ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม จับมือ ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี สนธิกำลังทลายแหล่งรับจำนำรถผิดกฎหมาย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นรถยนต์ 30 คัน กับ จยย.อีก 37 คัน สืบเนื่องจากการขยายผลแก๊งลักรถในพื้นที่ จ.นครปฐม พร้อมเร่งหาเบาะแสที่มาของรถ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2566 พ.ต.อ.นฤดม มารศรี รอง ผบก.ภ.จว.ราชบุรี พร้อม พ.ต.อ.โชติช่วง ภาณุทัต ผกก.สส.ภ.จว.ราชบุรี, พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สภ.เมืองราชบุรี, พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ต้องชนะ อารีมิตร รอง ผกก.ป.สภ.เมืองราชบุรี, พ.ต.ท.ชุมพล สุขภักดี สว.สส.สภ.เมืองราชบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ราชบุรี, ชุดสืบสภ.เมืองราชบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี ร่วมกว่า 100 นาย เข้าร่วมบุกจับกุม นายเลย์ ชาวพม่า อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาจากการขยายผลคดีลักรถจักรยานยนต์ จาก จ.นครปฐม ภายในบริเวณโรงไม้แห่งหนึ่ง หมู่ที่ 10 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี พร้อมตรวจยึดรถรถยนต์อีก 30 คัน, รถจักรยานยนต์  37 คัน, ป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ป้ายแดงอีก 11 แผ่น และปืนยาวอัดลมอีก 2 กระบอก เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไปของรถและของทั้งหมด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายมอ ชาวพม่า ได้ซัดทอดว่าร่วมกับ นายเลย์ ชาวพม่า ซึ่งเป็นคนงานในโรงไม้ ลักรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ในพื้นที่ จ.นครปฐม และนำรถมาไว้ที่โรงไม้ดังกล่าว จนมีการขยายผลตามจับกุม นายเลย์ ในโรงไม้ดังกล่าว โดยพบรถจักรยานยนต์ ที่ลักมาจอดอยู่ในพื้นที่โรงไม้ จึงควบคุมตัวทั้ง 2 ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองนครปฐม ทันที นอกจากนี้ยังตรวจค้นพบรถเก๋งและรถกระบะ 30 คัน และรถจักรยานยนต์ อีก 37 คัน และยังตรวจพบป้ายแดงทะเบียนรถจักรยานยนต์ และรถยนต์อีก จำนวน 11 ป้าย พร้อมปืนยาวอัดลมอีก 2 กระบอก

...

ซึ่งมี เจ๊พร อายุ 61 ปี เจ้าของพื้นที่ และ นางศรี อายุ 50 ปี ทำหน้าที่เป็นเสมียน แสดงตัวรับเป็นเจ้าของรถที่รับจำนำมา โดยคู่อ้างว่า ปืนยาวอัดลมและรถทั้งหมด ได้รับจำนำไว้จากคนที่มากู้ยืมเงิน ซึ่งมีทั้งแบบที่มีเล่มทะเบียน และไม่มีเล่มทะเบียน แต่ทางตำรวจไม่เชื่อเพราะรถบ้างคันยังมีสภาพใหม่ป้ายแดง เกรงเป็นขบวนการจ้างเหยื่อดาวน์รถส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน จึงตรวจยึดรถทั้งหมดไว้เป็นของกลางไว้ที่เก็บของกลางของ สภ.เมืองราชบุรี เพื่อตรวจสอบที่มาของรถทั้งหมด หากรถดังกล่าวมีเจ้าของรถและจะนำรถคืนไป ต้องนำเอกสารหลักฐานการครอบครองรถมายืนยันกับทางตำรวจก่อน ถึงจะนำรถกลับไปได้

ขณะที่ นางเอ (นามสมมติ) อดีตลูกค้าที่เคยนำรถมาจำนำเปิดใจว่า เคยนำรถจักรยานยนต์  2 คัน กับรถยนต์ 1 คัน มาจำนำไว้ที่นี่ ซึ่งตอนนั้นเธอขาดส่งดอกเบี้ย ทำให้เจ๊พร พูดกับเธอว่าไม่ส่งดอกก็จะเอารถไปขาย และเมื่อเธอมาดูรถก็พบว่ารถเธอหายไปแล้ว พอสอบถามเจ๊พร ก็ตอบอะไรเธอไม่ได้ และไม่รับผิดชอบอะไรเลย จนถึงขั้นทะเลาะกันทุกวันนี้ ซึ่งเธอมาสืบรู้ที่หลังว่ามีการรถนำที่ขาดส่งดอกเบี้ยไปส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน แต่เมื่อเธอเอาหลักฐานที่ได้ไปคุยกับเจ๊พร เขากลับไม่รับผิดชอบ และบอกทำอะไรเขาไม่ได้ ทำให้ตนแค้นใจมาก

นางเอ (นามสมมติ) เล่าอีกว่า เจ๊พรเป็นคนที่ใจร้ายมาก ใครที่หลงเอารถมาจำนำกับเจ๊พร จะตั้งดอกเบี้ยแพงและหากจ่ายดอกไม่ตรงเวลา ก็จะไม่ให้ผ่อนผัน ประนีประนอม และเอารถไปจำหน่ายทันที ซึ่งจะมีหลายคนที่โดนคล้ายๆ เหมือนตน โดยเพื่อนของตนก็โดนเช่นกัน ซึ่งตนยังได้รับข้อมูลจากพวกที่โดนเหมือนตน ว่า เจ๊พรยังมีพฤติกรรมจ้างเหยื่อดาวน์รถส่งขายประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย จึงอยากให้ทางตำรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเหยื่อทุกคนไม่เคยมีใครทำอะไรเจ๊พรได้ เพราะทุกคนรู้มีว่าเจ๊พรมีผู้ใหญ่หนุนหลัง 

“ตนเคยไปแจ้งความกับทางตำรวจ แต่ทางตำรวจก็ไม่รับแจ้ง ซึ่งวันนี้พอเหยื่อทุกคนที่ทราบข่าวจะรวบรวมหลักฐาน และจะรวมตัวกันไปแจ้งความเพื่อติดตามรถกลับคืนมา”

เบื้องต้นต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งข้อกล่าวหา นายมอ และ นายเลย์ ชาวพม่า ในข้อหาลักทรัพย์ ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องรอผลการสอบสวน ส่วนเจ๊พร และเสมียน ที่รับเป็นเจ้าของรถและของที่รับจำนำ ได้ตั้งข้อกล่าวหา เปิดธุรกิจรับจำนำรถโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่หากมีการตรวจสอบที่มาของรถไม่พบเอกสาร หรือรถคันดังกล่าวมีการแจ้งความหายไว้ จะถูกตั้งข้อหา รับซื้อของโจรอีกด้วย ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องรอผลสอบสวนอย่างละเอียด