รองผบ.ตร. เผยหลังประชุมคณะทำงาน 2 ชม. ไขคดีการหายไปของ นายฮันส์ ปีเตอร์ นักธุรกิจชาวเยอรมัน พบเส้นทางของเงิน 3 ล้านที่ถูกโอนไป สั่งอายัดบัญชีแล้ว คาดพรุ่งนี้ออกหมายจับคนต่างชาติบางส่วน ที่พัวพันกับแก๊ง Outlaws ในพัทยา ชี้ มีคนไทยเอี่ยวแน่ๆ
ต่อมาเวลา 16.00 น. วันที่ 10 ก.ค. 2566 ที่ สโมสรตำรวจ ภายหลัง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ได้พบกับครอบครัวของนายฮันส์ ปีเตอร์ โดยมีการพูดคุยและประชุมกับตำรวจชุดทำงานนานกว่า 2 ชั่วโมง
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนพบไทม์ไลน์ในหลายส่วนแล้ว ที่สำคัญคือพบข้อมูลเส้นทางการเงินของ นายฮันส์ ปีเตอร์ ที่ถูกโอนไปหลายบัญชี และล่าสุดได้อายัดบัญชีแล้ว หลังพบเงินถูกโอนออกไปประมาณ 3 ล้านบาท หลายบัญชี คาดว่าวันพรุ่งนี้จะสามารถขอศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้บางส่วน แต่ยังไม่ขอระบุว่าเป็นใคร และมีจำนวนกี่คน เพราะกลุ่มคนดังกล่าวอยู่ในแก๊ง Outlaws หรือแก๊งนอกรีตในพื้นที่พัทยา และเป็นชาวต่างชาติ ประกอบกับกลุ่มคนเหล่านี้มักจะพัวพันหลายเรื่องนอกกฎหมาย หรือเป็นมาเฟียและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยแก๊งนี้มีอยู่ทั่วโลก โดยในประเทศไทยอยู่ในพื้นที่พัทยา
...
รองผบ.ตร. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในเรื่องของการสืบสวนได้มอบหมายให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีไปหาข้อมูลแล้ว และในวันที่ 12 ก.ค.นี้จะเอาข้อมูลเข้ามาประชุมอีกครั้ง พร้อมทั้งได้ประสานและกำชับไปยัง ผกก.สภ.พัทยา ให้เข้มงวดและมีมาตรการป้องกันเกี่ยวกับเหตุลักษณะนี้ด้วย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า กระบวนการนี้มีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแน่ แต่ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน โดยจากการสอบถามครอบครัวของ นายฮันส์ ปีเตอร์ พบว่าทำธุรกิจหลายอย่าง ทำเกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายที่ดินเป็นหลัก นอกจากนี้ประเด็นของมาดามเพธา ชาวเยอรมันเป็นนางนกต่อที่ชี้เป้าหรือไม่นั้น เพธาเป็นคนชี้เป้าจริง แต่เจ้าตัวยังไม่ให้การใดๆ ทั้งสิ้น และไม่ได้หลบหนีไปไหน ที่สำคัญยังพบเงินโอนเข้าบัญชีของเพธา 8 แสนบาทด้วย แต่เงินส่วนนี้มาจากไหน เจ้าตัวไม่ขอให้การ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างโอลาฟกับเพธา ทั้งสองคนรู้จักกัน แต่ถึงขั้นสนิทสนมทำธุรกิจด้วยกันหรือไม่ ยังไม่มีข้อมูล โดยในระหว่างนี้ได้ให้ตำรวจพื้นที่เข้าไปดูแลความปลอดภัยของครอบครัวนายฮันส์ ปีเตอร์แล้ว เนื่องจากตอนนี้ทางครอบครัวกังวลเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก
ด้าน นายหลุยส์ ลูกชาย กล่าวว่า ตนเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ ไม่ค่อยรู้รายละเอียดของพ่อมากนัก แต่ส่วนตัวแล้วไม่เคยได้ยินพ่อพูดถึงโอลาฟ หรือนายหน้าขายที่ดินที่อยู่กับพ่อเป็นคนสุดท้ายเลย ปกติพ่อจะเป็นคนที่ชอบทำอะไรคนเดียว ทำธุรกิจคนเดียวเสมอ ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยจนกระทั่งครั้งนี้ ส่วนปัญหาที่พ่อพบระหว่างทำงานจะเกี่ยวกับความเห็นในด้านธุรกิจที่ไม่ตรงกัน ซึ่งมันเป็นเรื่องเล็กน้อย
นายหลุยส์ กล่าวด้วยว่า ทางครอบครัวไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนก่อเหตุ แต่ตำรวจบอกตนว่ามีชื่อของใครบางคนที่อาจจะเป็นคนก่อเหตุได้ เขาบอกเพียงแค่นั้น และตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยากให้ปล่อยพ่อกลับมา เพราะทุกคนเป็นห่วงมาก พ่อไม่เคยทำธุรกิจผิดกฎหมาย.