ผัวเมาหนัก พลั้งมือซ้อมเมียที่นั่งดื่มเหล้าเบียร์ด้วยกัน ทุบตีเตะต่อยจนแน่นิ่ง รุ่งเช้าไปตลาดหาซื้อข้าวปลาอาหารมาให้เมียกิน ก่อนพบเป็นศพ

เมื่อเวลา 11.07 น. วันที่ 29 มิถุนายน 2566 ร.ต.อ.ภชรธาดา พงษ์สุวรรณ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พัฒนานิคม ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตเพศหญิงภายในห้องเช่าหมายเลข 4 ระหว่างซอย 14-15 หมู่ที่ 8 ต.ช่องสาริกา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจงานสืบสวน สภ.พัฒนานิคม แพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ลพบุรี นคร88 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนานิคม 

ที่เกิดเหตุภายในห้องเช่าพบร่าง น.ส.ฐิตาภา ทาทราย อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 7 ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม ลพบุรี สภาพศพนอนหงายบนที่นอน ผู้ตายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว กางเกงขาสั้นสีดำ ตามร่างกาย ใบหน้า แขน ขา มีรอยฟาดเขียวช้ำ เบ้าตาซ้ายเขียวช้ำ ริมฝีปากบวมเจ่อ ศพเริ่มแข็ง ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-7 ชั่วโมง และมีร่องรอยการร่วมเพศ 

จากการสอบสวนนายจักกรายุทธ ติดชัยภูมิ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/5 ถ.มิตรประชา ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง สามีผู้ตายและเป็นผู้ที่ลงมือก่อเหตุ ซึ่งยังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้การว่า ตนเองมาพบกับ น.ส.ฐิตาภา ที่อายุห่างกันเกือบ 10 ปี และได้อยู่กินเป็นผัวเมียกันที่ห้องเช่านี้ ซึ่งเป็นรังรักมานานกว่า 2 ปี  

โดยตนเองและภรรยาทำงานกันคนละที่ เมื่อวานเป็นช่วงวันว่างเหมือนกัน จึงได้ชักชวนกันไปซื้อเหล้าเบียร์มาดื่มกินกัน ตนเองชอบดื่มเหล้า เมียชอบดื่มเบียร์ หลังจากดื่มไปสักพักได้ร่วมหลับนอนกับแฟน และดื่มเหล้าเบียร์ต่อ จนดึกเกิดมีปากเสียงกัน ซึ่งเกิดจากต่างคนต่างหึงหวงและเมามาย อารมณ์ชั่ววูบ ตนเองจึงได้ลงมือทุบตี เตะต่อย และใช้สายไฟฟาดไปที่แขน ขา ลำตัวเมียจนแน่นิ่งไป ซึ่งคิดว่าคงเป็นเพราะฤทธิ์เมา และได้นอนหลับคู่กันไปทั้งคู่ รุ่งเช้ายังเห็นเมียนอนอยู่จึงไม่รบกวน ออกไปซื้อหาอาหาร จนสายกลับเข้ามาห้องเพื่อเรียกเมียกินข้าวกลับพบว่าเมียตายแล้ว จึงได้ไปเรียกเพื่อนบ้านข้างห้องให้โทรแจ้งตำรวจ และกู้ภัยฯ 

...

นางดวงดาว โตโสภณ อายุ 62 ปี เจ้าของห้องเช่า และ น.ส.รัตนา ท่าทราย อายุ 39 ปี พี่สาวคนตาย เล่าว่าผัวเมียคู่นี้แม้ทั้งคู่จะอายุต่างกัน แต่ทั้งคู่เป็นคนดี คนน่ารัก รักกันดี มีทะเลาะบาดหมางกันบ้างตามประสาผัวเมีย ไม่เคยเห็นการลงไม้ลงมือ เชื่อว่าน่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ และความมึนเมา เผลอพลั้งมือไปจนไม่รู้ว่าเมียตาย โดยตอนเช้าผัวยังไปตลาดหาซื้อข้าวปลาอาหารมาให้เมียกิน โดยไม่รู้เมียตาย และก็ไม่ได้หลบหนีรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสอดคล้องกับการสอบสวนของตำรวจที่ชนวนเหตุน่าจะเกิดจากความหึงหวง จนพลั้งมือหนักไป จึงได้ควบคุมตัวนายจักกรายุทธส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม ทำการสอบสวนเพิ่มเติม 

ส่วนศพ น.ส.ฐิตาภา ได้นำส่ง รพ.พัฒนานิคมเพื่อชันสูตรอีกครั้ง ก่อนนำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อผ่าพิสูจน์ถึงสาเหตุที่แท้จริงต่อไป