“บิ๊กโจ๊ก” เผย รู้ตัวนางนกต่อชี้เป้าให้คนอุ้ม "ฮันส์ ปีเตอร์" แล้ว ส่วน “โอลาฟ” ถือเป็นตัวการหลัก หลังพบข้อมูลเป็นคนรับเงินของผู้สูญหาย มุ่งปม "ประสงค์ต่อทรัพย์" กำลังเร่งสืบไขปริศนาการหายตัวไป ด้านครอบครัวเชื่อยังมีชีวิต วอนคนร้ายอยากได้อะไรบอก เพื่อแลกปล่อยตัว

กรณีการหายตัวไปอย่างปริศนาของ นายฮันส์ ปีเตอร์ แรลเตอร์ มัค อายุ 62 ปี นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ชาวเยอรมัน ญาติประกาศให้เงินรางวัลกับผู้พบเห็น ก่อนที่เมื่อวานนี้ชาวบ้านแจ้งตำรวจว่าพบรถเบนซ์ คูเป้ E 350 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ญศ 7146 กรุงเทพมหานคร เป็นรถเบนซ์ของนายฮันส์ ปีเตอร์ ที่ขับออกมาพูดคุยกับนายหน้าขายที่ดินในวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยรถเบนซ์คันดังกล่าวถูกขับมาจอดทิ้งไว้บริเวณลานจอดรถชั่วคราว ที่คอนโดมิเนียมในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ภายในรถพบร่องรอยการทำลายหลักฐาน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 ก.ค. 66 ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 และชุดสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ ได้เข้ามาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดี ก่อนที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. จะเดินทางเข้ามาติดตามความคืบหน้าคดีในภายหลัง จากนั้นมูลนิธิวินวิน นำโดย น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิวินวิน พา น.ส.แพท ภรรยาปัจจุบันของนายฮันส์ ปีเตอร์ รวมทั้งอดีตภรรยาของนายฮันส์ ปีเตอร์ ลูกชายกับอดีตภรรยา 2 คน และเจ้าหน้าที่ของสถานทูตเยอรมนี เข้ามารอพบกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ รอง ผบ.ตร.

...

น.ส.แพท เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุเธอนัดกับสามีว่าจะมีลูกค้าไปดูที่แห่งหนึ่งในพัทยาในช่วงเวลาบ่ายโมง แต่ก่อนหน้านั้นเขาขอไปเจอลูกค้าคนสำคัญก่อน จนกระทั่งพอเวลาผ่านไปล่วงเลยไปจนถึงบ่ายสองโมงแล้ว เธอจึงพยายามโทรศัพท์ติดต่อไปหาสามีอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้ และเปิดปิดเครื่องสลับอยู่ตลอด ก่อนจะมีข้อความส่งกลับมาหาเธอว่า “อยู่กับลูกค้านะ เดี๋ยวโทรกลับ” แต่ที่ผ่านมายืนยันว่าสามีไม่เคยส่งข้อความมาหาในลักษณะแบบนี้ เธอจึงรออีกสักพัก สุดท้ายก็ติดต่อไม่ได้ และทุกคนเองก็พยายามโทรหาอยู่เรื่อยๆ ก็โทรติดบ้าง ไม่ติดบ้าง

ภรรยาของนายฮันส์ ปีเตอร์ คนปัจจุบัน กล่าวต่อว่า จนช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ก็มีข้อความส่งมาอีกว่า “วันนี้ฉันจะอยู่กับลูกค้านะ คนนี้สำคัญมาก ฉันต้องดีลกับเขา เซ็นสัญญาให้เสร็จ” จึงพยายามโทรติดต่ออีกเรื่อยๆ จนวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็ยังติดต่อไม่ได้ จนมีข้อความสุดท้ายส่งมาอีกว่า “ฉันต้องอยู่กับลูกค้า และจะต้องไปกินข้าวกับลูกค้า” ก่อนที่หลังจากนั้นสามีก็ไม่ได้ส่งอะไรมาอีกเลย ส่วนเรื่องที่ดินในพัทยาที่มีการซื้อ-ขายกันของสามีนั้นมีการพูดคุยกันจริง แต่ในเรื่องที่ดินในพื้นที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เขายังไม่ได้มาคุยเรื่องนี้เลย เพราะไม่ได้มีแผนจะขาย

น.ส.แพท กล่าวอีกว่า ส่วนตอนนี้ยอมรับว่าเธอคิดว่ากลุ่มคนที่อุ้มสามีไป น่าจะรู้จักสามี แต่ในเรื่องธุรกิจคาดว่ารู้แค่บางส่วนเท่านั้น และเชื่อว่าสามีโดนจับตัวไปแน่ๆ เพราะสามีไม่เคยผิดนัด และเป็นคนตรงเวลาตลอด ทุกครั้งจะเป็นคนมาก่อนเวลา หรือถ้าหากมีปัญหาจริงๆ จะโทรมาบอกก่อน จะไม่ชอบให้ครอบครัวเป็นห่วง โดยทางครอบครัวไม่ทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามี หรือว่าใครทำอะไรเขา เพราะเขาไม่เคยมีปัญหากับใคร และส่วนตัวก็ไม่เคนเห็นคนที่ชื่อโอลาฟ ส่วนเรื่องเส้นทางการเงินที่พบว่าผิดปกตินั้น ยังไม่ทราบ และตอนนี้ยังขอไม่ลงรายละเอียด

"เรื่องสงสัยใครหรือไม่นั้น ตอนนี้สงสัยคนในวิดีโอกล้องวงจรปิดคนที่อยู่กับสามีเป็นคนสุดท้าย แต่ก็ไม่ได้ไปกล่าวหาเขา นอกจากนี้เธอยืนยันว่าไม่ทราบความสัมพันธ์ระหว่างสามีกับนายหน้าขายที่ดินเลย รวมถึงเรื่องคดีค้ามนุษย์เมื่อปี 2561 นั้นเข้าใจผิดแล้วตอนนี้ครอบครัวไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย และอยากให้ทุกคนโฟกัสเรื่องการหาสามีก่อน พร้อมอยากบอกไปถึงคนที่อุ้มสามีไปว่า “ต้องการอะไรให้มาบอก ช่วยเอาสามีกลับมาเถอะ ทุกคนเป็นห่วงมาก เรารอกันอยู่ และจะหาเขาให้เจอ” โดยตอนนี้ทางครอบครัวยังหวังว่าสามียังมีชีวิตอยู่ และน่าจะอยู่ในประเทศไทย ทุกคนจะช่วยเขากลับบ้าน ส่วนเบาะแสล่าสุดก็คือเรื่องการพบรถ แต่ในส่วนข้อมูลที่พบสามีในพื้นที่สระแก้ว ยืนยีนว่าไม่ใช่สามี เป็นแค่คนหน้าคล้าย" ภรรยาของนายฮันส์ ปีเตอร์ กล่าว

ด้านลูกชายของนายฮันส์ ปีเตอร์ บอกว่า ตอนนี้อยากเจอพ่อเร็วๆ เพราะผ่านมา 6 วันแล้ว ทุกคนเป็นห่วง ส่วนเมื่อวานนี้ได้เจอกลุ่มของโอลาฟ และได้ฟังการสอบปากคำบางส่วน แต่ขอไม่ลงรายละเอียด

มีรายงานผู้สื่อข่าวพยายามโทรติดต่อไปยังนายหน้าขายที่ดินที่ได้เจอนายฮันส์ ปีเตอร์ เป็นคนสุดท้าย บอกว่า ไม่ขอให้สัมภาษณ์ และให้เพียงข้อมูลว่าวันที่นัดไปนั่งดื่มกาแฟกับ นายฮันส์ ปีเตอร์ ที่คาเฟ่แห่งหนึ่งนั้นเป็นการนัดกันเพื่อพูดคุยกันเรื่องการซื้อ-ขายค่ายมวยเท่านั้น แต่ในส่วนหลังจากนั้นก็ไม่ทราบจริงๆ ว่าตัวของ นายฮันส์ ปีเตอร์ ขับรถตามมา เพราะไม่ได้มองกระจกหลังเลย

...

ทั้งนี้มีรายงานอีกว่าข้อมูลจากชุดสืบสวนว่า หลังจากนำตัวชาวเยอรมัน 3 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้วที่ สภ.หนองปรือ เมื่อคืนนี้ (9 ก.ค.) เบื้องต้นทั้ง 3 คนไม่ให้การอะไรที่เป็นประโยชน์เลย แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีของผู้สูญหายนั้นปรากฏว่า เงินถูกโอนออกจากบัญชีตัวเองหลายครั้ง ยอดมากกว่า 2 ล้านบาท ส่วนคนที่เป็นคนโอน พบไม่ได้อยู่ในประเทศไทย เนื่องจากการตรวจสอบพิกัดข้อมูลพบอยู่ที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชา

ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีการหายตัวไปอย่างปริศนาของ นายฮันส์ ปีเตอร์ แรลเตอร์ มัค อายุ 62 ปี นักธุรกิจชาวเยอรมัน ว่า วันนี้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีนี้ได้เข้ามาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีแล้ว โดยข้อมูลล่าสุดยังไม่พบร่องรอยการหายตัวไปของ นายฮันส์ ปีเตอร์ แต่ในส่วนของบุคคลไม่ว่าจะเป็นคนที่ติดต่อมาหรือที่เรียกว่า “นกต่อ” นั้น ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัวแล้ว รวมถึงข้อมูลบุคคลที่เป็นคนรับเงินปลายทางด้วย ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างไล่หาความเชื่อมโยง เพราะกระบวนการนี้สิ่งสำคัญคือการหายตัวไปของ นายฮันส์ ปีเตอร์ ว่ายังมีชีวิตอยู่ หรือเป็นศพไปแล้ว

...

รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ส่วนหนึ่งกำลังไล่ดูความเชื่อมโยง เรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐาน และการไล่กล้องดูวงจรปิดทั้งหมด โดยตนจะเร่งไขปริศนาการหายตัวไปของ นายฮันส์ ปีเตอร์ และนำความจริงออกมาเปิดเผยให้ได้ โดยสิ่งสำคัญตอนนี้คือต้องไล่ดูให้ได้ว่า นายฮันส์ ปีเตอร์ ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน และยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ซึ่งมูลเหตุสำคัญตอนนี้มุ่งไปที่เรื่องเดียว คือ “การประสงค์ต่อทรัพย์” ไม่มีเรื่องอื่นอย่างแน่นอน และเชื่อว่าจะต้องมีคนชี้เป้าว่า นายฮันส์ ปีเตอร์ มีทรัพย์สิน มีเงิน มีทองด้วย ทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่ในรถเบนซ์ของ นายฮันส์ ปีเตอร์ ที่พบเมื่อวานนี้ พบว่ามีการตั้งใจทำลายหลักฐานต่างๆ โดยใช้สารบางอย่างแน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าสารดังกล่าวเป็นสารชนิดใด และต้องรอคุยกับทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าสารนี้ส่งผลอย่างไรต่อการทำลายพยานหลักฐาน นอกจากนี้จากการสอบปากคำโอลาฟตลอดทั้งคืนนั้นเจ้าตัวยังไม่ให้การใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งในเรื่องของกระบวนการนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าเขามีการเตรียมตัวมาแล้ว และตั้งใจที่จะก่อเหตุนี้ โดยการเตรียมการของเขาก็คือมีการเตรียมการกับทนายไว้แล้วว่าต้องให้การอย่างไรบ้าง ซึ่งหน้าที่ของเราคือการหาความเชื่อมโยงในการที่จะเอาผิดกับเขาให้ได้

...

รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงประเด็นเรื่องเงินที่โอนมาจากบัญชีของ นายฮันส์ ปีเตอร์ ว่า โอลาฟเป็นคนรับเงินดังกล่าว แต่ต้องไปตรวจดูก่อนว่าเขารับเงินมาอย่างไร และต้องดูความสัมพันธ์ย้อนหลังไปด้วยว่าที่ผ่านมาเขารู้จักกันได้อย่างไร และทั้ง 2 ฝ่ายทำธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ เบื้องต้นตอนนี้พบผู้เกี่ยวข้องเป็นหญิง ทำหน้าที่เป็นนางนกต่อชี้เป้า 1 คน ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่อยู่ในกล้องวงจรปิด และตัวการหลัก คือ โอลาฟ 1 คน ส่วนคนอื่นอยู่ระหว่างไล่ข้อมูลว่าเป็นใคร แต่ทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ ในส่วนประเด็นเรื่องของการอุ้มครั้งนี้ได้เงินค่าจ้างถึง 8 แสนบาทนั้น ยังไม่มีข้อมูลส่วนนี้ว่าคนที่อุ้ม นายฮันส์ ปีเตอร์ ไปได้เงิน 8 แสนบาท ขอตรวจสอบก่อน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนคดีนี้เกี่ยวข้องกับแก๊ง Outlaws หรือไม่นั้น ขอมาไล่ดูก่อนว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่เบื้องต้นมีเรื่องการหักกันเรื่องที่ดินสนามมวยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ไม่ทั้งหมด จึงต้องตรวจสอบข้อมูลก่อน รวมถึงพิกัดที่พบล่าสุดอยู่ในพื้นที่ จ.สระแก้ว หรือ พนมเปญ กัมพูชานั้น ยังไม่แน่ชัดว่า นายฮันส์ ปีเตอร์ อยู่ที่ไหนกันแน่ นอกจากนี้มีข้อมูลว่า นายฮันส์ ปีเตอร์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับเวทีมวยและการซื้อขายที่ดิน และยังไม่พบว่าเป็นมาเฟียข้ามชาติ แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังว่าทำธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่.