จับเพิ่มอีกสองโจ๋วัย 13-17 ปี คนชี้เป้าพาพ่อและมือปืน ขับรถกระบะตามล่า ยิงคู่อรินักเรียน ม.4 ดับกลางถนนสางแค้น ส่วนพ่อโดนจับก่อน ขณะที่คนลั่นไกยังหลบหนี เผยสาเหตุต้อง "ฆ่าทิ้ง" พ่อแค้นที่ลูกชายถูกคู่อริพาเพื่อนรุมทำร้าย แทงบาดเจ็บ และยังเอาเท้าเหยียบหน้า
เวลา 09.30 น.วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 พ.ต.ท.ธีรนันท์ ชุมวรฐายี รอง ผกก.สืบสวน พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศราวุฒิ ประเสริฐศักดิ์ สว.สืบสวน สภ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม ด.ช.ตัน (นามสมมติ) อายุ 13 ปี และนายเขม อายุ 17 ปี ตามหมายจับ ที่ จ.1 และ จ.2 ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ชุมพร ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนไว้ในครอบครัว และพกพาอาวุธปืนไปในทาง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและยิงปืนโดยใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือในชุมชน ขณะที่ทั้งสองได้หนีมากบดานอยู่ที่บ้านของปู่และย่า ของนายต้น อยู่บนยอดเขาหงาว มหมู่ 13 ต.หาดยาย อ.หลังสวน จ.ชุมพร ห่างจากถนนสายพะโต๊ะเข้าไปกว่า 15 กิโลเมตร
ขณะเข้าปฏิบัติการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบทั้งสอง เพิ่งตื่นนอนและออกมานั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับพร้อมทั้งแสดงความบริสุทธิ์ใจการเข้าจับกุมต่อหน้าผู้เป็นปู่และย่า ให้ได้เห็นและบันทึกภาพทุกอย่างตลอดการเดินทางและเข้าจับกุมอย่างชัดเจนเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ก่อนนำตัวทั้งสองเดินทางมาที่ สภ.หลังสวน เพื่อสอบปากคำ
พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน เปิดเผยว่า คดีนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้น เวลา 01.00 น.วันที่ 3 ก.ค.66 หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงและไปเสียชีวิตที่ รพ.หลังสวน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและจัดกำลังชุดสืบสวน ออกหาข่าว โดยมีพยานแวดล้อมทั้งบุคคลและกล้องวงจรปิด ตามจุดต่างๆ จนทราบตัวผู้ก่อเหตุและมูลเหตุในเบื้องต้นจนแน่ชัด จึงได้ขอหมายจับตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 คน และใน 2 คนที่ร่วมก่อนเหตุเป็นเยาวชน จึงได้แยกการขอหมายจับ โดยออกเมื่อวันที่ 4 ก.ค.66 จากศาลจังหวัดหลังสวน สามารถจับกุมตัว นายสุรชาติ หรือตั้ม จันทร์ทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 13 ต.หาดยาย อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นพ่อของ ด.ช.ตัน อายุ 13 ปี พร้อมรถยนต์กระบะสี่ประตู สีขาว ซึ่งนายสุรชาติ เป็นผู้ขับรถให้กับ นายศุภชัย หรือโอ๋ ทิวแพ อายุ 40 ปี อยู่หมู่ 5 ต.ลำพูน อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ลั่นไกปืนยิง นายพีรพัฒน์ พัฒนเจริญ หรือพีพี อายุ 15 ปี นักเรียน ม.4 เสียชีวิต ซึ่งนายโอ๋มือปืน ยังอยู่ระหว่างหลับหนี
...
จากนั้น วันที่ 6 ก.ค. ศาลเยาวชนฯ ได้อนุมัติหมายจับเยาวชนทั้งสอง จึงได้นำหมายจับเดินทางบุกไปจับกุมทั้งสองคน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบเป้าหมายและประกบตัวไว้ก่อนแล้ว เนื่องจากหวั่นว่าทางญาติจะพาหลบหนี และสามารถจับกุมได้ดังกล่าว
จากการสอบปากคำในเบื้องต้นทราบว่า วันเกิดเหตุนั้น นายตั้ม เป็นคนขับรถยนต์ มีนายโอ๋มือปืน นั่งเบาะซ้ายด้านหน้า ส่วนเบาะด้านหลังมี ด.ช.ตัน นั่งอยู่ด้านหลังนายตั้มผู้เป็นพ่อ และมีนายเขมนั่งด้านหลังนายโอ๋มือปืน ส่วนมูลเหตุที่จูงใจให้ก่อคดีนั้น ด.ช.ตัน กับเพื่อนอีกคน ได้ถูกนายพีพีผู้ตาย ยกพวกกว่า 20 คน มารุมทำร้ายชกต่อยและยังถูกกลุ่มของนายพีพีใช้อาวุธมีดแทงได้รับบาดเจ็บที่แขนและแผ่นหลัง แล้วด.ช.ตันยังถูกนายพีพี ใช้เท้าเหยียบหน้าอีกด้วย ทำให้ ด.ช.ตันเกิดความโกรธแค้น นำเรื่องดังกล่าวไปเล่าให้นายตั้มผู้เป็นพ่อฟัง นายตั้มจึงได้วานให้นายโอ๋มือปืนมาทำงาน ล้างแค้นให้ลูกชาย
“ก่อนวันเกิดเหตุ ทางฝั่งผู้ก่อเหตุ ได้สืบทราบว่า นายพีพีจะออกไปเที่ยวงานเทศกาลผลไม้ทุกคืน และมักจะกลับหลังคอนเสิร์ตจบ จนมาสบโอกาส หลังนายพีพี เดินทางกลับด้วยรถจักรยานยนต์ จึงได้ขับรถกระบะตามประกบและใช้อาวุธปืนจ่อยิงกลางถนน ก่อนจะขับรถหลบหนี พา ด.ช.ตันและนายเขม ไปหลบซ่อนตัวที่บ้านปู่ย่าของ ด.ช.ตัน ส่วนนายตั้มกับนายโอ๋มือปืน หลบซ่อนตัวที่บ้านในสวนของนายตั้ม ซึ่งห่างจากบ้านปู่ย่าของ ด.ช.ตัน ลูกชายไม่กี่กิโลเมตร และรุ่งเช้าได้ขับรถไปส่ง นายโอ๋ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ขณะนี้ตำรวจได้สืบทราบแหล่งกบดานของนายโอ๋มือปืนแล้ว คาดว่าจะสามารถจับกุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุได้ครบทุกคน ซึ่งตำรวจได้พยายามเร่งปิดคดีให้เร็วที่สุด เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก”