ตำรวจไซเบอร์ตามจับตัวสาววัย 37 ปี รับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกหมอจากโรงพยาบาลในจังหวัดกำแพงเพชร สูญเงินรวม 819,100 บาท ใช้อุบายเดิมอ้างเป็นตำรวจ มีส่วนพัวพันฟอกเงินยาเสพติด เหยื่อตกใจหลงเชื่อโอนให้ไป 3 ครั้ง
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2566 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 นำกำลังชุดสืบสวน บก.สอท.4 พร้อมหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ จ.1 19/2566 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 เข้าจับกุม น.ส.ธัญญาภัทร์ อุดมพันธ์ อายุ 37 ปี ในความผิด "เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน" โดยจับกุมได้บริเวณหน้าร้านอู๋แซ่บเวอร์ ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
...
สืบเนื่องจากได้มีแพทย์หญิงจากโรงพยาบาลในจังหวัดกำแพงเพชร เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ว่ามีโทรศัพท์แอบอ้างว่าเป็นร้อยเวรของ สภ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย บอกว่าแพทย์หญิงดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติดและพูดจาโน้มน้าวจนแพทย์หญิงหลงเชื่อ ประกอบกับด้วยความตกใจ จึงยอมโอนเงินไปเพื่อให้ตรวจสอบบัญชีในการแสดงความบริสุทธิ์ จึงได้โอนเงินรวม 3 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 819,100 บาท หลังจากแพทย์หญิงได้โอนเงินไปแล้วมาทราบทีหลังว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอก จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้าย
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า น.ส.ธัญญาภัทร์ เป็นผู้เกี่ยวข้องในกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของคนร้ายกลุ่มนี้ ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม ก่อนนำกำลังออกติดตามเข้าจับกุม
จากการสอบสวน น.ส.ธัญญาภัทร์ ให้การอ้างว่า ได้เปิดบัญชีธนาคารออมสินได้มาประมาณ 8 ปีแล้ว และเมื่อช่วงเดือน พ.ค.66 ที่ผ่านมา ตนได้ตกงานและได้ค้นหาแอปฯ กู้เงินออนไลน์ในกูเกิล พบแอปฯ หนึ่งซึ่งมีหน้าโปรไฟล์เป็นรูปโลโก้ของธนาคาร ตนเองหลงเชื่อว่าเป็นแอปฯ ของธนาคารจริง จึงได้ทำการติดต่อไปเพื่อจะขอกู้เงินผ่านแอปฯ และได้ให้ตนทำการตามขั้นตอน เช่น การสแกนใบหน้า ส่งรูปบัตรประจำตัวประชาชนด้านหน้า-หลัง และให้ตนส่งหมายเลขบัญชีให้ หลังจากที่ทำรายการเสร็จ แอปฯ ดังกล่าวแจ้งกับตนเองว่าได้ทำรายการเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอการอนุมัติเงินกู้จากธนาคารต่อไป แต่หลังจากนั้นไม่นานตนเองได้รับแจ้งธนาคารว่าได้มีเงินเข้าบัญชีธนาคารของตนแบบผิดปกติให้ตนตรวจสอบ
โดยตรวจสอบพบว่ามีเงินเข้ามาในบัญชีธนาคารของตนจริงเป็นเงินจำนวนเงินเกือบ 2 ล้านกว่าบาท และได้มีการกดเงินออกจากบัญชีของตนเช่นกัน โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นคนทำธุรกรรมนั้นเลย หลังจากนั้นก็มีเงินเข้ามาในบัญชีของตนเรื่อยๆ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งกับธนาคารเพื่อทำการอายัดบัญชีของตน จากการตรวจสอบบัญชีของตนตอนนี้มียอดเงินที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งอายัติกับธนาคารไว้เป็นเงินในบัญชีตนกว่า 2 ล้านบาท ทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กำแพงเพชร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.