ตำรวจสระบุรี สกัดจับยาไอซ์ลอตยักษ์ขนาด 600 กก. ซุกมากับรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ บนถนนพหลโยธิน ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยอาศัยช่วง ตร.ไปดูแลขนหีบบัตรเลือกตั้ง สารภาพทำมาเป็นครั้งที่ 3
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 พ.ค. 66 ที่สนามยิงปืนด้านหลังกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สระบุรี พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการ จ.สระบุรี พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี พร้อมชุดจับกุม และฝ่ายความมั่นคง ปส.ตา. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกระบวนการค้ายาเสพติด พร้อมของกลาง ยาไอซ์จำนวน 12 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 600 กก. มูลค่ากว่า 40 ล้านบาทเศษ
พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า กลุ่มกระบวนการค้ายาเสพติดได้อาศัยช่วงเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำกำลังไปสนับสนุนรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อเวลา 04.00 น. เช้ามืดวันที่ 15 พ.ค. 2566 พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี พร้อมกำลังติดตามจับกุมขบวนรถขนยาเสพติด ที่บริเวณทางเข้าซอยบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่ง ริมถนนหลวงหมายเลข 1 ขาออก กทม. พื้นที่ ม.4 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พบรถยนต์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 67-2871 กรุงเทพมหานคร จับกุม นายอุทัย เครือพิมาย หรือทับ อายุ 39 ปี ทำหน้าที่ขับรถลำเลียงยาเสพติด นายสมชาย วินิจฉัย หรือชาย อายุ 46 ปี นั่งโดยสารมาด้วย และรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า สีเทา ทะเบียน บน.5343 นนทบุรี มี นายสุเทพ ศรีเอี่ยม หรือเทพ อายุ 51 ปี เป็นคนขับ ทำหน้าที่เคลียร์เส้นทาง ตรวจสอบพบยาไอซ์บรรจุในกระสอบปุ๋ยสีขาว จำนวน 12 กระสอบ แกะดูภายในเป็นยาไอซ์แยกบรรจุแพ็ก (ย่อย) มีซีลกันน้ำอย่างดี คิดรวมน้ำหนักประมาณ 600 กก. จึงควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางกลับมาสอบสวนที่ ภ.จว.สระบุรี
...
ผบช.ภ.1 กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มขบวนค้ายาเสพติดดังกล่าวนี้ เป็นการสืบสวนสอบสวนขยายผล จากการที่เมื่อเดือนเมษายน 2566 (สงกรานต์) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.สระบุรี สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดจับยาบ้าได้กว่า 8 ล้าน 8 แสนเม็ด โดยเกาะติดเรื่อยมา จนมาครั้งนี้คนร้ายก็อาศัยช่วงเจ้าหน้าที่ตำรวจยุ่งกับการเลือกตั้ง ส.ส. จึงได้ลักลอบขนยาเสพติดอีก โดยใช้รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ ใช้คนขับ 2 คน ผลัดเปลี่ยนกัน และใช้รถปิกอัพวิ่งเคลียร์เส้นทาง และก่อนถึงชั้นใน ได้จอดขนถ่ายยาเสพติดใส่รถกระบะ เพื่อเป็นการสะดวกในการขนส่ง
พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวอีกว่า เครือข่ายยาเสพติดเหล่านี้ ตามทางสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ มีข้อมูลว่ามีด้วยกัน 12 เครือข่ายด้วยกัน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนหาทางขนยาเสพติดจากพรมแดนด้านตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยใช้รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทำทีขนผลไม้จากด้าน จ.จันทบุรี ไปส่งต่อไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ขากลับเป็นรถเปล่า จึงลักลอบขนเสพติดกลับ
ผบช.ภ.1 กล่าวด้วยว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่จับได้ในครั้งนี้ ได้รับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างคนละ 1 แสนบาท และสามารถรอดพ้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ 2 ครั้ง มาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 จึงโดนจับกุมได้ในที่สุด ควบคุมผู้ต้องหาดำเนินคดี และจะได้สืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายนายทุน ค้ายาเสพติดทั้ง ยาบ้าและยาไอซ์ เพื่อติดตามจับกุมทลายเครือข่ายไปจนถึงยึดทรัพย์เลยทีเดียว ผบช.ภ.1 กล่าว.