พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. แถลงจับมือขวาขบวนการลักลอบขนยาเสพติดเข้าเกาหลีใต้ ผ่านพัสดุ หนีซุกพัทยา พบของกลางรวมเป็นเงินไทยกว่า 17 ล้านบาท

เมื่อช่วงสาย เวลา 11.00 น. วันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ณ ห้อง Silver Sea 2 ชั้น 8 โรงแรมไบร์ตัน แกรนด์ โฮเต็ล ซ.นาเกลือ 23 เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. นำแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติคดีสำคัญและ เป็นอาชญากร มีหมายจับตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) 

เป็นการจับกุม MR. KIM JUNBEOM (นายคิม จุนบอม) อายุ 26 ปี ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งถือว่าเป็นมือขวาราชายาเสพติดแห่งแดนโสมขาว และ เป็นตัวการรายสำคัญของขบวนการลักลอบขนยาจากประเทศไทยส่งผ่านทางพัสดุไปยังประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งทางกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ณ กรุงโซล ต้องการได้ตัวผู้ต้องหารายนี้เป็นอย่างมาก สืบเนื่องมาจาก กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ณ กรุงโซล ได้ทลายแหล่งระบาดของยาเสพติดย่านสถานบันเทิง กังนัม และแทวอน จนสามารถจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดจําหน่ายยาเสพติด และผู้เสพยาเสพติด ทั้งหมด 70 ราย ยึดของกลางยาเสพติดหลายประเภท มีมูลค่าสูงถึง 620 ล้านวอน ยึดเงินสดมูลค่า 19.15 ล้านวอน รวมเป็นเงินไทยกว่า 17 ล้านบาท 

อีกทั้งภายหลังการทลายแก๊งยาเสพติด ทางกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ณ กรุงโซล สืบทราบว่า MR. KIM JUNBEOM (นายคิม จุนบอม) อายุ 26 ปี ชาวเกาหลีใต้ ได้หลบหนีออกนอกประเทศ จึงได้ประกาศออกหมายแดงของตํารวจสากล (INTERPOL) อีกทั้งยังสืบทราบว่าได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ทางชุดสืบสวน สตม. จึงลงพื้นที่หาข่าวแกะรอยแหล่งกบดาน จนสามารถตามไปจับกุมตัว MR. KIM JUNBEOM (นายคิม จุนบอม) ได้ที่บ้านพักในหมู่บ้านหรู ย่านนาจอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยตำรวจได้แสดงหมายจับ และดำเนินดคีในเรื่องของการอยู่ในราชอาณาจักรเกินระยะเวลาที่กำหนด (โอเวอร์สเตย์)

...

สำหรับ นายคิม จากการสืบสวนทราบว่า จะใช้แอปพลิเคชัน “เทเลแกรม” เพื่อติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับลูกค้า และเมื่อมีการตกลงสั่งซื้อขาย จะแบ่งยาเสพติดให้มีสัดส่วนที่เล็กลง และนําไปไว้ในสถานบันเทิงที่ลับตาคน ที่ได้มีการนัดหมายกับผู้ซื้อไว้ เพื่อหลบเลี่ยงตำรวจในการถูกจับกุม แต่ภายหลังถูกทางการเกาหลีทลายเครือข่ายยาเสพติดในประเทศบ้านเกิด ก็หลบหนีเข้าในประเทศไทย แถมยังแอบลักลอบส่งยาเสพติดส่วนใหญ่เป็นประเภทยาไอซ์ ผ่านทางพัสดุส่งกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ จนมาถูกตำรวจ สตม.จับกุมได้ในที่สุด 

พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้มีนโยบายให้เข้มงวดในเรื่องของกลุ่มอาชญากรที่เข้ามาในประเทศไทย อันดับแรกต้องยอมรับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดโอกาสที่กลุ่มคนเหล่านี้จะเข้าในประเทศก็มีอัตราเสี่ยงค่อนข้างสูง ซึ่งทาง สตม.ก็พยายามจะเข้มงวดในการตรวจอนุญาตผู้เดินทาง ซึ่งเราก็มีระบบอยู่แล้วใครที่มีหมายจับก็ไม่สามารถเข้าประเทศได้ แต่ถ้าหากไม่มีหมายจับ เราก็สามารถเห็นได้ ซึ่ง พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. เคยเดินทางไปยังประเทศจีนด้วยตนเอง เพื่อปรึกษาหารือและวางมาตรการป้องกันของเครือข่ายอาชญากรรมชาวจีน อีกทั้งทาง สตม.ยังได้ร่วมบูรณาการกับโรงแรม สถานประกอบการทุกประเภท เพื่อให้รู้ตำแหน่งของกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย เพื่อง่ายต่อการติดตามจับกุมผู้ที่เข้ามาในประเทศไทยแล้วมาก่อเหตุอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย.