ลูกจ้างหญิงท้องที่ถูกนายจ้างทำร้ายสาหัส ยืนยันกับบิ๊กโจ๊กว่าถูกทำร้ายจนแท้งลูกจริง โดยแพทย์ต้องทำแท้งทารกเพราะอันตรายต่อชีวิตแม่ ไม่ใช่อยากเอาออกเพราะมีลูกมากตามข่าวก่อนหน้า เกรงทำข้อมูลบิดเบือนช่วยผู้ต้องหาพ้นผิด
จากกรณีหญิงลูกจ้างร้านขายน้ำเต้าหู้หน้า สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ถูกทำร้ายร่างกายจนแท้งลูก ต่อมาบิ๊กโจ๊ก รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางมาติดตามคดีดังกล่าว และได้พบความจริงหลังได้พบกับหญิงผู้ถูกทำร้าย โดยผู้เสียหายยืนยันต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่มาติดตามคดีว่า ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสจนแท้งลูกจริง
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 เวลา 16.31 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปพบกับ นางหอม ไม่มีชื่อสกุล อายุ 31 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นลูกจ้างร้านขายน้ำเต้าหู้ และถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ปัจจุบันอยู่ในการคุ้มครองของบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.แม่ฮ่องสอน โดยบิ๊กโจ๊กได้พบปะกับนางหอม ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวฯ
...
นางหอม กล่าวว่า ตนถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายด้วยการเตะถีบ เข้าบริเวณหน้าท้อง ทั้งที่ตนได้บอกว่า ตนอยู่ระหว่างการตั้งครรภ์แต่นายจ้างก็ยังไม่ยอมหยุด จนทำให้มีอาการปวดท้องอย่างหนัก จนต้องนำต้องทำการแท้งบุตร เพราะถ้าหากไม่ทำแท้งก็จะทำให้ตนเสียชีวิตตามไปด้วย และตนไม่เคยให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนว่า ตนไม่ประสงค์จะมีบุตร และต้องการเอาบุตรออกแต่อย่างใด ซึ่งตนขอความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวฯ ด้วย
ก่อนหน้านั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เป็นประธานในการประชุมที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ได้ชี้แจงในเรื่องคดีดังกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ของ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ไปนั่งดื่มที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งกับผู้ต้องหา และยังได้ตามมาส่งผู้ต้องหา มาทำร้ายนางหอมฯ จริง ในส่วนของหญิงที่เป็นพยานอีก 1 คน คือ คนที่ไปส่งนางหอม รักษาตัวที่โรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงว่า ไม่สามารถติดตามตัวได้ และยังได้รายงานว่า กรณีการแท้งบุตรของนางหอม ผู้เสียหาย ไม่ได้เกิดจากการถูกทำร้าย แต่เป็นความประสงค์ของนางหอม ที่ต้องการเอาบุตรออกเนื่องจากมีบุตรแล้วหลายคน จนทำให้บิ๊กโจ๊ก ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ซึ่งไม่ตรงต่อข้อเท็จจริงแต่ประการใด
ขณะที่ ทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องที่มีการละเมิดอย่างรุนแรงต่อสตรีเพศ และมีการพยายามให้การช่วยเหลือผู้กระทำผิดจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างชัดแจ้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงส่งผลให้ประชาชนไม่เชื่อถือเจ้าหน้าที่ และส่งกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนตกอยู่ในภาวะสับสนและไม่มีทางออก เมื่อถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างหนัก รวมถึงการจ้างแรงงานผิดกฎหมายตามที่กฎหมายกำหนด โดยทางนางหอมแจ้งว่า เริ่มตื่นทำงานตั้งแต่เวลาตี 03.00-11.00 น.แล้วพัก 3 ชั่วโมง เข้าทำงานต่อตอนบ่าย ตั้งแต่เวลา 14.00-21.00 น. โดยได้รับค่าแรง วันละ 400 บาท
...
สำหรับกรณีคดีของนางหอม ที่ถูกนายจ้างโหดทำร้ายร่างกาย พบว่าเป็นที่สนใจขององค์กรเอกชนจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิสตรี และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และเข้าข่ายการค้ามนุษย์ ขององค์กร (Trafficking Victims Protection Act of 2000 หรือ TVPA) จนยากที่จะรับได้ โดยพบว่าหน่วยงานองค์กรเอกชนต่างๆ ได้ประสานมาขอข้อมูลที่ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง.