ศาลอาญา พิพากษาคดี จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานนปช. นำม็อบบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อปี 2550 ผิด 2 ข้อหา จำคุกรวม 4 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 12 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ศราวุธ หลงเส็ง ยกฟ้อง

วันที่ 18 พ.ค. 66 ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับพวก พร้อมทนาย ได้เดินทางมาศาลเพื่อฟังคำพิพากษาสำนวนที่สองในคดีชุมนุมปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งเป็นบ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ คดีหมายเลขดำ อ.2799/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ นายศราวุธ หลงเส็ง ผู้ชุมนุม นปช. เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน "ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง, 215, 216 

นายจตุพร กล่าวว่า ตนทราบดีว่าคำพิพากษาต้องจำคุกอยู่แล้ว แต่ตนไม่ประสงค์จะสู้คดี เพราะก่อนที่ พล.อ.เปรม จะถึงแก่อสัญกรรม ได้มีการพูดคุยกัน และอโหสิกรรมให้กันแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย หากศาลให้สิทธิ์ในการประกันตัว ตนก็จะขอประกันตัวในวงเงิน 3 แสนบาท 

นอกจากนี้ นายจตุพร ยังได้ฝากคำเตือนถึง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ด้วยว่า สัญญาร่วมตั้งรัฐบาล 310 เสียง จะมีบางพรรคจ้องหนีไปจับมือกับพรรคอื่น โดยอ้างความจำเป็นของบ้านเมือง เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันการย้ายขั้วกันภายหลัง พรรคก้าวไกล ต้องนำว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมลงสัตยาบันด้วยกัน 

...

"เมื่อกระแสสังคมเลือกพรรคก้าวไกล ยกแรกทุกพรรคต้องเล่นบทตัวเอก คือ สนับสนุนพรรคก้าวไกล เลือกนายพิธาเป็นนายกฯ แต่ภายหลังจะอยู่ไม่ครบอย่างแน่นอน จะมีพรรคเลี้ยวหนี และพรรคนั้นได้เตรียมการเลี้ยวไว้แล้ว เพียงรอให้สุดทางก่อนในช่วงกรอบระยะเวลา 2 เดือน" นายจตุพร กล่าว

โดยคดีนี้อัยการยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2557 ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2550 แกนนำและแนวร่วม นปช. นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนจากเวทีปราศรัยบริเวณท้องสนามหลวงไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อเรียกร้องกดดันให้ พล.อ.เปรม ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากพวกจำเลยและกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นว่า พล.อ.เปรม อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการ ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) เบื้องต้น นายจตุพร จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ แต่ระหว่างการพิจารณาขอกลับคำให้การจากเดิมเป็นรับสารภาพ และได้รับการประกันตัวไป

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานและข้อเท็จจริง วินิจฉัยได้ว่า นายจตุพรจำเลยที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการในเวลานั้น นำมวลชนเคลื่อนขบวนไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์จริง รวมทั้งได้พูดปลุกระดมปราศรัยโจมตี พล.อ.เปรม และปลุกระดมให้ประชาชนทำลายเครื่องกีดขวาง และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันการความวุ่นวายกับคุกคามสิทธิเสรีภาพของ พล.อ.เปรม

จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานผู้สนับสนุนให้เกิดการมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และสนับสนุนให้ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย ต้องโทษจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา อย่างไรก็ตาม จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลจึงพิจารณาบรรเทาโทษ ให้ลดโทษจำคุกเหลือ 1 ปี 12 เดือน

ส่วนจำเลยที่ 2 นายศราวุธ หลงเส็ง ศาลพิจารณาเห็นว่าพยานหลักฐาน ฝ่ายโจทก์ ที่กล่าวอ้างว่า จำเลยที่ 2 ได้ขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในข้อนี้ยังฟังไม่ขึ้น เนื่องจากพยานบุคคลให้การไม่ชัดเจน และข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เพียงแค่ขับรถเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมเท่านั้น ไม่มีพยานหลักฐานชี้ชัดว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ หรือต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย ศาลพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2

โดยหลังอ่านคำพิพากษา เจ้าหน้าที่นำตัว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ลงไปรอฟังคำสั่งคำร้องขอประกันตัวที่ห้องควบคุมตัวใต้ศาลอาญา โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า เป็นไปตามที่ตนคาดหมาย ไม่ได้รู้สึกกังวลหรือหนักใจ เพราะตนเองก็ผ่านการติดคุกมาแล้วถึง 5 ครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก โดย นายจตุพร มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มและผ่อนคลาย ทั้งนี้ทนายความของนายจตุพรกล่าวว่า เตรียมยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวนายจตุพร จำนวน 200,000 บาท และเตรียมยื่นต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้คดีสำนวนแรก หมายเลขดำ อ.3531/2552 พนักงานอัยการได้ฟ้องแกนนำ นปช. และผู้ชุมนุมรวม 7 ราย ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก นายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา.