รวบแล้วหนุ่มปากีสถานหนีคดีฆ่าหั่นศพนักธุรกิจชาวเยอรมันหมกในตู้แช่แข็ง ขณะเข้าพักที่โรงแรมในตัวเมืองกาญจน์ เตรียมเผ่นหนีชายแดนเมียนมา ส่วนนายโอลาฟและนางเพทราตำรวจสอบเครียดยังปากแข็งเตรียมส่งฝากขัง ขณะที่ “รองโจ๊ก” สั่งระดมกำลังกวาดล้างแก๊ง Outlaws มาเฟียข้ามชาติแผ่อิทธิพลเรียกค่าคุ้มครองทำให้ประเทศไทยเสียหาย

จากเหตุสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพนายฮันส์ ปีเตอร์ วอลเตอร์ มัค อายุ 62 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ชาวเยอรมัน ถูกหั่น 13 ชิ้นยัดตู้แช่แข็งในบ้านเช่าอ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตำรวจรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วยนายโอลาฟ ธาร์สเทน บริงค์มานน์ อายุ 52 ปี เพื่อนสนิทนายฮันส์ นางเพทรา คริสเซิล กรุนด์กรีฟ อายุ 54 ปี นายหน้าขายที่ดิน ทั้งคู่เป็นชาวเยอรมัน และนายชาฮ์รูค คารีม อุดดิน อายุ 27 ปี เชื้อชาติปากีสถาน สัญชาติไทย ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและซ้อนเร้นอำพรางศพ ต่อมาตำรวจจับกุมนายโอลาฟที่ย่านอ่อนนุช กรุงเทพฯ ส่วนนางเพทราเข้ามอบตัว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 11 ก.ค. ที่ห้องประชุม สภ.เมืองพัทยา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภาค 2 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รรท.ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 2 ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ตำรวจ ตม.จ.ชลบุรีและตำรวจท่องเที่ยว ประชุมสรุปคดีฆ่าหั่นศพนักธุรกิจชาวเยอรมัน และประชุมวางมาตรการกวาดล้างแก๊งมาเฟียต่างชาติที่มาอาศัยในพื้นที่โดยรอบเมืองพัทยา

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ขอชื่นชมการทำงานของตำรวจภูธรภาค 2 ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และตำรวจ ตม.ชลบุรี สืบสวนใช้เวลาไม่นาน กระทั่งพบศพนายฮันส์ถูกฆ่าหั่น 13 ชิ้นยัดตู้แช่แข็ง ส่วนผู้ต้องหาที่ศาลอนุมัติหมายจับ 3 ราย จับกุมแล้ว 2 ราย คือนายโอลาฟและนางเพทรา จากพฤติกรรมผู้ต้องหาทำร้ายเหยื่อจนเสียชีวิต จากนั้นเอาศพไปแช่แข็งไว้แล้วนำมาหั่นศพจะได้ไม่มีเลือด จริงๆแล้วการหั่นศพทุกครั้งอย่างไรก็ต้องมีเลือดกระเซ็น มีร่องรอยหลักฐานหลงเหลืออยู่รวมถึงเรื่องรถยึดเป็นหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว พยานหลักฐานตำรวจมีเพียงพอที่จะทำให้ศาลพิจารณาลงโทษ ส่วนปมเหตุจูงใจยืนยันว่าประสงค์ต่อทรัพย์ สิ่งที่ต้องทำต่อคือการไล่ความเชื่อมโยงว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องหรือไม่

...

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เปิดเผยอีกว่า นายโอลาฟทำตัวเป็นมาเฟียอยู่ในกลุ่ม Outlaws เมื่อหลายปีที่แล้วกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่มาปักหลักอาศัยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่นพัทยา ภูเก็ต และเกาะสมุย ทำตัวเป็นมาเฟียผู้มีอิทธิพล ชาวต่างชาติคนใดที่มาทำธุรกิจต้องจ่ายค่าคุ้มครองกับคนเหล่านี้ ต่อไปนี้จะไม่มีแล้ว สั่งการให้ ผบช.ภาค 2 ตรวจเอกซเรย์ทั้งหมดในพื้นที่ ต.หนองปรือ และพัทยา ถ้าพบพฤติกรรมดังกล่าวจะถอนวีซ่าพร้อมผลักดันออกนอกประเทศและทำแบล็กลิสต์ บุคคลเหล่านี้จะไม่ให้อยู่ประเทศไทย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดแต่ละครั้งสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศไทย

ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 12 ก.ค. พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.หนองปรือ กล่าวว่า ตำรวจสอบสวนนายโอลาฟและนางเพทราทั้งคู่ให้การปฏิเสธและไม่ให้การใดๆเกี่ยวข้องกับรูปคดี ขณะเดียวกันดำเนินคดีกับ น.ส.นิโคล เฟรเวล อายุ 52 ปี ชาวเยอรมัน เป็นผู้เช่าบ้านที่พบศพนายฮันส์แล้วให้นายโอลาฟเช่าช่วงต่ออีกทอด ในข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพ และเพิกถอนวีซ่าการเดินทาง เจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนตำรวจแยกขังภายในห้องคุมขังสภ.หนองปรือ เมื่อช่วงเช้านางเพทราเกิดอาการเครียดและแน่นหน้าอก ต้องประสานอาสากู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาเข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นจนอาการดีขึ้นแล้ว เตรียมส่งฝากขังต่อศาลในวันที่ 13 ก.ค.นี้

เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี รับแจ้งจากเจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี ว่ามีชาวต่างชาติเข้ามาพักมีใบหน้าคล้ายกับผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดีฆ่าหั่นศพจาก จ.ชลบุรี สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมตำรวจสืบสวนจังหวัดกาญจนบุรีเดินทางไปตรวจสอบ พบนายชาฮ์รูค คารีม อุดดิน อายุ 27 ปี สัญชาติไทย เชื้อชาติปากีสถาน ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับโดยกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย ทำลายศพ แสดงตัวเข้าจับกุมคุมตัวไปที่ ศปก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี

พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เดินทางไปสอบปากคำนายชาฮ์รูค ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ฆ่านายฮันส์พร้อมร้องขอพบทนายความและติดต่อญาติ จากนั้นคุมตัวนายชาฮ์รูคส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อประสานต่อไปยังสภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ให้มารับตัวไปสอบสวนดำเนินคดี พล.ต.ต.ไพโรจน์เปิดเผยว่า ผู้ต้องหานั่งแท็กซี่เข้ามาติดต่อที่พักโรงแรมในตัวเมืองกาญจนบุรี เจ้าของโรงแรมแจ้งเบาะแสเข้าจับกุม คาดผู้ต้องหาเตรียมเดินทางต่อไปยังชายแดนประเทศเมียนมา แต่มาถูกตำรวจจับกุมเสียก่อน เตรียมส่งตัวผู้ต้องหาไปที่ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี

ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน พนักงานขายร้านอุปกรณ์เครื่องมือช่าง ย่านพัทยาเหนือ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ พร้อมแจ้งว่า หลังมีข่าวฆ่าหั่นศพโดยใช้เลื่อยไฟฟ้า ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ตนเห็นหน้าจำได้ว่าเมื่อวันที่ 7 ก.ค. นายโอลาฟและนายชาฮ์รูค ผู้ต้องหาตามหมายจับ เข้ามาซื้อเลื่อยไฟฟ้าจำนวน 1 ตัวในราคา 1 หมื่นบาท เครื่องตัวนี้มีราคาแพงเพราะเสียงมอเตอร์จะทำงานเงียบมาก เจ้าหน้าที่สอบสวนพนักงานขายไว้เป็นพยาน พร้อมรวบรวมสำนวนคำให้การไว้เป็นหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหาต่อไป