ตำรวจออกหมายจับแล้ว ผู้ต้องหาฆ่าโหด "น้องณาดา" เด็ก 3 ขวบกระทำชำเราก่อนนำศพอำพรางในแอ่งน้ำที่นราธิวาส เป็นชายในหมู่บ้าน ทำงานเป็นกุ๊กในมาเลเซียกลับบ้านมาเลือกตั้ง ตำรวจใช้เวลาสืบสวนสอบสวนหาหลักฐานถึง 1 เดือนเต็ม
วันที่ 13 มิ.ย. 66 มีรายงานความคืบหน้ากรณี เด็กหญิงอายุ 3 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรของสามีภรรยาชาวต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้หายตัวปริศนา เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา และมาพบศพเสียชีวิตในแอ่งน้ำบริเวณทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์บ้านใหม่ ม.5 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 500 เมตร ในสภาพสวมเสื้อตัวเดียวแต่ท่อนล่างเปลือย เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 66 โดยเด็กได้เล่นอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ส่วนบิดากำลังวุ่นอยู่กับการขายกรือโป๊ะทอด หรือข้าวเกรียบ ขายให้กับลูกค้านั้น
ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้ลงมากำชับแนวทางในการสืบสวนสอบสวน รวมทั้งการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทางคดี ในการแกะรอยหาตัวคนร้าย เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา ซึ่งคดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนปากคำ จำนวน 35 คน และสุ่มตรวจ ดีเอ็นเอ ของกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่อาศัยอยู่ในละแวกบ้านพักของน้อง ณาดา ในรัศมี 2 กิโลเมตร กว่า 60 คน เพื่อนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ นำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบพบในศพของเด็ก
ล่าสุดมีรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 12 มิ.ย. 66 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาล จ.นราธิวาส ออกหมายจับผู้ต้องหา 1 คน คือ นายมะยาการียา ลอตันหยง อายุ 46 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ในข้อหา พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือ ส่วนของศพเพื่อปิดบังการการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนเชื่อว่าเป็นผู้กระทำความผิด และเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมที่บ้านพักทันที และนายมะยาการียา เป็น 1 ในผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่เคยเชิญตัวมาสอบสวนในคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 66 และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสารเสพติดพบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงถูกจับกุมดำเนินคดี แต่นายมะยาการียา ไม่มีเงินเสียค่าปรับเจ้าหน้าที่จึงได้กักขังแทนการเสียค่าปรับจนพ้นโทษออกมา กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในคดีสังหารโหดเด็กหญิงวัย 3 ขวบ จึงได้นำตัวเข้าเครื่องจับเท็จที่จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 66 เพื่อตอบคำถามสิ่งที่ยังเป็นข้อสงสัย ว่านายมะยาการียาพูดความจริงหรือโกหก โดยวัดจากการแสดงออกทางร่างกาย เช่น อัตราการหายใจ ชีพจร ความดันโลหิตและเหงื่อปกติมากน้อยเพียงใดเมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลทั่วไป
...
ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะปล่อยตัวได้รับอิสรภาพอีกครั้ง และเมื่อพยานหลักฐานต่างๆ ครบถ้วน จึงได้ขอหมายจับและจับกุมตัวมาสอบสวน ที่ห้องสอบสวนกองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส อย่างเคร่งเครียด โดยมีเครือญาติของนายมะยาการียา จำนวน 7 คน เดินทางมาเฝ้าสังเกตการณ์การสอบสวนในครั้งนี้ด้วยความเป็นห่วง
ขณะที่น้องสาวคนหนึ่งของนายมะยาการียา ผู้ต้องหาขณะที่ กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวันอาทิตย์ตรงกับวันเลือกตั้ง แก (นายมะยาการียา) ก็เดินทางกลับมาเลือกตั้ง หลังจากนั้นตอนเย็นแกไปซื้อกับข้าวกิน แล้วประมาณ 4 โมงเย็นเด็กหาย แม่ของเด็กมาแจ้งให้ตนทราบว่าเด็กหายมาแถวบ้านไหม ก็ตอบว่าไม่มาค่ะ เพราะหนูไม่รู้จักกับครอบครัวเด็กแกก็กลับบ้านไป ถัดมาวันที่ 15 ก็ช่วยๆ กันหา แม่เด็กคิดว่ารถพาเด็กไปก็ไม่ได้หาอะไรกันมาก แม่เด็กจึงไปตามไล่เรื่องรถที่เชื่อว่านำเด็กลูกสาวแกไป จนมาวันที่ 16 พ.ค.มีชาวบ้านมาแจ้งว่า พบศพเด็กในแอ่งน้ำซึ่งอยู่ไกลจากบ้านหนูหลายร้อยเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ใกล้เคียงที่สุด พี่ชายก็ถูกตำรวจพาไปสอบปากคำ พี่ชายบอกว่าแกไม่ทราบ ไม่รู้เรื่องนี้ แกไม่รู้จักเด็กด้วยซ้ำ เพราะแกทำงานในมาเลเซีย
“ถ้าผลออกมาว่าพี่หนูเป็นผู้ต้องหา หนูไม่ยอมเพราะแกเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็จะสู้ในชั้นศาลให้ถึงที่สุด ขอความยุติธรรมให้กับครอบครัวหนูด้วย แกรักเด็กไม่มีนิสัยแบบนั้นตั้งแต่แรก ไม่ใช่คนโหดร้าย กลัวว่าโดนจะใส่ร้าย เพราะว่าแกไม่รู้เรื่องอะไร ที่ผ่านมาทำงานเป็นพ่อครัวที่มาเลเซีย จะกลับมานานๆ ครั้ง ล่าสุดกลับมาเลือกตั้ง และก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยโดยที่แกไม่รู้เรื่องอะไรเลย ชาวบ้านก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะชาวบ้านเขารู้นิสัยของแกดี ตอนนี้แกอยากไปทำงาน เพราะว่าไม่ได้ทำงานเกือบเดือนแล้ว”