อธิการบดีพระจอมเกล้าลาดกระบัง คาดเหตุทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง พังถล่ม เกิดจากอุปกรณ์ยึดตัวสะพาน (ลอนเชอร์) รับน้ำหนักไม่ไหว ยืนยันตอม่อสะพานแข็งแรง ไม่เกี่ยวกับดินอ่อน ขณะที่ ตร.สอบพยานแล้ว 7 ปาก เร่งรวบรวมหลักฐานพิจารณาแจ้งข้อหา ด้านดับเพลิง ขอให้มั่นใจเหตุสะพานถล่มไม่ทำปั๊มระเบิด
ความคืบหน้าเหตุสะพานถล่มลาดกระบังเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวภายหลังมาตรวจที่เกิดเหตุทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบังถล่ม ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น และการสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ คาดว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการดึงลวดเพื่อเชื่อมโครงสร้างสะพานเข้าด้วยกัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าอุปกรณ์ยึดตัวสะพาน (ลอนเชอร์) จะรับน้ำหนักไม่ไหวเกิดการพลิกตัวไปด้านซ้าย ทำให้ลวดที่ใช้ดึงสั่นสะเทือนและขาด เกิดเป็นเสียงระเบิดที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์หลายคนได้ยิน ทำให้เกิดการทรุดของสะพานในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากรณีนี้ไม่เกี่ยวกับโครงสร้างตอม่อของสะพาน เนื่องจากมีการตอกเสาเข็มลงลึกถึงชั้นทราย และมีความแข็งแรง ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำฝนซึ่งเป็นน้ำผิวดิน จึงมีโอกาสที่จะทรุดไม่มาก แต่ก็จะต้องมีการตรวจสอบสเปกของคอนกรีตตอม่อด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ส่วนการดำเนินการสร้างต่อนั้น ต้องให้มีการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยก่อน จึงจะเริ่มก่อสร้างต่อได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่าทางบริษัทที่ก่อสร้างมีมาตรการความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานและเป็นไปตามข้อกำหนดของวิศวกรรมสถานหรือไม่
ด้าน รศ.สุพจน์ ศรีนิล รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพย์สิน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบอาคารที่อยู่โดยรอบว่าจะต้องมีการปรับปรุงหรือทุบทิ้งหรือไม่นั้น ยังต้องรอการตรวจสอบรายละเอียดมากกว่านี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณสองถึงสามอาทิตย์ แต่เบื้องต้นต้องขอให้ผู้ที่อยู่อาศัยย้ายออกไปที่อื่นก่อน ส่วนการจราจรนั้นทราบว่าทางเขตได้มีแผนเร่งเคลียร์โครงสร้างที่กีดขวางการจราจรออกก่อนคาดว่าจะสามารถเปิดได้ภายใน 2-3 วันนี้
ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. พ.ต.อ.พรรณลบ สำราญสม ผกก.สน.จรเข้น้อย เผยความคืบหน้าการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องจากเหตุทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง พังถล่มลงมาทับรถจนมีผู้คนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตวานนี้ ว่า ล่าสุดได้สอบปากคำพยานต่างๆ ไปแล้ว 7 ปาก มีทั้งพยานที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ส่วนผู้บาดเจ็บมี 8 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 4 ราย แพทย์ปล่อยกลับบ้านแล้ว 4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงมี 2 ราย โดยญาติกำลังติดต่อเข้ารับศพที่นิติเวช รพ.ตำรวจ
สำหรับการเฝ้าติดตามการจราจร หลังประชุมกับ ผอ.เขตลาดกระบัง จะงดใช้เส้นทางร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นช่วงเวลาหนึ่ง หากการจราจรหนักคงจะผ่อนผัน เปิดบางช่องทาง ทั้งนี้หากประชาชนไม่มีความจำเป็นก็ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
ส่วนเรื่องคดีความกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมตั้งคณะทำงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำ โดยตอนนี้กำลังติดต่อผู้รับเหมาก่อสร้างไปสอบปากคำที่โรงพัก แต่เจ้าตัวยังคงต้องเร่งกู้ซาก และยังไม่ได้พูดคุยเรื่องการชดเชยค่าเสียหาย
เมื่อเวลา 14.00 น. นายชาลี ฉายาวรรณ ผู้ช่วยหัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดกระบัง เปิดเผยถึงแนวทางการป้องกันเหตุเพลิงไหม้ภายในปั๊มน้ำมันที่อยู่ใกล้กับจุดที่คานสะพานถล่มทับเสาไฟฟ้าซึ่งมีปริมาณน้ำมันอยู่ในถังกว่า 1 แสนลิตร ว่า กรณีนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไม่ประมาท เพราะมีไอความร้อนจากเชื้อเพลิงระเหยขึ้นมา จึงต้องสแตนบายหัวฉีดไว้ 2 ชุด โดยชุดแรกจะต่อสายฉีดน้ำเป็นม่านน้ำป้องกัน อีกชุดจะเตรียมไว้บริเวณจุดที่กำลังตัดคานสะพานบริเวณอาคารใกล้เคียง พร้อมวางหัวฉีดน้ำและโฟมสแตนด์บายไว้ในทุกจุด เพื่อป้องกันกรณีที่โยกย้ายสิ่งของแล้วอาจเกิดการกระแทก หรือมีแรงเสียดสีจนเกิดประกายไฟ
นายชาลี ยังขอให้วางใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ เพราะมีการวางแผนเป็นขั้นตอน มีแบบแผน และจะคอยสับเปลี่ยนกำลังคนตลอด นอกจากนี้ ไอเชื้อเพลิงที่จะระเหยตัวออกจากวาล์วมีเพียงแค่จุดเดียว และมีระบบเซฟตี้ป้องกันอยู่แล้ว หากเกิดประกายไฟบริเวณใกล้ถังเก็บเชื้อเพลิง ไฟจะไม่สามารถไหลย้อนเข้าถังไประเบิดได้


