทำร้าย ต่อมาเมื่อทราบว่าแม่แจ้งความจับ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ประเด็นคือ แม่กูแจ้งว่ากูเป็นคนทำ แบบนี้กูจะเรียกแม่ต่อดีเปล่าวะ” ทำให้แม่รู้สึกหวาดกลัวและเกรงว่าอาจจะได้รับอันตราย

...

ทางด้าน พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 13 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่เก็บรวบรวมหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ลายนิ้วมือ และ DNA คนร้าย ก่อนสอบปากคำนางมณีรัตน์ ผู้เสียหาย ซึ่งให้การยืนยันว่า ลูกชายและลูกสะใภ้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้ง 2 คน มาสอบปากคำและตรวจหาสารเสพติดพบว่าเป็นผลบวก แต่ทั้ง 2 คน ยังให้การปฏิเสธทุกอย่างที่เกิดขึ้น

ต่อมาช่วงเย็นวันที่ 16 ก.ค. ตำรวจขออำนาจศาลจังหวัดราชบุรีอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสแก่กายด้วยอาวุธ และร่วมกันชิงทรัพย์ โดย ผกก.สภ.บ้านโป่ง สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษจู่โจม เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มาที่พักสายตรวจตำบลเบิกไพร จากนั้น กัน จอมพลัง พร้อมญาติ และเจ้าหน้าที่ จึงเดินทางไปพบเพื่อพูดคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน แต่ปรากฏว่า เมื่อนายธวัชชัย ลูกชายคนโต เดินทางมาถึงรีบเดินปรี่เข้าไปในห้องที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ ง้างหมัดชกเข้าไปที่ใบหน้าทันทีด้วยความโกรธแค้น โดยไม่มีใครระวังตัว ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ดึงตัวออกไป แต่ยังคงตะโกนด่าทอน้องชาย ที่ทำร้ายแม่บังเกิดเกล้าได้ลงคอ ทำให้นายวรายุทธ น้องชายบาดเจ็บบริเวณโหนกแก้มด้านขวาแตก แล้วนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปควบคุมตัวต่อที่ สภ.บ้านโป่ง ซึ่งขณะนำตัวออกมา เจ้าหน้าที่ต้องใช้ผ้าห่มคลุมปิดบัง พร้อมใช้กำลังปิดล้อมป้องกันไม่ให้ญาติเข้ามาทำร้ายร่างกาย

นายธวัชชัย คำใน ลูกชายคนโต เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาน้องชายมักจะมาหาแม่ที่ทำงานและบ้านเสมอ เพื่อขอเงินใช้เป็นประจำ ด้วยความรักและเป็นห่วงลูกคนนี้มาก แม่จะให้ทั้งเงินและซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้อยู่ตลอด ขณะที่น้องชายก็จะเอาเงินไปซื้อเหล้าและยาเสพติด ระหว่าง 2 เดือนก่อนหน้านี้ น้องชายมักอาละวาดทำลายข้าวของที่บ้าน จนตนทนไม่ไหวแจ้งความให้ตำรวจมาจับ แต่แม่ก็ขอร้องไว้ กระทั่งสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแม่เกือบจะต้องมาจบชีวิตลงด้วยฝีมือลูกชายและลูกสะใภ้ เพียงเพราะต้องการทรัพย์สิน และสิ่งที่ทำให้แม่ต้องช้ำใจมากที่สุดคือ ลูกชายสุดที่รักได้กระทำย่ำยีใช้เท้าเหยียบที่คอแม่ จับมือไพล่หลัง มัดมือมัดเท้า แล้วใช้มือบีบคอ ระหว่างที่ถูกกระทำแม่ก็รู้อยู่เต็มอกว่า คนก่อเหตุเป็นลูกชายของตัวเอง เพราะเสื้อผ้าที่ใส่มา แม่ก็เป็นคนซื้อและซักให้เองกับมือด้วย.