"บิ๊กโจ๊ก" เผย "ผบ.ตร." สั่งรวมสำนวนคดี "แอม ไซยาไนด์" 14 คดี มาที่กองปราบ เพื่อสั่งฟ้องคดีเดียวที่ศาลอาญา พร้อมเรียกพ่อแม่ รอง ผกก. "อดีตสามีแอม" มาสอบสวน ขณะที่ "ไอซ์ ปรีชญา" ได้ครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ทางตำรวจยังไม่พบมีความผิด
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 7 พ.ค. 66 ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า วันนี้ น.ส.ปรีชญา พงษ์ธนานิกร หรือ ไอซ์ เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานว่าซื้อมาอย่างไร ครอบครองเพื่ออะไร ปริมาณเท่าไหร่ พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจนำไซยาไนด์ที่สั่งซื้อนั้นมอบให้พนักงานสอบสวน สน.บางเขน ไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะนี้ยังไม่พบมีความผิด แม้ว่าจะครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ซึ่งมีจำนวนไม่มาก แต่ก็ต้องสอบถามถึงวัตถุประสงค์ว่าสั่งซื้อมาเพื่ออะไร โดยจะให้กระทรวงอุตสาหกรรมตรวจสอบบริษัทที่นำเข้ามาทั้งหมด เนื่องจากการนำเข้ามาต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน ซึ่งอนุญาตให้นำเข้ามาใช้ในกิจการโรงงาน และเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น แต่มีบางบริษัท ที่นำเข้ามาแล้วลักลอบนำไปขายต่อให้กับบุคคลอื่น ส่วนรายชื่อผู้ที่สั่งซื้อไซยาไนด์ไปกว่า 100 คน ยังอยู่ระหว่างคัดกรองบุคคลต้องสงสัยว่าจะต้องออกหมายเรียกใครมาสอบสวน

...
หลังจากนี้เวลา 19.00 น. จะไปร่วมประชุมกับชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมกับเรียกพ่อแม่ของพ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตสามีนางสาวแอม มาสอบสวนเพิ่มเติม และคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะสามารถสรุปสำนวนส่องฟ้องต่ออัยการได้ เนื่องจากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องในคดีเสร็จสิ้นเกือบทั้งหมดแล้ว ยังเหลือรายงานการเดินบัญชี และการใช้โทรศัพท์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องมาเพิ่มเติม ซึ่งหากพบบุคคลใดเกี่ยวข้องก็จะขอศาลออกหมายมาดำเนินคดีต่อ แต่วันนี้ยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม ยังรอพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน

และภายหลัง น.ส.ปรีชญา พงษ์ธนานิกร หรือ ไอซ์ ให้ปากคำพนักงานสอบสวน 4 ชั่วโมง เปิดเผยว่า วันนี้ไอซ์มาเป็นพยานไม่ได้มาเป็นฐานะผู้ต้องสงสัย โดยมาให้ปากคำมาชี้แจงด้วยความบริสุทธิ์ใจ ว่าซื้อมานำไปใช้วัดด้วยวัตถุประสงค์ใด พร้อมนำโทรศัพท์มือถือของตนได้มาแสดงขั้นตอนการต่างๆให้เห็นความเชื่อมโยงของเว็บไซต์และการสั่งซื้อทั้งหมดกับพนักงานสอบสวนทราบ และทราบว่าของกลางได้ถูกส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบแล้ว ทั้งนี้ตนทราบว่าไซยาไนด์ไว้สำหรับกำจัดสัตว์มีพิษเข้าบ้าน เพราะคุณแม่เป็นคนบอกจึงได้สั่งซื้อมาใช้ ก่อนที่จะเป็นข่าว แต่พอพัสดุมาถึงกลับพบว่าไซยาไนด์ที่ตนสั่งซื้อนั้นมีความคล้ายกันจึงรีบส่งมอบให้ตำรวจเพื่อความบริสุทธิ์ใจ ถือว่าเป็นบทเรียนและเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกๆคน ที่รู้เรื่องรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถือว่าเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่เราได้รับ

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ให้รวมสำนวนของ 14 คดี มาไว้ที่กองปราบปราม เพื่อให้สั่งฟ้องเป็นคดีเดียวที่ศาลอาญา แต่ยังเป็นชุดสืบสวนสอบสวนและพิสูจน์หลักฐานชุดเดิมในคณะทำงานในคดีนี้ และจะเรียกประชุมวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. พร้อมกับอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่กองปราบปราม