ผบช.ภาค 7 แถลงจับ 2 ผู้ต้องหา ร่วมฆ่า “อ้อย ราชภัฏกาญจน์” สั่งขยายผลติดตาม รถ 3 คันที่ผู้ตายเพิ่งไปเช่าซื้อตามคำแนะนำของผู้ต้องหา ด้านรพี ชำนาญเรือ ชี้เป็นไปได้ที่ฆาตกรอยู่ในแก๊งดาวน์รถไปขายต่อ และอาจเชื่อมโยงเครือข่าย แอม ไซยาไนด์

ความคืบหน้าคดีฆ่า นางดารัณ แพลอย หรือ “อ้อย ราชภัฏกาญจน์” อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ทิ้งศพลงเหวริมขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี 

เวลา 10.00 น. วันที่ 7 ก.ค. 66 ที่สภ.เมืองกาญจนบุรี นายโอ (นามสมมติ)  สามีของนางวิลาวัณย์ แสงประดับเพชร หรือ สาว อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปชำนาญการ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ผู้ต้องหาฆ่ารัดคอ นางดารัณ แพลอย หรือ อ้อย อายุ 58 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนฯ ได้นำข้าวกล่องมาเข้าเยี่ยมภรรยา ตามเวลาเข้าเยี่ยมในรอบเช้า นายโอ เปิดเผยว่า ภรรยามีความเครียด และยังไม่ขอให้ข้อมูลใดๆ เป็นความต้องการภรรยาที่อยากให้เรื่องนี้ผ่านไปตามกระบวนการ และไม่อยากให้ทำอะไร เพราะรู้สึกสำนึกในเรื่องที่เกิดขึ้น

...

ขณะที่นายโอ ยืนยันว่า ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพียงแต่ไปกับภรรยา เพื่อเอารถมอเตอร์ไซค์ ยามาฮ่า ฟีโน่ กลับมาที่บ้านเท่านั้น นอกจากนี้ นายโอ ยังบอกด้วยว่า ไม่เคยรู้เรื่องการที่ภรรยา ให้นางดารัณ หรือ ป้าอ้อย ผู้เสียชีวิต ไปดาวน์รถให้จำนวน 3 คัน

จากนั้น นายโอ ได้เข้าให้การเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองกาญจนบุรี ระบุว่า ตัวเองกับนางสาว สาว เคยคบหาเป็นแฟนกันมาก่อนประมาณ 20 ปี หลังจากนั้นได้แยกย้ายกันและต่างฝ่ายต่างไปมีครอบครัว แล้วเพิ่งกลับมาคบหากันได้ประมาณ 1 ปี 3 เดือน ก่อนจะตัดสินใจกลับมาอยู่ด้วยกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว ก่อนเกิดเหตุ นางสาว สาว ได้เล่าปัญหาเรื่องหนี้สินให้ฟังหลายเรื่อง แล้วประมาณวันที่ 27 มิถุนายน ก่อนเกิดเหตุเพียง 3 วัน ได้เล่าว่า “อยากจะเก็บคนจังเลย" ซึ่งตีความหมาย คือ อยากจะฆ่าคน แต่ส่วนตัวไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าพูดเล่น 

นายโอ ยอมรับว่า ช่วงหลังมานี้ นางสาว สาว มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด แต่ตัวเองไม่ได้สอบถาม กระทั่งตำรวจได้เข้าควบคุมตัวนางสาว สาว ไปสอบปากคำเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พร้อมตรวจยึดรถมอเตอร์ไซค์ ยามาฮ่าฟีโน่ ที่นางสาว สาว เคยอ้างว่ามีคนมาจำนำไว้แล้วพาตัวเองไปเอารถคันนี้ที่ปั๊มปตท. ลาดหญ้า ส่วนเรื่องการฆาตกรรมนางดารัณ หรือ อ้อย ทราบว่า นางสาว สาว ได้ว่าจ้างนายนิติ จุลสำราญ หรือ กอล์ฟ เป็นเงินจำนวน 10,000 บาท แต่ได้มีการผ่อนจ่าย เพราะไม่มีเงินก้อน ซึ่งนายกอล์ฟ เป็นคนวางแผนทั้งหมด ทั้งเรื่อง เส้นทางก่อเหตุ จุดฆ่า และจุดทิ้ง รวมถึงการเผาทำลายทรัพย์สินของนางดารัณ ด้วย 

ในวันเกิดเหตุนางสาว สาว ได้เป็นคนโทรศัพท์นัดให้นางดารัณ หรือ ป้าอ้อย มาพบที่ปั๊มปตท.ลาดหญ้า บอกว่า จะพาไปหานายทุนเพื่อปิดหนี้ให้ ที่อำเภอศรีสวัสดิ์ แล้วก็ได้นั่งรถไปด้วยกัน 3 คน เมื่อไปถึงหน้ารีสอร์ตแห่งหนึ่ง เลยเขื่อนท่าทุ่งนาไป นายกอล์ฟ ได้ใช้เชือกรัดคอนางดารัณ หรือ ป้าอ้อย ก่อนที่จะนำศพไปทิ้งอำพราง

ต่อมา เวลา 10.30 น. นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้พาลูกชายของนางดารัณ หรือ ป้าอ้อย พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี เข้าพนักงานสอบสวน เพื่อพูดคุยเรื่องเงินเยียวยา และขอความช่วยเหลือแต่งตั้งทนายความเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดี เพื่อให้ครอบครัวได้ทราบในรายละเอียดเกี่ยวกับคดีมากขึ้น 

นายรพี เปิดเผยว่า ส่วนตัวเชื่อว่า การเสียชีวิตของนางดารัณ หรือ ป้าอ้อย เชื่อมโยงกับขบวนการดาวน์รถไปขายต่อแน่นอน และตำรวจมีข้อมูลแล้ว ส่วนจะเป็นในลักษณะไหน ขบวนนี้มี 3 รูปแบบ คือ 1.สำหรับคนที่เดือดร้อนต้องการใช้เงิน จะไปดาวน์รถ แล้วให้นายทุนนำรถไปขายต่อ ก่อนจะนำเงินส่วนต่างมาแบ่งกันคนละครึ่ง ซึ่งในส่วนของเงินดาวน์นายทุนจะเป็นคนจ่ายให้ก่อน 2.นายทุนจะหาเหยื่อมาดาวน์รถ แล้วให้เงินค่าจ้างประมาณ 3-5 หมื่นบาท จากนั้นจะนำเงินส่วนต่างไปปล่อยกู้นอกระบบ ในอัตราดอกเบี้ยสูง แล้วจะนำเงินตรงนี้มาให้กับเหยื่อใช้ในการผ่อนค่างวดรถ แต่จะให้ราคาสูงกว่าค่างวดตามแต่ตกลงกัน และ 3.เป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือ นายทุนจะหลอกลวงเหยื่อให้ไปดาวน์รถ โดยให้ค่าจ้างประมาณ 5 หมื่นบาท หลังจากนั้นจะนำรถไปขาย แล้วนำเงินแบ่งให้เหยื่อครึ่งหนึ่ง ซึ่งในส่วนของนางดารัณ หรือ ป้าอ้อย จะเป็นไปในลักษณะแบบไหน ต้องรอการสืบสวนขยายผลของตำรวจอีกครั้ง 

...

นายรพี เชื่อว่า ในส่วนของนางสาว สาว ผู้ต้องหา น่าจะยังมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่ออีกหลายคน ซึ่งหากใครตกเป็นเหยื่อสามารถร้องเรียนมาที่ตัวเองได้ จะทำหน้าที่ประสานส่งต่อข้อมูลให้กับทางตำรวจ 

“ขบวนการดาวน์รถ ที่เชื่อมโยงกับคดีการเสียชีวิตของนางดารัณ หรือ ป้าอ้อย จะเป็นขบวนการเดียวกันกับ “แอม ไซยาไนด์” หรือไม่ เพราะ “แอม ไซยาไนด์” ก็มีข้อมูลพัวพันกับเรื่องของการหลอกดาวน์รถเช่นกัน นายรพี บอกว่าตรงนี้ยังไม่มีข้อมูล แต่ก็อยากให้ตำรวจสืบสวนเชิงลึก เพราะเชื่อว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ แอม ไซยาไนด์”

ด้านลูกชายคนโต ของนางดารัณ หรือ ป้าอ้อย ผู้เสียชีวิต ยังไม่พร้อมให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว เนื่องจากสภาพจิตใจยังย่ำแย่ รวมทั้งไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินของแม่ด้วย เพราะที่ผ่านมาแม่ไม่เคยเล่า หรือ บ่นอะไรให้ฟัง นอกจากนี้ยังขอความร่วมมืองดสัมภาษณ์คนในครอบครัวทุกกรณี เพราะทุกคนยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ขอบคุณผู้สื่อข่าวที่ช่วยกันนำเสนอข่าวเรื่องการหายตัวไปของแม่ จนตำรวจสามารถสืบสวนจับกุมคนร้ายได้

ต่อมา เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อม พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์ รัตนอุดมพล ผกก.สส 1 บก.สส.ภ.7 เดินทางมาที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยร่วมประชุมกับ พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน รองผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.อภิชาติ ศรีทองกุล รองผบก.กค. ภ.7 ปฏิบัติราชการ ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สุรยุทธ เมฆมังกร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.วศิน พลายศิริ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.สมหวัง พานแด้วรอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี และ พ.ต.ต.กฤษณะ สระบัว สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง

...

ในที่ประชุม พล.ต.ท.ธนายุตม์ สั่งการให้ ชุดสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับการติดตาม รถ 3 คันที่ นางอ้อยได้ดาวน์รถออกมา ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน และให้ดำเนินการขยายผลเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบจากการชักชวนของนางสาว สาว อีกด้วย

หลังการประชุม พล.ต.ท.ธนายุตม์ ได้ออกจากห้องประชุม เดินไปพูดคุยกับ น.ส.วิลาวัณย์ หรือ สาว แสงประดับเพชร อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จว.กาญจนบุรี ที่ มจ 432/2566 และ นายนิติ หรือ กอล์ฟ จุลสำราญ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จว.กาญจนบุรี ที่ มจ 433/2566 ที่ห้องทำงานของ พ.ต.อ.สุรยุทธ เมฆมังกร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี โดย พล.ต.ท.ธนายุตม์ ได้สอบถามผู้ต้องหาทั้งสองคนเกี่ยวกับการลงมือฆ่าทั้งคู่ได้รับสารภาพและอธิบายรายละเอียดนานกว่า 15 นาที

ต่อจากนั้น พล.ต.ท.ธนายุตม์ ได้เปิดแถลงข่าวที่บริเวณด้านหน้า สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยมี ภาพการสอบสวนสืบสวนติดตามคนร้ายคดีนี้ประกอบกับ นำของกลางหลายรายการประกอบการแถลงข่าว ประกอบด้วย รถยนต์เก่ง ยี่ห้อ HONDA ACCORD สีเทา หมายเลขทะเบียน 2ขบ 1533 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่คนร้ายใช้เป็นยานพาหนะ ไปรับตัวและพานางอ้อยขึ้นรถและใช้เชือกรัดคอจนตายนำศพไปทิ้งที่ศรีสวัสดิ์ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA PCX สีม่วง-แดง หมายเลขทะเบียน ขนธ 172 กาญจนบุรี ซึ่งนายกอล์ฟใช้ขับขี่ไปเผาทำลายทรัพย์สินของนางอ้อยที่ท่าน้ำข้างโรงเรียนวัดท่าเพนียด และใส่เชือกที่ใช้รัดคอไว้ในกล่องใส่ของใต้เบาะนั่ง เสื้อผ้าของนางสาวสาวและนายกอลฟ์วันก่อเหตุ 

พล.ต.ท.ธนายุตม์ แถลงว่า ด้วยเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 66 เวลา ประมาณ 19.30 น. สภ.เมืองกาญจนบุรีได้รับแจ้งจากน.ส.นันท์นิซา หอมหวน อายุ 36 ปี เดินทางพบ พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 66 เวลาประมาณ 13.00 น. นางดารัณ แพลอย อายุ 58 ปี น้าสาวของผู้แจ้ง ได้ออกจากที่ทำงานฝ่ายทะเบียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี แจ้งลาครึ่งวัน โดยจะเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพหลหยุหเสนา หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้ ผู้แจ้งได้โทรประสานที่โรงพยาบาลพหลพยุหเสนาแต่ไม่พบการมาติดต่อของนางดารัณแต่อย่างใด จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่กลับบ้าน ผู้แจ้งเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายกับนางดารัณ ผู้แจ้งจึงได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามและจับกุมผู้กระทำผิดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดของนางดารัณ หรืออ้อย หายตัวไปที่ใดและมีประชาชนแจ้งว่าพบบัตรประจำตัวประชาชนของ นางดารัณ หรืออ้อย ถูกเผาพร้อมสิ่งของส่วนตัว บริเวณริมน้ำซอย ข้างโรงเรียนวัดท่าเพนียดกุญชร หมู่ 3 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

...

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ทราบว่า นางดารัณ หรืออ้อย ได้ติดต่อกับ น.ส.วิลาวัณย์ แสงประดับเพชร เป็นคนสุดท้าย จึงได้เชิญตัวมาสอบถามข้อมูล ได้ความว่า นางดารัณ หรืออ้อย และ น.ส.วิลาวัณย์ หรือสาว ได้นัดหมายกันมาพบที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาลาดหญ้า ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ปรากฏตามกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบพบนายนิติ หรือกอล์ฟ จุลสำราญ น.ส.วิลาวัณย์ หรือสาว และ นางดารัณ หรืออ้อย ได้ออกเดินทางไปพร้อมกันโดยรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด หมายเลข ทะเบียน 2 ขบ 1533 กทม. มุ่งหน้าไปพื้นที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อรถจับไปถึงเขื่อนท่าทุ่งนา ต.ช่องสะเดา อ.เมืองกาญจนบุรี นายนิติได้ใช้เชือกรัดคอ นางดารันหรืออ้อย นานเกือบ 5 นาทีจนฟุบหมดสติ จึงจอดรถเปลี่ยนคนขับ และนายกอล์ฟได้ขับไปจนถึงจุดทิ้งศพ และกลับมายังบริเวณใกล้เคียงจุดที่เดินทางไป โดยนายนิติ หรือกอล์ฟ ได้ลงจากรถยนต์และไปขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่นายนิติ จอดไว้หน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาลาดหญ้าและขับขี่มุ่งหน้าออกไปถนนเส้น อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดย น.ส.วิลาวัณย์ หรือสาว ลงจากรถยนต์ฝั่งคนนั่งข้างไปเป็นผู้ขับขี่ แต่ไม่พบ นางดารัณหรืออ้อย แต่อย่างใด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่า นายนิติ หรือกอล์ฟ และ น.ส.วิลาวัณย์ หรือสาว ร่วมกันและทิ้งศพนางดารัณ หรืออ้อย และพบศพที่บริเวณป่าริมถนนบ้านท่าสนุ่น ต.แม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี จึงได้ประสานขออนุมัติศาลจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อออกหมายจับที่ มจ 432/2566 และหมายจับ ที่ มจ 433/2566 ลงวันที่ 6 ก.ค. 66 เพื่อทำการจับกุม นายนิติ หรือกอล์ฟ และน.ส.วิลาวัณย์ หรือสาว และติดตามจนพบตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายในเขตพื้นที่ อ.เมืองกาญจนบุรี 

ต่อจากนั้นได้นำตัวน.ส.วิลาวัณย์ หรือสาว นำพาชี้จุดที่ทิ้งศพ นางดารัณ หรืออ้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลังจากนั้น เวลา 16.00 น. พ.ต.อ.สุรยุทธ เมฆมังกร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.วศิน พลายศิริ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.สมหวัง พานแด้วรอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี และ  พ.ต.ต.กฤษณะ สระบัว สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เริ่มตั้งแต่ ที่ปั๊ม ปตท.ลาดหญ้า และ หน้าเซเว่นลาดหญ้า ริมถนนหน้าเขื่อนท่าทุ่งนา และจุดสุดท้ายคือจุดทิ้งศพ ช่วง กม.90 ถนนหมายเลข 3199 สายท่าสนุ่น-ศรีสวัสดิ์ บริเวณ ริมหน้าผาท้ายอ่างเก็บน้ำท้ายเขื่อนศรีนครินทร์ ในพื้นที่ ม.4 บ้านท่าสนุ่น ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี