สตม. ปิดจ๊อบรวบ 5 คดีชาวต่างชาติก่อเหตุ หลบหนีกบดานในไทย ทั้งผู้ร้ายข้ามแดน แย่งอาชีพคนไทย พนันออนไลน์ ปลอมตราประทับวีซ่าเข้า-ออกไทย และลักลอบอยู่ไทย

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.66 พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 

โดยจับกุมผู้ร้ายข้ามแดนมีหมายแดง หนีหมายจับคดีค้ายาเสพติด ก่อนบินหนีซุกเวียดนาม สถานเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส ประจำประเทศไทย มีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ทางการไทยจับกุมตัวชั่วคราว นายโจนาธาน (นามสมมติ) อายุ 31 ปี สัญชาติสวิส เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อไปดำเนินคดี ในความผิดฐานค้ายาเสพติดอย่างร้ายแรง ได้ลักลอบนำยาบ้ากว่า 2,000 เม็ด ที่ได้ติดต่อซื้อขายจากชาวแอฟริกาผิวสี ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และนำไปขายให้กับลูกค้าหลายรายในเมืองซูริก โดยรวบตัวได้ระหว่างจะเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพไปยังประเทศเวียดนาม 

...

คดีที่ 2 บก.สส.สตม. รวบผู้ต้องหาชาวไวกิ้งหนีหมายจับกบดานไทย โดย สตม. ได้รับประสานจาก สำนักงานประสานงานฝ่ายกิจการตำรวจกลุ่มประเทศนอร์ดิค ขอให้ช่วยสืบสวน ติดตามจับกุมตัว นายสเตฟาน (นามสมมติ) อายุ 45 ปี สัญชาติสวีเดน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลประเทศสวีเดนและ หมายจับสหภาพยุโรปในข้อหากระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ และเป็นบุคคลตามประกาศตำรวจสากลสีแดง (Red Notice) ซึ่งได้หลบหนีคดีจากประเทศสวีเดน และเดินทางเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทย โดยร่วมกับพวกกระทำการละเมิดสิทธิสัญญาของบริษัทผู้เสียหาย จำนวน 3 บริษัท โดยบันทึกรายการโทรทัศน์ของบริษัทผู้เสียหายที่ได้ออกอากาศไปแล้ว ไปออกอากาศเผยแพร่ต่อสาธารณชนในช่องทางอื่นๆ ยูทูบ เฟซบุ๊ก ซ้ำอีก โดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความเสียหายจำนวนมาก

สตม. จึงได้สั่งการให้ บก.สส.สตม. นำข้อมูลของนายสเตฟานไปตรวจสอบในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สตม. พบว่านายสเตฟานได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และการอนุญาตยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.สตม. จึงเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายสเตฟาน เนื่องจากทางการสวีเดนได้เพิกถอนหนังสือเดินทางและเป็นบุคคลที่ เจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ พฤติการณ์เข้าลักษณะเป็นคนต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร ตาม มาตรา 12 (1) และ (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และสั่งการให้ กก.1 บก.สส.สตม. สืบสวนติดตามหาตัว นายสเตฟาน จากการสืบสวนของ กก.1 บก.สส.สตม. ทราบว่า นายสเตฟาน พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงไปตรวจสอบและพบนายสเตฟาน จึงได้แจ้งหนังสือแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรให้ได้รับทราบ และนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 3. บก.สส.สตม. รวบแก๊งหนุ่มแดนโสมแย่งอาชีพคนไทย โดยจับชาวเกาหลี 5 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดี เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน จ.ชลบุรี ว่ามีคนเกาหลีเข้ามาทำงานในบริษัททัวร์ บริเวณพูลวิลล่าแห่งหนึ่ง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทำหน้าที่เป็นเสมียนรับจองทัวร์ให้กับชาวเกาหลี และจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบครบวงจรในประเทศไทย โดยจัดที่พักอาศัยและใช้บริการสถานประกอบการในเครือของชาวเกาหลีด้วยกัน ทำให้กระทบกับระบบธุรกิจการท่องเที่ยวของ จ.ชลบุรี

จากการสืบสวนพบว่ามีชาวเกาหลีทำงานอยู่ในบริษัทดังกล่าวตามที่ถูกร้องเรียนจริง จึงได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดพัทยา เพื่อเข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบชาวเกาหลี จำนวน 5 ราย ทำงานโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมี นายคิม ทำหน้าที่หัวหน้าควบคุมดูแลและจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงาน จำนวน 4 ราย คือ นายเบค, นายชอย, นายจุง และนายชอน ซึ่งทั้ง 4 รายดังกล่าวทำหน้าที่ดูแลระบบ (Admin) ในเว็บไซต์การท่องเที่ยวของเกาหลี เพื่อชักชวนให้คนเกาหลีซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบครบวงจรในลักษณะ "จ่ายเงินวอนครั้งเดียวจบ" แล้วสามารถมาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีก แพ็กเกจนั้นรวมถึงรถรับ-ส่งสนามบิน, ที่พัก, ร้านอาหาร, ร้านนวด ซึ่งเป็นสถานประกอบการในเครือของชาวเกาหลีด้วยกัน สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 4. จับชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำความผิดในประเทศไทยในรูปแบบพนันออนไลน์และปลอมตราประทับเข้า- ออก ผู้ต้องหา 17 ราย พร้อมยึดของกลาง เจ้าหน้าที่สืบสวน กก 2 บก.สส สตม. ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าทำการตรวจค้นที่ย่าน ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยจากการตรวจค้นพบกลุ่มพนักงานต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม มีทั้งชายและหญิง ซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นแอดมินของเว็บพนันออนไลน์ ที่มีนายทุนเป็นชาวจีนอยู่เบื้องหลัง นอกจากนั้นยังขยายผลจับกุมกลุ่มคนต่างด้าวในบ้านพักที่อยู่ติดกันอีกสองหลัง ซึ่งจากการตรวจค้น พบต่างด้าวทั้งชายหญิงสัญชาติเวียดนาม และพบของกลางเป็นอุปกรณ์การทำหนังสือเดินทางปลอม และตรายางขาเข้า/ออก ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ และประเทศพม่าและกัมพูชา รวมไปถึงพบบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดซึ่งเป็นชาวเวียดนาม พร้อมกับของกลาง ทั้งคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การผลิตหนังสือเดินทางและตรายางปลอม พร้อมของกลางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาสอบสวนและบันทึกจับกุมที่ สภ.บางพลี ก่อนจะแจ้งข้อหาต่อผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง คือ บุคคลต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม 12 คน ข้อหา “ชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน (พ.ร.บ.การ พนัน พ.ศ. 2478 ม.12)” บุคคลต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม 4 คน ข้อหาร่วมกันมีไว้ซึ่งดวงตรา หรือรอยตราประทับของเจ้าพนักงาน (ตราขาเข้า/ออก ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ) และร่วมกันมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางของผู้อื่น บุคคลต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม 1 คน ข้อหามีบุหรี่ต่างประเทศไว้ในความครอบครอง โดยไม่ผ่านขั้นตอนการศุลกากร

...

จากการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ ทราบว่าสำหรับกลุ่มผู้ต้องหาชาวเวียดนามกลุ่มนี้ จะมีหน้าที่คอยเป็นผู้ดูแลเว็บพนันออนไลน์ ชื่อเว็บ https://inkbio.me/luiscongviec ซึ่งมีนายทุนเป็นคนจีนคอยสั่งการผ่านทางเฟซบุ๊ก อวตาร์ จากนั้นนายทุนจะปิดแอคเคานต์ทันทีหลังจากที่สั่งการแล้วเสร็จ จากการสืบสวนขยายผลทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้เพิ่งใช้บ้านพักแห่งนี้เป็นฐานในการดำเนินการทางธุรกิจ ซึ่งย้ายมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และมาเปิดได้เพียงเดือนเศษ ก่อนจะถูกจับกุม ส่วนหนังสือเดินทางก็เป็นการขยายผลจับกุมต่างด้าวที่ใช้หนังสือเดินทางมีตราประทับปลอม จนมีการขยายผลทราบว่าสถานที่แห่งนี้มีการลักลอบทำหนังสือเดินทางปลอมโดยใช้ตราประทับผ่อนผันขออยู่ต่อในราชอาณาจักร หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้ไปขยายผลต่อผู้ร่วมขบวนการทุกราย ส่วนผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ส่วนคดีที่ 5. ตม.จว.ชลบุรี สนธิกำลังร่วมกับสืบสวน ตม.3 จับกุม "หนุ่มจีนลักลอบอยู่ไทยนานกว่า 5 ปี" ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3, สภ.เมืองพัทยา และตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจับกุม นายจาง (นามสมมติ) อายุ 41 ปี สัญชาติจีน ในความผิดฐานอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ได้ที่บริเวณริมถนน ซอยนาเกลือ 18 หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

...